|
-ตร.ให้ประกันมาตรฐานเดียวกัน
ด้าน พล.ต.ต.สุพรกล่าวว่า เมื่อผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเอง ตำรวจก็จะปฏิบัติตามมาตรฐาน คือสอบปากคำและให้ประกันตัว เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และอยากให้ผู้ต้องหาที่เหลือทยอยเข้ามอบตัว
สำหรับ มาตรา 116 ผู้ใดกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต (1)เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืน ใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย (2)เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3)เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
มาตรา 215 ผู้ใดมั่วสุมกัน 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำผิดเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับรายละเอียดการประกันตัว นายสุพร มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราช สีมา พรรคเพื่อไทย ใช้ตำแหน่งประกันตัว นายพีระ มีน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ใช้ตำแหน่งประกันตัว ส่วนนายสิรวิชญ์และนายณรงค์ศักดิ์ มีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ใช้ตำแหน่งประกันตัว โดยเงื่อนไขอนุญาตปล่อยตัวชั่ว คราว คือ 1.ห้ามกระทำการเป็นอุปสรรค หรือเกิดความเสียหายต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน 2.ห้ามจัดการ ยุยง ยั่วยุ ปลุกระดม ปลุกปั่น หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น และ3.ห้ามออกนอกราชอาณาจักร
-”อริสมันต์”นำมอบตัวที่พัทยา
วัน เดียวกัน พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาการผบช.ภาค 2 พล.ต.ต. ปราโมช ปทุมวงศ์ รองผบช.ภาค 2 พ.ต.อ.ธีระพล จินดาหลวง รองผบก.ภ.จ.ชลบุรี รักษาการผกก.สภ.เมืองพัทยา และพ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนรับแกนนำม็อบเสื้อแดง ที่เข้ามอบตัวที่สภ.บางละมุง คดีทุบรถนายกฯและทำลายทรัพย์สินโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา โดยจัดคอมมานโดและตำรวจ 2 กองร้อยรักษาความปลอดภัย
สำหรับแกนนำที่ เข้ามอบตัวประกอบด้วย พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายศักดา นพสิทธิ์ นายวรชัย เหมะ นายวัลลถ ยังตรง นายนิสิต สินธุไพร ส.จ.สำเริง ประจำเรือ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายวัฒนะ เกิดดี พ.ต.อ.สมพร รัฐกาญจน์ โดยมีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และนายนที สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วย ท่ามกลางคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจจำนวนมาก
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนมอบตัว นายอริสมันต์เชิญแกนนำทั้งหมดมารับฟังการแก้ต่างรูปคดี โดยเน้นกรณีข้อกล่าวหาร่วมกันทำลายรถของนายกฯ โดยระบุว่าข้อเท็จจริงเป็นอุบัติ เหตุ เริ่มต้นจากคนขับรถนายกฯขับรถชนจักร ยานยนต์ของคนเสื้อแดง จึงต้องแจ้งความจับคนขับรถนายกฯด้วยในฐานะต้นเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาย หลังทั้งหมดเข้ามอบตัว ตำรวจให้ประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นหลักประกัน ส่วนนายสุรชัยใช้หลักทรัพย์มูลค่า 5 แสนบาทประกันตัวออกไป โดยมีเงื่อนไขห้ามก่อความวุ่นวาย ยุยง ปลุกปั่น และห้ามออกนอกประเทศ
-จี้เอาผิดม็อบน้ำเงิน
นายอริ สมันต์ออกแถลงการณ์ 4 ประการคือ 1.ให้ดำเนินคดีคนขับรถนายอภิสิทธิ์ เนื่องจากขับชนคนเสื้อแดงแล้วพยายามหลบหนี กระทั่งใช้กำลังประทุษร้ายกัน กลุ่มคนเสื้อแดงเพียงแต่ปกป้องสิทธิตัวเองเท่านั้น 2.คนเสื้อน้ำเงินทำร้ายคนเสื้อแดง หลังกลับจากยื่นหนังสือถึงผู้นำอาเซียน วันที่ 10 เม.ย.กลุ่มคนเสื้อแดงบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่มีการจับกุมกลุ่มเสื้อน้ำเงินแม้แต่คนเดียว 3.กลุ่มคนเสื้อแดงถูกกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินทำร้ายอีกครั้ง ขณะเดินทางไปหน้าโรงแรมรอยัลคลิฟ ด้วยอาวุธปืน ระเบิด มีด หนังสติ๊ก และอื่นๆ จนบาดเจ็บจำนวนมาก ต่อหน้าตำรวจ ทหาร แต่ไม่ได้จับกุมดำเนินคดีใดๆ และ4.เรียกร้องรัฐบาลจับกุมกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่เป็นคนร้าย โดยเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกับทหาร ตำรวจ จึงเกิด 2 มาตรฐาน
นอกจากนี้นางจิดาภา ธนหัตถชัย หรือซ้อโอ่ง อายุ 47 ปี ฝากผ้าถุงไปยังนายอภิสิทธิ์ และผู้หญิงเสื้อแดงอีกคนฝากผ้าถุงให้นายสุเทพด้วย
-สภามีวาระถกส่งตัว”จตุพร”
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนฯวันที่ 29 เม.ย. มีวาระที่พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภา ขออนุญาตเรียกตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม โดยระบุว่านายจตุพรกระทำผิดอาญาฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการและร่วมกันกระทำการให้ปรากฏแก่ ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิด กฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 (3) และ 215 วรรคสาม ซึ่งศาลอาญาออกหมายจับ
นอกจากนี้การกระทำของนายจตุพรกับพรรคพวกยัง ก่อให้เกิดสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขันอันเป็น สถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทั่งรัฐบาลได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 12 เม.ย.
ดังนั้นเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม ตลอดจนระงับยับยั้งเหตุการณ์ร้ายแรงไม่ให้เกิดขึ้น จึงขออนุญาตต่อสภาผู้แทนฯเพื่อเรียกตัวนายจตุพรมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดี อาญา และควบคุมตัวในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัย ตามพ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 ต่อไป
-”สุนัย”ประกันตัว2แกนเชียงใหม่
เมื่อ เวลา 13.30 น. แกนนำคนเสื้อแดงคือ นายมานะพันธุ์ ไพบูลย์ หรือดีเจ. ป.เป็ด อายุ 40 ปี และนายไพบูลย์ ชูชัย หรือดีเจ.ลุงบุญ อายุ 49 ปี เข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.เมืองเชียงใหม่ หลังตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ข้อหาร่วมกันก่อความไม่สงบหรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, หยุดหรือจอดรถในลักษณะไม่ปลอดภัยและกีดขวางการจราจร โดยมีนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ใช้ตำแหน่งส.ส.ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ซึ่งตำรวจกำหนดวงเงินประกันตัวรายละ 1 แสนบาท
พ.ต.ท.สวัสดิ์ หล้ากาศ รองผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า คดีดังกล่าวก่อนหน้านี้มีประธานสี่ล้อแดงและแกนนำเสื้อแดงซึ่งเป็นนักจัด รายการวิทยุชุมชนถูกออกหมายจับรวมกัน 5 คน หากรวม 2 รายนี้ถือว่ามอบตัวแล้ว 4 คน คือนายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครเดิน รถล้านนา จำกัด(สี่ล้อแดง) นายธานิน ประดิษฐ พันธ์ หรือดีเจ.ยุ้ย และนายมานะพันธุ์กับนายไพบูลย์ ยังเหลือนายสุพล ศุภางคะรัตน์ หรือดีเจ.อาจารย์สุรพล ซึ่งประสานมาว่าจะเข้ามอบตัวเร็วๆ นี้ โดยอ้างติดภารกิจอยู่ประเทศลาว
-วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิแถลง
เมื่อ เวลา 13.50 น. ที่ห้างอิมพีเรียล ลาด พร้าว ชั้น 6 นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงข่าวแนวทางการเคลื่อน ไหว โดยนายวีระกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงมารวมตัวกันเพื่อต้องการชุมนุมและเคลื่อนไหวเรียกร้อง ประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการโดยสันติวิธี หากประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิป ไตย คนเสื้อแดงต้องเคลื่อนไหวต่อไป ไม่ว่าบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมจะสวมเสื้อสีแดงหรือไม่ก็ตาม หลังจากนี้แกนนำจะประชุมเพื่อหาสถานที่ชุมนุมใหม่ อาจได้ 2-3 วันนี้ อาจนัดหมายชุมนุมสัปดาห์หน้า การชุมนุมครั้งนี้ยังยืนยันจุดยืนเดิมคือ ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เนื้อหาจะสรุปและชำระเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ ผ่านมา
นายวีระกล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวิกฤตของบ้านเมืองและเป็น ประวัติศาสตร์ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงเห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อชำระข้อเท็จจริงและสะสางเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถยกเทียบเคียงได้กับพฤษภาทมิฬ จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยเฉพาะประเด็นการใช้กำลังทหารติดอาวุธเข้าปราบปรามประชาชน การใช้กำลังทหารครั้งนี้ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ศาลปกครองเคยบัญญัติไว้ ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนสากล ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา การใช้รถฉีดน้ำ การใช้แก๊สน้ำตาและการใช้กระบอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาวันที่ 7 ต.ค. 2551 พบว่ามีผู้ยื่นร้องเรียนผู้ดูแลเหตุการณ์ตั้งแต่ระดับนายกฯ ลงมา เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ต้องดำเนินการเช่นนั้น เพื่อไม่ให้เป็น 2 มาตรฐาน
นายวีระกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีมีผู้ตั้งคำถามว่าสถานีดีสเตชั่น เป็นของแกนนำเสื้อแดงนั้น ยืนยันว่าไม่จริง พวกตนเป็นเพียงผู้จัดรายการ ส่วนจะเปิดสถานีได้เมื่อใดสอบถามผู้บริหารสถานีได้รับคำตอบว่ากำลังดำเนิน การตามขั้นตอนกฎหมาย อาจออกได้เร็วๆ นี้ หรือสัปดาห์หน้า
-ยันไม่เคลื่อนไหวใต้ดิน
ผู้ สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าหลังจากนี้กลุ่มคนเสื้อแดงอาจเคลื่อนไหวใต้ดิน นายวีระกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่ไส้เดือน และเราไม่มีแนวคิดเช่นนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย หลังจากนี้อาจมีบุคคลเข้าร้องเรียนป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน รวมทั้งอาจมีบุคคลเข้ายื่นศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉินกรณีปิดดีสเตชั่น
นาย จตุพรกล่าวว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุม เจ้าหน้าที่ออกหมายจับบุคคลที่ไม่ทราบชื่อหลายราย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บุคคลที่ถูกออกหมายจับดังกล่าวมีบางส่วนเป็นทหารที่แทรกซึมเข้ามา อย่างเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยพบทหารแทรกซึมเข้ามา 9 นาย ส่วนใหญ่พยายามสร้างสถานการณ์ ส่วนกรณีมีผู้เสียชีวิตย่านนางเลิ้ง 2 ราย เบื้องต้นพบว่าภายในงานศพมีแต่พวงหรีด ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันว่าไม่หากินกับคนตาย แต่จะต่อสู้เพื่อคนตาย
-2มาตรฐานทั้งสภา-พธม.
นาย จตุพรกล่าวอีกว่า กรณีรองผบ.ตร.ยื่นประธานสภาขอตัวตนมาดำเนินคดีนั้น ที่ผ่านมาตนเตรียมพร้อมตลอด วันที่ 29 เม.ย.ตนอยากให้ประธานสภานำเข้าที่ประชุมเพื่อขอให้ลงมติ พรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลไม่ต้องมายกมือให้ หากมีมติให้ตนเข้ามอบตัวก็พร้อมเพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานกับพรรคประชาธิปัตย์ หากโดนแบบตนบ้าง อยากตั้งคำถามนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพถึงคดีที่น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ฟ้องร้องอยู่นั้น ขณะนี้ประธานสภายังไม่บรรจุเรื่องเข้าวาระประชุมแต่อย่างใด
นายจตุพร กล่าวต่อว่า การสร้างเงื่อนไขประ กันตัวแกนนำคนเสื้อแดง พวกเราไม่ขัดข้อง แต่อยากตั้งคำถามอีกว่าเมื่อครั้งแกนนำพันธมิตรถูกออกหมายจับข้อหาบุก ทำเนียบ ตำรวจให้ประ กันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข และแกนนำพันธมิตรยังกลับไปชุมนุมต่อได้ทันที หากยังทำ 2 มาตร ฐานก็จะยิ่งตอกย้ำกระบวนการยุติธรรมของไทย
-แฉบิ๊กทหารกดดันแม่คนตาย
ขณะ ที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้นายกฯยังพยายามปิดบังข่าวสารในประเทศ เพื่อให้ข่าวที่ออกมาไปในทางเดียวกัน ปิดสื่อที่เป็นฝ่ายตรงข้าม แต่มีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถปิดได้คือ นายอภิสิทธิ์นั่งบนเก้าอี้นายกฯบนกองเลือดประชาชน สื่อที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด รัฐบาลควรให้เสรีภาพ จึงขอเรียกร้องรัฐบาลคืนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยการคืนดีสเตชั่นและ วิทยุชุมชนที่ถูกปิด หากรัฐบาลไม่ยอมปฏิบัติก็ต้องปิดเอเอสทีวีและสื่อที่เชียร์รัฐบาลด้วย
นาย ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า การเสียชีวิตของพลทหารอภินพ ภายในบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 ในส่วนของคดีขอให้เป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนการชันสูตรศพขอให้เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากพลทหารอภินพเสียชีวิต มีท่าทีของนายทหารระดับสูงพยายามกดดันและเกลี้ยกล่อมให้เผาศพ มีนายทหารยศพล.ต.สั่งนายทหารโทร.ไปหาแม่ผู้ตาย โดยใช้เบอร์ 089-946-68– เพื่อพยายามกดดันและให้เผาศพผู้ตายทันที โทร.ไปหาแม่ผู้ตายหลายครั้งโดยเฉพาะวันที่ 25 เม.ย. หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการข้อมูลการใช้โทรศัพท์ข่มขู่แม่พลทหารที่ เสียชีวิต กลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมมอบให้
-3แกนนำทรท.ปฏิเสธนำม็อบ
ผู้ สื่อข่าวถามว่า วันที่ 25 เม.ย.ทำไมแกนนำคนเสื้อแดงจึงไม่ไปร่วมชุมนุมที่สนามหลวง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ช่วงเวลานั้นแกนนำทุกคนเพิ่งได้ประกันตัวมา ประกอบกับมีอาการอ่อนล้าจากการถูกควบคุมตัวและอยากพบครอบครัว รวมถึงเคารพคำสั่งศาล จึงตัดสินใจไม่ไปร่วมชุมนุม ขณะนี้กำลังปรึกษากับทนายถึงเรื่องเงื่อนไขของศาล
เมื่อถามว่ารูปแบบ ของการชุมนุมช่วงสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะชุมนุมเพื่อชำระและสรุปเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะไม่เคลื่อนการชุมนุมไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ เมื่อถามถึงพ.ต.ท.ทักษิณกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ผู้นำสูงสุดของคนเสื้อแดง เป็นเพียงผู้ปราศรัยผ่านวิดีโอลิงก์เท่านั้น หากตั้งประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นการทำเพื่อพ.ต.ท. ทักษิณ ถือว่าประเมินผิด
ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวว่าอดีตกรรมการ บริหารพรรคไทยรักไทย 3 คน จะมาเป็นแกนนำเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งใหม่ นายจตุพรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลอ้างขึ้นมา ซึ่งทั้ง 3 คนได้ปฏิเสธแล้ว
-ทหารเจ้าของเบอร์รับโทร.จริง
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่นายณัฐวุฒิอ้างว่าเป็นเบอร์ที่นายทหารนายหนึ่งได้รับคำ สั่งจากนายทหารยศพล.ต.โทร.ไปข่มขู่แม่ของพลทหารที่เสียชีวิตนั้น ผู้สื่อข่าวได้ทดลองโทร.ติดต่อไปยังหมายเลขดังกล่าว ปรากฏว่าเป็นของนายทหารนายหนึ่ง สังกัดหน่วยใน จ.แพร่ พื้นที่ภูมิลำเนาเดียวกับพลทหารที่เสียชีวิต สอบถามนายทหารคนดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่า ได้โทร.ติดต่อแม่ของพลทหารที่เสียชีวิตจริง โดยพยายามติดต่อไปช่วงวันที่ 24-25 เม.ย. เนื่องจากการประชุมร่วม 2 สภา นำเรื่องดังกล่าวไปเป็นประเด็นทางการเมือง จึงได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้โทร.ไปหาแม่ของพลทหารที่เสียชีวิตเพื่อ ช่วยเหลือ และขอปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขู่แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงาน อีกว่า การแถลงข่าวของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ ถือเป็นการแถลงข่าวร่วมกันครั้งแรก หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหลังสลายการชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบ ทั้งนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจจำนวนมาก บางส่วนเข้าสวมกอดและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
-”เทือก”ปธ.ประชุมจัดงานใหญ่
เมื่อ เวลา 14.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก โดยมีรมต.กระทรวงต่างๆ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมประชุมกว่า 2 ช.ม.
นายสุเทพเปิดเผยถึงมาตรการ การรักษาความปลอดภัยว่า รับรองว่างานครั้งนี้ปลอดภัยแน่ นอน ตนให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่าหมื่นคนดูแล
“ผมจะยอมพลาดหลายครั้งในชีวิตนี้ได้อย่าง ไร” รองนายกฯ กล่าว
-5 พ.ค.ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ
ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า วันที่ 5 พ.ค. นี้ รัฐบาลจัดกิจกรรมระหว่างเวลา 17.00-24.00 น. โดยนายกฯ จะเป็นประธานเวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ รัฐบาลเน้นเรื่องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจและเหล่าทัพจะจัดทำแผนปฏิบัติงานโดยละเอียด ทั้งนี้ จะประชุมเตรียมการอีกครั้งวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. เวลา 14.00 น. ระหว่างนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกฯ จะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงานให้ประชาชนทราบทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศ ไทย
-ชี้ปลุกผีคอมมิวนิสต์ตกยุค
พล. อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีแนวคิดเคลื่อนไหวแบบ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ (พคท.) ในอดีต ว่า เชื่อว่าคงทำไม่ได้ เพราะบ้านเมืองเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัยแล้ว อีกทั้งแนวคิดดังกล่าวคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ใครที่มีแนวคิดดังกล่าวคงตกยุค
ผู้ สื่อข่าวถามว่านายจักรภพ เพ็ญแข ระบุจะเคลื่อนไหวลงใต้ดินและอาจใช้กองกำลังติดอาวุธ ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า อยากถามว่าจะทำได้แค่ไหน แต่เท่าที่ประเมิน ทำไม่ได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย เพราะไม่ต้องการใช้ความรุนแรง คิดว่าสิ่งที่นายจักรภพพูดเป็นแค่การหลอกลวงประชาชน
-ยังไม่รู้แม้ว-เพ็ญอยู่ไหน
ขณะ ที่นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระ ทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัวนายจักรภพว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังดำเนินการอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหมายจับจากตำรวจก่อน ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ถ้าพำนักอยู่ประเทศไลบีเรียจริงคงเป็นปัญหา เนื่องจากไลบีเรียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย ถ้าทราบว่าอยู่ที่ไหน เราพร้อมประสาน ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าทั้งพ.ต.ท.ทักษิณและนายจักรภพอยู่ ที่ไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่าต่างชาติเชื่อมั่นสถานการณ์ทางการเมืองใน ไทยหรือยัง และยังห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยหรือไม่ นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ประเทศส่วนใหญ่ไม่ห้ามคนมาเที่ยวประเทศไทย เพียงแต่ให้ระวังตัว เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ยังคงเตือนโดยขอให้หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมนุม ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศประสานสถานทูตและสถานกงสุลต่างๆ ทั่วโลก ให้สร้างความมั่นใจ เมื่อสถานการณ์ต่างๆ สงบลงแล้ว เชื่อว่าต่างประเทศรอดูสถานการณ์สักระยะ จากนั้นคงเข้าสู่ภาวะปกติ
นาย วีระศักดิ์กล่าวถึงความคืบหน้าจัดประชุม สุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาว่า ตอนนี้รอประสานเรื่องวันของผู้นำทั้ง 16 ประเทศ ซึ่งสัปดาห์นี้จะรู้ว่าจะใช้สถานที่ใดจัดประชุม และสัปดาห์หน้าจะทาบทามและประสานกับประเทศต่างๆ เชื่อว่าประเทศต่างๆ คงไม่ได้สนใจว่าจะใช้สถานที่ใดจัดประชุม แต่ต้องการความมั่นใจเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยมากกว่า ดังนั้นต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น |