
เป็นข่าวฮือฮากันทั้งในวงการบันเทิงของเกาหลี และลามมายังคอเกาหลีในเมืองไทย เมื่อ “จู จี ฮุน” พระเอกจากซีรีส์เกาหลีชื่อดังเรื่อง Princess Hours หรือ เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา ที่เคยเข้ามาฉายจนเกิดฟีเวอร์ไปทั้งบ้านทั้งเมือง ทางช่อง 7 สี
ได้ถูกตำรวจจับพร้อมเพื่อนอีก 5 คน ในขณะที่กำลังปาร์ตี้มั่วยากันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง นอกจาก จู จี ฮุน แล้ว ก็ยังมี ยุน โซล ฮี นักแสดงสาววัย 26 ปี และ เย ฮัก ยอง นักแสดง-นายแบบร่วมวงเสพยาอยู่ด้วย
ข่าวรายงานว่า จู จี ฮุน พระเอกคนดัง รับสารภาพว่าใช้ยาจริง แต่ผู้ที่ค้ายานั้นคือ ยุน โซล ฮี ซึ่งได้ลักลอบนำยาเสพติด ทั้งยาอี ยาเค จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาขายให้แก่คนในแวดวงบันเทิงเกาหลีเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ส่วน เย ฮัก ยอง นั้นเป็นผู้ค้ารายย่อย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะพระเอกซีรีส์เกาหลีคนดัง เคยโดนตั้งข้อหาพัวพันยาเสพติดมา แล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน ซึ่งครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าเส้นทางในวงการบันเทิง จูจีฮุน จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ล่าสุดมีข่าวว่า เขาได้ถูกถอดออกจากซีรีส์เรื่อง โตเกียว ทาวเวอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องคดีของเขาจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป
อันที่จริง ข่าวที่ว่าดารา-นักร้องพัวพันกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้เสพหรือผู้ค้า เรียกได้ว่ามีให้เห็นกันอยู่ในทุกประเทศ อย่าง แคสซี่ ซัมเนอร์ นางแบบดังแห่งเมืองผู้ดีอังกฤษ เธอเป็นถึงสุดยอดนางแบบ เคยควงกับคนดังมากมาย ทั้ง เจ้าชายแฮรี่ เจมส์ เฮวิตต์ ฯลฯ มีวิถีชีวิตหรูหรา ชอบไปปาร์ตี้พร้อมผองเพื่อน จนกระทั่งได้ทดลองใช้ยาเสพติด โดยเริ่มตั้งแต่โคเคน ยาสลบม้า ยาไดเอท ยาบ้า และเริ่มเพิ่มขนาดยามากขึ้น พร้อมกันนั้นชีวิตของเธอก็เหลวแหลกแทบไม่มีชิ้นดี ภายหลังเมื่อกลับตัวได้ เธอจึงแฉชีวิตของเธอตีแผ่ให้คนอื่นได้รับรู้ถึงโทษของยาเสพติด
นอกจากนี้ยังมีอดีตนางแบบบิกินีแห่งแดนปลาดิบ ชื่อ มินาโกะ โคมุกาอิ ที่ภายหลังตกอับสุดขีด โดนบริษัทตัวแทนลอยแพ ก็มาโดนตำรวจจับข้อหามียาเสพติดไว้ในครองครอง รวมไปถึงเมื่อต้นปี ตำรวจของประเทศมาเลเซีย เอง ก็ได้เข้าทลายปาร์ตี้ เซ็กส์ ยาเสพติด ทั้งโคเคน ยาเค และยาบ้า ฉลองก่อนวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ ยังพบผู้ประกาศข่าวหญิง และนักแสดงหญิง ร่วมปาร์ตี้ดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ดี ในเมืองไทยเอง ก็มีอดีตนักแสดง-นักร้องหลายๆ คน ที่ต้องมาหมดอนาคต เพราะยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็น “จอยซ์” พรพรรณ รัตนเมธานนท์ อดีตนักร้องดังจากวง “ไทรอัมพ์ คิงดอม” ที่โดนจับพร้อมแฟนหนุ่ม ข้อหาร่วมกันครอบครองยาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย ศาลตัดสินจำคุก 8 ปี แถมเมื่อยื่นอุทธรณ์ ก็ไม่เป็นผล ศาลอุทธรณ์ยังได้เพิ่มโทษให้จอยซ์ถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดเหลือ 33 ปี 5 เดือน
อีกคนที่หมดอนาคต นั่นคือ “แพท” วรยศ บุญทองนุ่ม นักร้องนำวงพาวเวอร์แพท ที่อ้างว่าไม่มีเงิน ค่ายไม่ป้อนงานให้ เลยต้องหันมาค้ายาเสพติด ถูกศาลตัดสินจำคุกนานถึง 50 ปี นอกจากนี้ยังมีทั้ง “ต๊ะ” ฌานิศ ใหญ่เสมอ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง “ทราย” วรรณพร ฉิมบรรจง “น้ำฝน” กุณณัฏฐ์ กุลปรียะวัฒน์ “หนึ่ง” มาฬิศร์ เชยโสภณ “ติ๊ก” ฉัตรมงคล บำเพ็ญ ก็เคยมีข่าวพัวพันยาเสพติด ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เคยรุ่งโรจน์ทางด้านวงการบันเทิง แต่เมื่อมีข่าวขึ้นมา ก็น้อยคนนักที่จะกลับมารุ่งโรจน์ได้เหมือนเดิม
ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต ให้ความเห็นว่า การที่บุคคลที่มีความพร้อมทั้งรูปลักษณ์ หน้าตา เงินทอง มีชื่อเสียงในวงสังคม ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายรวมแค่นักแสดง-นักร้อง พาตัวเองไปเกี่ยวพันกับยาเสพติด ด้วยเหตุว่า ถึงแม้คนเหล่านี้ มองภายนอกแล้ว เหมือนจะมีพร้อมในทุกด้าน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่คนเหล่านี้อาจจะมีทุกข์ทางใจก็เป็นได้
“แรงจูงใจมาจากหลากหลายอย่าง ประการแรก คือเขามีปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายใต้เบื้องลึกของคนคนนั้น เขาอาจจะมีความทุกข์ที่ไม่สามารถบอกใครได้ ไม่สามารถระบายออกได้ ทำให้เขาวิธีการที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข ซึ่งการใช้ยาเสพติด ก็คือวิธีการหนึ่งที่คนเหล่านั้นเชื่อว่าจะเป็นทางที่ที่ให้เขาระบายออกได้ ประการที่สอง คือ การชักชวน ดาราเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสังคมที่ง่ายต่อการเข้าใกล้ยาเสพติด ดารากับความบันเทิงเป็นของคู่กัน เพราะเขามีฐานะ มีชื่อเสียง มีสังคม ได้พบเจอคนจำนวนมาก และหลากหลายประเภท โอกาสที่จะถูกชักชวนจึงเป็นไปได้มาก ประการที่สาม คือสังคม ซึ่งน่าจะเป็นแรงจูงใจที่จะทำให้ดารานักแสดงมีโอกาสติดยาเสพติดมาก ที่สุด ทั้งนี้เป็นเพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะที่เป็นที่รู้จัก และอยู่ในสังคมที่กว้างกว่า และสังคมที่เข้าไปอยู่ก็อาจจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่ โอกาสที่เขาจะได้สัมผัสจึงมีมากพอๆ กับกลุ่มคนที่ใช้แรงงาน ที่สมัยก่อนคนมักจะมองว่าเป็นกลุ่มที่ใช้ยาเสพติดมากที่สุด ซึ่งถามว่าดารากับคนทั่วไป ใครเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติดมากกว่า กัน เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาอย่างชัดเจน แต่คิดว่าทุกกลุ่มถือว่ามีความเสี่ยงเท่ากันหมด เสี่ยงทุกคน เสี่ยงทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง” นายแพทย์คนเดิมกล่าว
วงการบันเทิง ใช่จะมีแต่ด้านที่สวยหรูเสมอไป ก็คงต้องขึ้นอยู่กับตัวเองแล้วว่า เลือกที่จะอยู่กับด้านสว่างหรือด้านมืดของมัน…
ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก















