Tag Archive | "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

Tags: , , , ,

นายกฯตอบกระทู้พท. ยันกู้เงินเพื่อชดเชยรายได้

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


วันนี้ (30 เม.ย.) ที่รัฐสภาในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม

นาย นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ขอหารือที่ประชุมว่ากระทรวงมหาดไทยใช้งบประมาณในส่วนใดในการเรียก ข้าราชการระดับท้องถิ่น จ.อุดรธานีให้มาประชุมที่มหาวิทยาลัยอุดรราชธานี เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการนำบุคลากรของแต่ละจังหวัดเดินทางเข้ามายัง กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ ทั้งที่ยังมีเรื่องสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ ต้องรับผิดชอบ อยาก ทราบว่าขณะที่บ้านเมืองอยู่ในความสงบเหตุใดจึงต้องให้หน่วยงานของกองอำนวย การรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ลงพื้นที่เป็นจำนวนมากเพื่อไปประชาสัมพันธ์โครงการอยู่ดีมีสุขในทุกๆพื้นที่ อยากถามว่ามีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่วาระการถามกระทู้สด โดยเริ่มจากกระทู้ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ที่ ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเรื่องการเพิ่มเพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาลว่า ที่รัฐบาลได้มีมติจะกู้เต็มวงเงิน 9.4 หมื่นล้านบาท แต่วันนี้รัฐบาลเก็บรายได้พลาดเป้าไป 2 แสนล้านเห็นชัดว่ารัฐบาลต้องใช้วิธีกู้เงินเพิ่ม แต่เหตุใดจึงคิดจะออกเป็น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มวงเงินกู้แทนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติขอความเห็นชอบจากสภาฯก่อน ทั้งนี้ในงบประมาณปี 2552 ของกองทัพปรากฎว่ากองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทยมีแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศรวมกันถึง 1.7 แสนล้านบาท เข้าใจว่าเป็นงบเพื่อไปซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์ ทำไมรัฐบาลไม่ใจกล้าที่จะนำเงินก้อนนี้ซึ่งยังไม่มีความจำเป็นต้องไปซื้อมา ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศก่อน และยังนำภาพที่นายกฯ แบมือให้หมอดูตรวจดวงชะตาและกล่าวว่า ภาพแบบนี้จะทำให้ประชาชนที่หวังพึ่งหรือคาดหวังต่อตัวนายกฯ ให้นำพาบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างไร เพราะนายกฯ เองยังต้องพึงหมอดู

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐนตรี ขึ้นกล่าวชี้แจงว่า ผู้ตั้งกระทู้ใช้คำถามที่กล่าวหารัฐบาลในหลายๆ เรื่อง

และ งบประมาณปี 2552 นั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดก่อนเป็นผู้พิจารณาเสนอมา ไม่ว่าโครงการของกระทรวงกลาโหม ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมน่าจะคัดค้านตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลก่อนเสนอมา และงบประมาณที่มีการจัดสรรเพิ่มเติมเพราะต้องการช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกก่อนในเบื้องต้น สำหรับเงิน 2,000 บาท ที่ได้ให้ผู้มีรายได้น้อยนั้นเขาจะนำไปใช้อะไรก็ได้ ประเด็นที่ห่วงใยว่าการออกพันธบัตรจะไปกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จะดูตามความจำเป็นในการกู้เงินและไม่ประสงค์จะหลีกเลี่ยงกระบวนการของรัฐสภา วันที่ 6 พ.ค.จะมีสรุปการความจำเป็นในการกู้เงินในโครงการต่างๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ปิดสมัยประชุมก่อนเพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายหลีกเลี่ยง ทั้งที่รัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการของสภาฯ แต่ตนไม่มีนโยบายเช่นนั้น

นาย อภิสิทธิ์ ชี้แจงด้วยว่า ถ้าโครงการใดไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์จะตัดงบได้ แต่ไม่สามารถโยกงบประมาณของส่วนต่างๆ มาใช้ข้ามกระทรวงได้

ทั้ง นี้งบประมาณที่จะกู้มาใช้จะมีเขียนไว้ชัดเจนซึ่งขณะนี้กำลังดูในราย ละเอียดอยู่ว่าจะนำไปใช้อะไรก่อนหลัง ส่วนเรื่องหมอดูเป็นเพราะในช่วงที่ตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้รับเชิญจากสมาคม โหราศาสตร์ เมื่อเดินทางไปในงานเขาขอดูลายมือตนก็ต้องยื่นมือให้ด้วยมารยาท แต่ความจริงสมัยที่นายสุรพงษ์เคยอยู่พรรคเดียวกับตนก็พยายามทำตัวเป็นหมอดู มาตลอด และเคยทำนายว่าวันนั้นวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะตาย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

‘อภิสิทธิ์’ สั่งสภาพัฒน์เจาะตัวเลขเศรษฐกิจ

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


วันนี้ (29 เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.)

ได้ สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปเจาะดูให้ได้ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจภายในที่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อประเทศไทยว่ามีความรุนแรงแค่ไหน ภายหลังจาก ครม.เศรษฐกิจได้รับทราบตัวเลขด้านต่างๆ เช่น การเงิน การคลัง ภาวะแรงงาน ท่องเที่ยว และผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยขณะนี้ตัวเลขการว่างงานและการลาออกจากงาน ที่เป็นข้อห่วงใยอันดับหนึ่งของรัฐบาล พบว่าในเดือน มี.ค.มีทิศทางที่ดีขึ้นจากเดือน ก.พ. และจะจับตาดูตัวเลขเดือน เม.ย.ต่อไป ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการที่กระทรวงแรงงานพยายามทำความเข้าใจให้ผู้ประกอบการชะลอการเลิกจ้าง แต่ ไม่สามารถทำได้เสมอไปหากพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ขณะที่ตัวเลขด้านการผลิต ภาคส่งออกและนำเข้ายังหนักอยู่ ยกเว้นสินค้าอิเลคทรอนิคส์ที่เริ่มมีตัวเลขดูดีขึ้นมาบ้าง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีทิศทางสรุปที่ชัดเจน เพราะอาจเป็นเพราะสต๊อกเดิมหมด รัฐบาลจึงยังไม่ปักใจแ ละจะติดตามสถานการณ์อย่างไม่ประมาท

นายกฯ กล่าวเพิ่มว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 6 พ.ค.จะมีการพิจารณารายละเอียดของการตัดงบประมาณประจำปี 2553 ลงเหลือ 1.7 ล้านล้านบาทว่าจะมีการตัดโครงการใดออกไปบ้าง

ซึ่ง ในส่วนงบที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำหลีกเลี่ยงไม่ได้และมีความผูกพันธ์ต้องมา อันดับแรก แต่งบประมาณโครงการใดที่ไม่สอดคล้องสถานการณ์รัฐบาลก็ต้องถูกตัดออกไป ส่วนเงินลงทุนจะดูเบื้องต้นก่อน โดยโครงการที่ผูกพันธ์มากก็จะเดินหน้าต่อ และจะดูโครงการใหม่ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยโดยงบลงทุนที่อยู่ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ที่จะมีวงเงินลงทุน 1.56 ล้านล้านบาท ระหว่างปีงบประมาณ 2553-2555 จะต้องมาพิจารณาความชัดเจนของงบประมาณลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ และที่มาของเงินอีกที ซึ่งสัปดาห์หน้าจะได้ข้อยุติทั้งหมด

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่องบประมาณและการจัดเก็บรายได้ลดลง จะต้องพิจารณาหาแหล่งเงินอื่น และพิจารณาถึงการออกกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลจะไม่แก้กฎหมายหลัก

แต่จะทำเหมือนหลาย ครั้งในอดีตที่มีการออกกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงิน เช่น ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่แล้วก็มีการออกกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินในปี 2545 ก็มีออกกฎหมายให้รัฐบาลกู้เงิน ที่จะต้องกำหนดวงเงินและกรอบเวลาให้ชัดเจน อีกทั้งมีความตั้งใจของในส่วนโครงการลงทุน และที่ทำเพื่อการพัฒนา ต้องให้สภาได้เห็นรายละเอียดของโครงการต่างๆ ด้วย สำหรับขั้นตอนอยู่ในกฎหมายได้มอบหมายให้คณะกรรมการกฏษฎีกาไปพิจารณาดู ว่าทำในรูปแบบใดระหว่างการออกเป็นพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) และการออกเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) แต่การออก พ.ร.ก.จะทำได้กรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วนเท่านั้น ซึ่งต้องดูความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในงบลงทุน 1.56 ล้านล้านบาทนั้น จะไม่ใช่เงินกู้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณ อีกส่วนให้เอกชนร่วมทุน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“มาร์ค”ยันมีปัญหา2-3จุดเหตุคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Posted on 17 เมษายน 2009 by Mr.Pond

bf856fkhb6cb9fdf6hb66

(17เม.ย.) เวลา 12.00 น. หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  แถลงว่า หลังการประชุม ครม.ในวาระปกติเสร็จสิ้น ครม.ได้มีการประชุมเป็นการภายในเฉพาะ ครม.เลขาธิการ ครม.และผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่สามารถประชุม ครม. เต็มคณะเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางคนตามที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เลิกประชุม ครม.ที่พัทยาให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันนี้ (17เม.ย.) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด ประเด็นข้อสงสัยต่างๆก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจึงถือว่าวันนี้ ครม.ได้รับทราบเหตุการณ์และการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน ช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในประเด็นแรก คือ 1. การเยียวยา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์และกลไกตามที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551  ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ทั้งนี้ ได่สั่งการให้เร่งการเยียวยาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชนหรือเจ้า หน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว

“2. ผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจที่หนักมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น ครม.จึงให้ความเห็นชอบว่าต่อไปนี้ต้องถือว่างานด้านการท่องเที่ยวเป็นวาระ แห่งชาติ ซึ่งทาง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปประมวลมาตรการที่ได้กำหนดเอาไว้ใหม่ เพื่อนำเสนอให้ยืดอายุมาตรการต่างๆ และ กำหนดให้มีการพบปะกับผู้ประกอบการซึ่งได้ทำไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา และก่อนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และทบทวนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า 3. เรื่องการตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องดูความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง แม้ว่าปัญหาที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะไม่ปรากฎในขณะนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการและอำนาจบางส่วนของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลและปรับสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีการยกเลิกแต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีรูปธรรมในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาโดยจะพยายามเข้าไปให้ ถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมให้ได้ ก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไปใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่มีความพยายามเผยแพร่ข่าวสาร เรื่องการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุมก็จะต้องชี้แจงต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดสภาในระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้ใครก็ตามที่ยังมีข้อสงสัยนำข้อมูลมาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ตรวจสอบและชี้แจง เพื่อให้เกิดวามโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อในข้อ 2.ว่า เรื่องเงื่อนไขทางการเมือง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านในการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในครม. ตนได้ขอให้รัฐมนตรีทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ไปช่วยกันเร่งรัดกระบวนการที่จะทำให้ทุกพรรคการเมืองสามารถมาพูดคุย และตกลงกันในประเด็นเหล่านี้ได้ เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่ง

“ และ 3. ข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาว่ารัฐบาลใช้ 2 มาตรฐาน หรือไม่ นั้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องชี้แจงถึงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ 2 มาตรฐาน ข้อสงสัยบางประเด็น เช่น ทำไมกรณีปัจจุบันถึงมีการออกหมายจับแต่คดีในอดีตกลับไม่มีการออกหมายจับ ขอเรียนว่าที่จำเป็นต้องออกหมายจับหรือคัดค้านการประกันตัว หรือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ในขณะนี้เนื่องจากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ยังจะไปดำเนินการในลักษณะที่เป็นปัญหากับความมั่นคง ซึ่งถ้าผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆในปีที่แล้ว มีพฤติกรรมแบบเดียวกันก็ขอยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมครั้งนี้กองทัพจึงเข้ามาดำเนินการ ขณะที่ปีที่แล้วมีอุปสรรค ก็ขอเรียนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ปีที่แล้วมี 2 ครั้ง    ครั้งแรกมอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต รมว.มหาดไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะหนักไปทางการใช้ตำรวจ และอีกครั้ง มีการตั้งผบ.ทบ.รับผิดชอบ ซึ่งก็มีประเด็นว่าในครั้งนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครรับผิดชอบ แต่มีการทำงาน

“ผมก็ขอเรียนว่าที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งใครก็เพราะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับปฏิบัตงานตาม พ.ร.ก.ความจริงแล้วก็เป็นผู้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย    ซึ่งการที่ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ    เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการส่วนอื่นมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าปฏิบัติไปแล้วมีปัญหา อะไร ฝ่ายการเมืองจะ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไปตั้งข้าราชการรับผิดชอบโดยตรงก็จะเหมือนกับโยนการตัดสินใจในเชิง นโยบายให้กับข้าราชการดำเนินการ ซึ่งเป็นอุปสรรค และนี่คือความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดไปยัง ผบ.ตร.ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่าจะต้องเร่งสรุปคดีความของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในความสนใจทั้ง หมด เพราะคงจะเป็นเรื่องแปลกหากคดีความในปัจจุบันดำเนินการได้เสร็จก่อน ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะไม่เอาผิดกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐบาลจะดำเนินคดีเฉพาะกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“ครม.จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฤษฎีกาไปดูถึงความจำเป็นของ การที่จะมีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่จะมีความชัดเจนที่จะช่วยให้เจ้า หน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อเกิดการชุมนุมแล้ววิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ถ้าการชุมนุมเริ่มออกจากแนวทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็จะมีการกำหนดว่าเจ้า หน้าที่สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องรอการประกาศใช้พ.ร.ก.” นายอภิสิทธิ์แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในจุดใดที่ทำให้ต้องตัดสินใจคงพ.ร.ก. ต่อไปอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประเด็นอยู่ 2-3 จุดที่เป็นปัญหา แต่ขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก.คงเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างเงื่อนไข และเกิดการซ้ำรอยของสถานการณ์
เมื่อ ถามว่าจนถึงขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับไปนอนที่บ้านพักหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนที่บ้านครับ ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ที่หย่อนยานของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบและได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าขณะนี้ตนไม่ มีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ

“ ไม่มีเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่มีเรื่องการไปไล่ล่าใคร ขณะนี้ขอเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องกลับมาเคารพกฎหมาย เอาความสงบกลับคืนมา และเราจะหาทางออกทางการเมืองต่อ ไป ซึ่งทางตำรวจก็ได้มายืนยันและผมก็เปิดโอกาสให้ตำรวจระดับสูงหลายๆท่านได้ เปิดใจว่ามีอะไรที่ยังไม่สบายใจ ไม่สนิทใจหรือค้างคาใจอยู่จากเหตุการณ์ไม่ว่าจะกี่ปีก็แล้วแต่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากันหมดแล้ว ซึ่งทางตำรวจเขาก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรียังไว้ใจให้ตำรวจทำหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนให้เกียรติเขาเพราะได้คุยกันแล้ว

ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไม่ ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คงทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเร่งทำไม่ได้นิ่งเฉยในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ    เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งซ้ำเติม เข้าไปอีก

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , , , ,

ปูด รบ.เตรียมซื้อตัวส.ส.7หลัก!! วอร์รูม ปชป.ถกรับศึก2ด้าน ตั้งทีมป้อง เนวิน

Posted on 17 มีนาคม 2009 by Sukson.com

รัฐสภา

พท.แว่วข่าวหลังเสนอญัตติขอ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจซื้อตัวส.ส.7หลัก ปชป.เย้ยพท.แค่ฝันลมๆแล้งๆล้มรัฐบาล ตั้งทีมช่วยทุกพรรค-ห้ามแตะ”เนวิน” อ้างปมเงิน258ล.ไม่ใช่จุดตายรบ. “บัญญัติ”นั่งปธ.”วอร์รูมปชป.” ถกรับศึก2ด้าน ภท.เชื่อรบ.โหวตไม่มีแตกแถว “ชัย”เลื่อนอภิปรายเร็วขึ้น19-20 มีนาคม หนีเสื้อแดง

“ชัย”หักพท.ร่นซักฟอก19-20มี.ค.

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งผ่านคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล ที่มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่า กำหนดวันอภิปราย ญัตติเสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 5 คน ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นเสนอแล้ว โดยบรรจุญัตติเพื่อเปิดอภิปรายระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม หรือกลางสัปดาห์นี้ เลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม

นายชินวรณ์เปิดเผยเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.50 น. ว่า ได้รับแจ้งจากประธานสภาว่า กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคมนี้ วันที่ 19 มีนาคม จะเป็นการอภิปรายนายกฯ และวันที่ 20 มีนาคมเป็นการอภิปรายรัฐมนตรี และลงมติในวันที่ 21 มีนาคม “ได้นำเรียนต่อนายกฯแล้วและนายกฯไม่ขัดข้องและบอกว่าพร้อมชี้แจง และได้ประสานไปยังทุกพรรคร่วมรัฐบาลแล้วให้เตรียมพร้อมชี้แจง เชื่อว่าจะสามารถเตรียมตัวได้ทัน” นายชินวรณ์กล่าว

“เมื่อฝ่ายค้านประกาศพร้อมอภิปรายว่ามีข้อมูลพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็พร้อมชี้แจงด้วยเหมือนกัน” นายชินวรณ์กล่าว

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.30 น. นายชินวรณ์เพิ่งแจ้งผู้สื่อข่าว ถึงผลการประชุมวิปรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้หยิบยกเรื่องที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาหารือ ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 19 มีนาคมนี้ จากนั้น ประธานสภาจะบรรจุญัตติเข้าไปเป็นวาระเร่งด่วนทันที

เผยเบื้องหลังหนีเสื้อแดงชุมนุม

รายงานข่าวจากที่ประชุมวิปรัฐบาลแจ้งว่า นายชินวรณ์พูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เบื้องต้นน่าจะอยู่ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคมตามที่ พท.ขอมา และลงมติในวันที่ 27 มีนาคมนี้ โดยเป้าหมายการอภิปรายของพท.น่าจะเป็นการเติมเชื้อในการเคลื่อนไหวให้กับ กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มีนาคม

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่มีการร่นวันอภิปราย เนื่องจากแกนนำรัฐบาล ประกอบด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์การทางการเมืองในขณะนี้ โดยเห็นตรงกันให้เลื่อนมาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคมแทนเพราะประเมินว่าหากมีการอภิปรายตามกำหนดเดิม สถานการณ์ทางการเมืองทั้งในและนอกสภา มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น เพราะเกมปลุกมวลชนเสื้อแดงผ่านการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ปลุกกระแสตามจังหวัดต่างๆ จะเร่งเครื่องหนักในช่วงดังกล่าว ซึ่งจะสอดรับกับการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงด้วย

ชิงแยกศึกหวั่นต้องรับภาระหนัก

“เราประเมินกันว่าจะมีการระดมคนมาปิดล้อมรัฐสภาหรือทำเนียบรัฐบาลในช่วง การอภิปรายอย่างแน่นอน ดังนั้น หากจะอภิปรายตามกำหนดเดิมก็จะทำให้รัฐบาลต้องรับภาระหนักในการรับมือ สถานการณ์ในและนอกสภา จึงต้องการแยก 2 เหตุการณ์ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการระดมคนมาชุมชุมของคนเสื้อแดงออกจากกัน ด้วยการเลื่อนญัตติมาเป็นสัปดาห์นี้ ซึ่งด้านหนึ่งจะทำให้การระดมคนเสื้อแดงทำได้ไม่ทัน” แหล่งข่าวกล่าว

ข่าวแจ้งว่า เมื่อได้ข้อสรุป ได้มีการแจ้งตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อถามความพร้อมหากจะมีการร่นการอภิปรายให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ นายเนวินยังได้ประสานตรงมายังนายชินวรณ์ เพื่อแจ้งเหตุผลของการเปลี่ยนวันอภิปราย และเห็นว่าตามข้อบังคับของสภาผู้แทนฯฉบับใหม่นั้น สามารถทำได้เลย เพราะข้อบังคับระบุพียงว่า เมื่อมีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ประธานรัฐสภารีบบรรจุญัตติโดยด่วน โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้แต่อย่างใด

“มาร์ค”โบ้ยถาม”ชัย”ปมหนีเสื้อแดง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการร่นญัตติมาเป็นระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม ว่า เรื่องนี้นายชัยเป็นคนขอมา ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่เลื่อนนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตรงกับการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ปลายสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามประธานสภาเพราะเป็นคนกำหนด โดยบอกว่า ในสัปดาห์หน้าไม่สะดวกเพราะต้องมีการประชุมอะไรบางอย่าง นายชัยจึงสอบถามตนว่าหากเป็นสัปดาห์นี้จะพร้อมหรือไม่ จึงตอบกลับไปว่าแล้วแต่ประธาน ส่วนจะใช้เวลากี่วัน เป็นเรื่องวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านจะไปตกลงกัน

ส่วนเป็นการดักหน้าฝ่ายค้านหรือไม่นั้น นายกฯกล่าวว่า “ไม่ทราบ เพราะผมก็เพิ่งรับทราบเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 มีนาคม” ผู้สื่อข่าวถาม ฝ่ายค้านอาจมองว่าเป็นการเร่งรัดมากเกินไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา ในเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้วก็ต้องมีความพร้อมอยู่แล้ว และนายชัยยังบอกด้วยว่าก็เหมือนกับครั้งที่แล้ว ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็กำหนดแบบนี้

แล้วแต่สภา”ผมพร้อมอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า การร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้เป็นเกมของทางรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ผมแล้วแต่สภา เมื่อสภาถามว่าพร้อมหรือไม่ ผมก็บอกว่า ผมพร้อมชี้แจง”

เมื่อถามต่อว่า คิดว่ารัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายจะเตรียมตัวทันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ต้องทัน ซึ่งในการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 17 มีนาคม คงก็จะมีการซักซ้อมเพื่อเตรียมรับมือในการอภิปรายครั้งนี้ และไม่มีอะไรน่าหนักใจ เรามีหน้าที่ชี้แจง อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่จ.ชลบุรี ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ เมื่อประธานสภากำหนดให้มีการลงมติ ก็คงต้องเลื่อนการเดินทางออกไป

รองปธ.พท.สงสัยออกวาระซ้อน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค พท. กล่าวว่า การตัดสินใจเช่นนี้แสดงว่ารัฐบาลพร้อมตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านแล้ว แต่สงสัยว่า ประธานสภาออกวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาเงินกู้ 7 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลเสนอมาในวันที่ 20 มีนาคม แล้วไม่ทราบว่า วิปรัฐบาลทราบเรื่องการบรรจุระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาหรือไม่ จึงได้กำหนดวันประชุมตรงกัน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 17 มีนาคม จะมีการหารือเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ตรงกันอีกครั้ง

วิปฝ่ายค้านชี้แผน”ชัย”ไม่ให้ตั้งตัว

นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จาก พท. กล่าวว่า เรื่องนี้ส่วนตัวเห็นว่า นายชัยต้องการให้พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถเตรียมตัวได้ทันแต่ พท.ขอยืนยันว่า มีความพร้อมในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มีนาคม ได้ตรวจสอบระเบียบวาระการประชุมวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคมนี้ ยังเป็นวาระการพิจารณากระทู้ถามสดอยู่ แต่ในช่วงบ่าย มีการเปลี่ยนแปลง มีการบรรจุระเบียบวาระการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจลงไป ซึ่งทำให้เห็นว่านายชัยมีความเอนเอียง ไม่เป็นกลาง เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่เอนเอียงตามลูกไม้

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พท. คณะทำงานอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กล่าวว่า เพิ่งทราบว่า รัฐบาลเลื่อนให้มีการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้น หากจะถามว่าพร้อมหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรคได้เตรียมข้อมูล และจัดวางผู้อภิปรายไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็คงต้องหารือกันในส่วนของคณะทำงาน

พท.ชู”น้อยคนฟันธงตรงประเด็น”

ขณะที่การเตรียมการอภิปรายนั้นนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พท.ทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวว่า การเลื่อนวันอภิปรายเร็วขึ้น ไม่มีปัญหาเพราะพรรคมีข้อมูลและหลักฐานทุกอย่างพร้อมแล้ว ดังนั้น การร่นเวลาก็เท่ากับว่าทำให้นายกฯและ 5 รัฐมนตรีขึ้นเขียงเร็วขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ โครงสร้างการอภิปรายของพรรค แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.นายกรัฐมนตรีพ่วงกระทรวงการคลัง 2.นายกรัฐมนตรีพ่วงกระทรวงมหาดไทย 3.นายกรัฐมนตรีพ่วงกระทรวงการต่างประเทศ โดยพรรคจะจัด ส.ส.ที่จะอภิปรายตาม 3 กลุ่มคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมอภิปรายประมาณ 20 คน เนื่องจากการอภิปรายครั้งนี้พรรคยึดสโลแกน”น้อยคน ฟันธง ตรงประเด็น”

“ขอตั้งข้อสังเกตกรณีที่มีการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา พ.ศ. …ที่มีคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอขึ้นมาพิจารณา โดยอ้างว่าสาเหตุที่ต้องเลื่อนขึ้นมาพิจาณาในวันที่ 18 มีนาคมนี้เป็นเพราะมติของสภา ทั้งที่ความจริงสภาไม่มีการลงมติในเรื่องนี้แต่อย่างใด ซึ่งมองได้ว่ารัฐบาลต้องการหมกเม็ด โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัย ชิดชอบ จุดมุ่งหมายของรัฐบาลในการออก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวคือต้องการกู้เงินจากต่างประเทศโดยไม่ต้องผ่านความเห็น ชอบของรัฐสภา” นายประเกียรติกล่าว

พท.แว่วข่าวซื้อตัวส.ส.7หลัก

ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า ภายหลัง ส.ส.พท.เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 5 คน พรรคนัดประชุม ส.ส.วันที่ 17 มีนาคม เพื่อสรุปจำนวน ส.ส.ที่จะทำหน้าที่อภิปราย พร้อมกับจัดวางตัวว่าใครจะรับผิดชอบอภิปรายรัฐมนตรีคนใด รวมถึงเรื่องจำนวนเวลาที่จะอภิปราย สำหรับการลงคะแนนโหวตในสภาผู้แทนราษฎรถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นไร แต่ พท.คาดหวังประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่า ว่าประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลจะได้หูตาสว่างขึ้น โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลจะได้ทบทวนว่าจะงมงายกับคนที่บริหารประเทศไม่ได้ เรื่องหรือไม่

ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวการล็อบบี้ซื้อคะแนนโหวต ส.ส.ล่วงหน้านั้น เป็นเรื่องปกติในเมื่อบางพรรคการเมืองเขาซื้อ ส.ส.เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตามที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คนกันเองออกมาเปิดเผย การลงคะแนนเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก็คงไม่แคล้วต้องมีเรื่องเงินทอง มาเกี่ยวข้อง

“จะต้องจับตาดูให้ดี เพราะฝ่ายรัฐบาลเตรียมกระเป๋าใบใหญ่พอสมควร ทราบว่าจะใช้เพื่อควบคุมเสียง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เผลอๆ ก็อาจมีฝ่ายค้าน คือซื้อให้งดออกเสียง ตัวเลขสูงถึง 7 หลัก ซึ่งจะต้องจับตาดูว่าใครถูกซื้อ จากนั้นจะเปิดเผยให้เห็นโฉมหน้ากันชัดๆ” ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์กล่าว

ปชป.เย้ยพท.แค่ฝันลมๆแล้งๆ

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีฝ่ายค้านเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยระบุจะใช้เวลา 2 วัน วันแรกจะพุ่งเป้าไปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่วนการอภิปรายรายบุคคลจะเน้นไปที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยให้เหตุผลสั้นๆ ไม่ชอบขี้หน้านั้น ฝ่ายค้านควรเอาเหตุผลส่วนตัววางไว้ และเอาเหตุผลที่แท้จริงมาอภิปรายดีกว่า ซึ่งการที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายก็เพื่อหวังผลยุบสภา แล้วเมื่อเลือกตั้งก็ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง “ผมอยากบอกว่าเป็นการหวังลมๆ แล้งๆ เมินเสียเถอะ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าอิมพอสสิเบิ้ล ดรีม” นายเทพไทกล่าว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจตนาของ พท.คือต้องการสร้างความเสียหายทางการเมืองต่อรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและกลุ่มคนเสื้อแดง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยการชี้แจง เพื่อให้คนกลางๆ เห็นว่าการแก้ไขปัญหาของประเทศไม่ควรสะดุดลงด้วยปัญหาทางการเมือง แม้ว่าเรื่องที่ พท.จะนำมาอภิปรายจะเป็นเรื่องที่เก่ามาก และเกี่ยวข้องกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แก็ตาม โดยวันที่ 16 มีนาคม จะมีการประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จะใช้ในการชี้แจง เพราะหลายเรื่องที่ พท.จะนำมาอภิปรายเก่ามาก จึงหาเวลาไปค้นเอกสาร

ตั้งทีมช่วยทุกพรรค-ห้ามแตะเนวิน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้ตั้งคณะทำงานวิชาการขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูลและให้รัฐมนตรีทุกคนชี้ แจงข้อมูลได้ตรงกัน โดยจะมีการประชุมครั้งแรกที่สภาวันที่ 18 มีนาคม ซึ่งไม่เพียงแต่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ยังรวมถึงนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยจากพรรคภูมิใจไทยด้วย อย่างไรก็ตาม คงไม่ถึงกับร่างเป็นคำพูดให้รัฐมนตรีอ่าน เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถชี้แจงเองได้ เท่าที่คุยกันในพรรคไม่มีใครน่าเป็นห่วงแม้แต่คนเดียว เพราะประเด็นที่ พท.นำมาอภิปรายเป็นข้อมูลเก่าทั้งหมด จนมีการพูดคุยกันเล่นๆ ว่าต่อไปอาจมีการนำเรื่องสมัยเด็กขึ้นมาอภิปรายกันก็ได้

ส่วนที่เรื่องที่อาจมีการพาดพิงถึงนั้น นพ.วรงค์กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องเงิน (จากบริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ) 258 ล้านบาท นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคในขณะนั้นก็บอกแล้วว่าพร้อมลุกขึ้นชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ถ้าฝ่ายค้านจะพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ส.ส.ประชาธิปัตย์ พร้อมลุกขึ้นปกป้องเพราะการพาดพิงบุคคลภายนอก ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุม

อ้างปมเงิน258ล.ไม่ใช่จุดตายรบ.

นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายประดิษฐ์ปมเงิน 258 ล้านบาท ว่า ไม่ต้องเป็นห่วง หากมีการพาดพิงมาถึงตนก็พร้อมชี้แจง และมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่จุดตายของรัฐบาล เพราะทุกอย่างดำเนินการอย่างถูกต้อง หาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พท.จะอภิปราย หรือยกแผ่นชาร์ตขึ้นมาแสดงอะไรต่างๆ ก็มีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้หมดแล้วเช่นกัน แต่หากมีการพูดพาดพิงถึงนางมาลี ปัญญารักษ์ น้องสาว ที่ได้รับโอนเงินจากบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด ในการว่าจ้างทำโฆษณา แล้วทำให้เกิดความเสียหาย นางมาลีสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้

นายประพร เอกอุรุ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกเรื่องที่ฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปรายเรื่องเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนโดยตรง เนื่องจากนางอาภาพรน้องสาว และนายสมศักดิ์ลูกพี่ลูกน้องได้ร่วมกันรับงานประชาสัมพันธ์ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) จึงไม่ทราบเรื่อง หากมีการอภิปรายพาดพิงก็พร้อมแสดงหลักฐานเป็นคำให้การของญาติของที่ให้ปากคำ ไว้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษมายืนยันกลางสภาได้

วอร์รูมปชป.ถกรับศึก2ด้าน

รายงานข่าวจากคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า ในการประชุมวอร์รูมนัดพิเศษวันที่ 17 มีนาคม ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค เป็นประธาน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ในฐานะที่ปรึกษาวอร์รูม จะเข้าร่วมการประชุมด้วย เพื่อวิเคราะห์ญัตติถอดถอนและญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายประเด็น เพื่อนำไปสู่การหาวิธีตั้งรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ รวมถึงวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเคลื่อนไหว ในลักษณะรุกหนักในช่วงนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับแผนการเคลื่อนไหวตามยุทธศาสตร์ที่คนเสื้อแดงนำมาใช้ รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์การเคลื่อนเข้ากรุงเทพมหานครของคนเสื้อแดง ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ด้วย

ภท.เชื่อรบ.โหวตทิศทางเดียวกัน

สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกขึ้นบัญชีอภิปรายนั้น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการโยนเรื่องให้กับข้าราชการประจำเป็นผู้ดำเนินการหรือไม่ว่า ไม่มีการโยนความผิดให้ใคร ทางการเมืองต้องรับผิดชอบอยู่แล้วแลก็พร้อมจะตอบ ทั้งนี้ ในส่วนของมหาดไทย ไม่ต้องตั้งวอร์รูมเพื่อรับมือการอภิปราย เพราะมีการตั้งคณะทำงานไว้แล้ว และสิ่งที่ทำมา ชี้แจงได้หมดเพราะเป็นคนทำงานมาเอง เมื่อทำเองก็ต้องชี้แจงได้ ดังนั้น ไม่มีความกังวลที่ฝ่ายค้านระบุว่ามีหมัดเด็ดในการอภิปราย

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมวอร์รูมของกระทรวงไว้รองรับการอภิปรายไม่ไว้วาง ใจว่า วอร์รูมจริงๆ แล้วเป็นเพียงศูนย์รวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงต่อการอภิปรายเท่านั้น เมื่อกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยฝ่ายค้าน ตนและนายชวรัตน์ที่ถูกยื่นอภิปรายก็ต้องเตรียมข้อมูล และเมื่อเป็นการอภิปรายในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องมีข้าราชการที่เตรียมข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงต่อสภา

“ผมกับนายชวรัตน์ไม่กังวลเท่าใด ไม่ต้องซ้อมชี้แจงหรือฟังการอภิปราย เพราะเป็นเรื่องที่เราทำงานมาทั้งนั้น ข้อกล่าวหาต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ชี้แจงได้ ไม่ว่าการล้วงลูกข้าราชการ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม และเมื่อชี้แจงได้ก็มั่นใจว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตในทิศทางเดียวกัน” นายบุญจงกล่าว และว่า พรรคภูมิใจไทยจะประชุมวันที่ 17 มีนาคม เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ชัย”นัดตรวจสอบญัตติ-ย้ำวัน”ฟอก”

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค พท. เปิดเผยว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดรองประธานทั้งสองคน รวมถึงฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 17 มีนาคม เพื่อหารือและตรวจสอบความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี โดยตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 169 ที่กำหนดให้ตรวจสอบความถูกต้องของญัตติภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 19 มีนาคม หากการหารือวันที่ 17 มีนาคม ตรวจสอบแล้วไม่ต้องแก้ไขอะไร ก็ไม่ต้องส่งเรื่องคืนไปยังผู้ยื่นญัตติ และประธานสภาก็จะบรรจุเข้าระเบียบวาระได้เลย และประธานจะได้แจ้งเรื่องให้รัฐบาลทราบ รวมถึงแถลงให้สาธารณะทราบ ซึ่งทราบว่า รัฐบาลพร้อมมาชี้แจงวันที่ 25-27 มีนาคม จึงเชื่อว่ากำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจน่าจะเป็นไปตามนั้น

แหล่งข่าว : มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

ศึกซักฟอกลงตัว ที่ประชุมเห็นพ้องเริ่ม 19-20มีค.นี้

Posted on 16 มีนาคม 2009 by Sukson.com

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่ประชุม 3 ฝ่าย มีมติเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจไป 19-20 มีค. ขณะวิปรัฐบาลเตรียมตั้งทีมงานช่วยเหลือ รมต.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า มีการพิจารณาวันที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเห็นว่าวันที่ 19 - 20 มีนาคมนี้มีความเหมาะสมและให้ลงมติในวันที่ 21 มีนาคม

โดยจะประสานงานให้ฝ่ายค้านทราบอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าการเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 10 คน เพื่อดูแลข้อมูลของรัฐมนตรีที่จะอภิปราย อีกทั้งหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนคณะทำงานชุดดังกล่าวก็จะช่วยชี้แจงต่อ ประชาชนให้ความชัดเจนด้วย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานสภาเป็นคนขอมา เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการอภิปรายครั้ง นี้เป็นเพราะตรงกับวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่

Continue Reading

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check