Tag Archive | "สุขภาพ"

Tags: , , , ,

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

Posted on 23 สิงหาคม 2009 by nanamikawai


ภาพประกอบจาก Internet
ภาพประกอบจาก Internet


จากผลการศึกษาเกียวกับสารอาหารในข้าวโพดคั่วที่คนเรานิยมรับประทานเป็นอาหารว่างหรืออาหารทานเล่นนั้นพบว่าข้าวโพดคั่วมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระในระดับที่สูง ซึ่งสูงกว่าบรรดาขนมทานเล่นที่ทำมาจากธัญพืชชนิดต่างๆ สารอาหารในข้าวโพดคั่วก็มีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราเป็นอย่างมาก

นักวิทยาศาสตร์ได้รายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสารอาหารในอาหารทานเล่น หรือธัญพืชแปรรูปชนิดต่างๆในการประชุมนานาชาติครั้งที่ 238 ของ American Chemical Society (ACS ว่า ข้าวโพดคั่วหรืออาหารที่ทำจากธัญพืชในรูปแบบต่างๆนั้นมีปริมาณของสารต้าน อนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง โดยเฉพาะส่วนประกอบสารอาหารที่รู้จักกันดีอย่างโพลีฟีนอล (Polyphenol)

ภาพประกอบจาก Internet
ภาพประกอบจาก Internet


โพลีฟีนอล
ถือเป็นสารประกอบที่อยู่ในอาหารหลายจำพวกที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช๊อกโกแลต ไวน์ กาแฟ หรือชา ซึ่งสารโพลีฟีนอลมีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ มะเร็ง และโรคอื่นๆด้วย และสารโพลีฟีนอลก็ยังอุดมอยู่ในอาหารที่ทำมาจากธัญพืชทั้งหลายอีกด้วย

การรับประทานอาหารเช้าจำพวก อาหารที่ทำมาจากธัญพืชถือเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันนิยม และยังเป็นหนึ่งมื้ออาหารในการลดความอ้วนอีกด้วย

ภาพประกอบจาก Internet
ภาพประกอบจาก Internet


สารโพลีฟีนอลเป็นสารประกอบเคมีที่สามารถพบเจอได้ในผักผลไม้ อย่างเช่นผลเบอร์รี่ ลูก วอลนัท ใบชา หรือองุ่น ซึ่งสารโพลีฟีนอลเป็นสารที่ช่วยกำจัดพวกอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย สารอนุมูลอิสระเหล่านี้เป้นสาเหตุในการทำงานเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆภายใน ร่างกาย

อาหาร จากธัญพืชที่ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณมาก ก็จำพวกที่ทำมาจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต และลูกเกด ในส่วนของขนมขบเคี้ยวอย่างข้าวโพดคั่วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง เช่นกัน

ภาพประกอบจาก Internet
ภาพประกอบจาก Internet

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

การหลั่งข้างนอกก็ท้องได้นะ..

Posted on 26 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


ใครๆที่คิดว่าการหลั่งข้างนอกช่องคลอด ชัวร์สุดๆ

ปลอดภัย 100 % ไม่ท้องแน่นอน ขอบอกว่าเข้าใจผิดถนัด!!!


เพราะถึงจะหลั่งข้างนอกก็ท้องได้นะจะบอกให้ เพราะขณะสอดใส่จะมีน้ำคัดหลั่งจำนวนหนึ่งนำออกมาก่อน ในนั้นจะมีอสุจิปะปนอยู่ด้วย

ถ้าเจ้าตัวอสุจิเพียงหนึ่งตัวสามารถว่ายไปผสมกับไข่ของผู้หญิงได้ คราวนี้ล่ะท้องแน่ และจะว่าไปแล้วการท้องนี้เกิดขึ้นได้ก่อนที่ผู้ชายจะหลั่งน้ำอสุจิภายนอก เสียด้วยซ้ำ และความจริงอีกอย่างที่ควรรู้ไว้ก็คือ ช่วง ระหว่างกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม โอกาสที่หนุ่มๆ จะควบคุมอารมณ์เมื่อกำลังจะถึงจุดสุดยอด เพื่อถอนอวัยวะเพศออกมาหลั่งนอกช่องคลอด ขอบอกว่ายากส์ ไปๆ มาๆ ที่ตั้งใจว่าจะหลั่งข้างนอกก็เลยกลายเป็นหลั่งข้างในไปเสียนี่

แต่ถึงอย่างไรการหลั่งภายนอกอาจป้องกันการตั้งท้องได้

แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัยอีกนั่นล่ะ เพราะอาจทำให้ติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ได้อยู่ดี เนื่องจากในน้ำหล่อลื่น

ซึ่งสัมผัสระหว่างการสอดใส่อวัยวะเพศ อาจมีเชื้อกามโรคหรือเชื้อเอดส์ปะปนอยู่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

ทานเนื้อแดง อายุสั้น!!

Posted on 06 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


ไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่การศึกษาครั้งแรกและใหญ่สุดยืนยันแล้วว่า ทานแค่เท่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 อันต่อวันเสี่ยงอายุสั้นกว่าปกติ 30%

บ้างก็ว่ารับประทานเนื้อมากๆ ไม่ดีอาจเป็นมะเร็งได้ บาง คนก็ว่าทานสัตว์ใหญ่ เป็นกรรมเยอะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีการกล่าวอ้างถึงผลการวิจัยที่บอกกันชัดๆ ไปเลยว่าตกลงแล้วการรับประทานเนื้อสัตว์อย่างเช่นเนื้อวัว ซึ่งฝรั่งเรียกกันว่าเนื้อแดงเป็นประจำจะก่อผลเสียต่อปัญหาสุขภาพจริงอย่าง ว่าหรือเปล่า จนล่าสุดมีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการออกมาเป็นครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งมีคำตอบให้กับคำถามนี้

การศึกษานี้ทำในผู้สูงอายุรุ่นกลางมากกว่า 500,000 คนในสหรัฐอเมริกา
โดยทำการติดตามผลกันนานถึง 10 ปี โดยระบุว่าคนที่รับประทานเนื้อแดงเป็นประจำทุกวันประมาณ 4 ออนซ์ หรือเทียบได้กับการทานแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวันละ 1 ชิ้นมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติเฉลี่ย 30%

โดยสาเหตุของการเสียชีวิตมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ ได้แก่ โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ไม่เพียงแต่เนื้อแดงที่ปรุงสดๆ เท่านั้น แต่การรับประทานเนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูปแล้วก็มีความสัมพันธ์กับการตายเร็ว กว่าปกติด้วยเช่นกัน โดยผลการวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอายุรเวชศาสตร์ Archives of Internal Medicine

การ วิจัยยังพบด้วยว่าการรับประทานเนื้อขาว เป็นต้นว่า เนื้อปลา ไก่ ไก่งวง และสัตว์ปีกอื่นๆ กลับทำให้ความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยสาเหตุแบบเดียวกันนี้ น้อยลงถึงแม้ว่าจะเพียงแค่นิดหน่อยก็ตามที

“ความเป็นหนึ่งเดียวของการศึกษาอันนี้คือจำนวนประชากรที่ศึกษาที่มากและระยะ เวลาการติดตามผลที่นาน ซึ่งทำให้ผลการวิจัยนี้เป็นการตอบที่ชัดเจนและแน่นหนักว่า ใช่แล้วถ้าใครอย่างมีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นต้องทานเนื้อแดงให้ น้อยลง” ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ แบร์รี่ เอ็ม ป๊อปคิน จากมหาวิทยาลัยแห่งนอร์ธ แคโรไลน่า ผู้เขียนบทบรรณาธิการนำผลการวิจัยเรื่องนี้กล่าว สำหรับคำอธิบายที่ว่าทำไมการรับประทานเนื้อจึงมีผลเสียต่อสุขภาพได้มากถึง เพียงนี้ นักวิจัยบอกว่ามีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน เป็นต้นว่า การปรุงอาหารจากเนื้อแดงจะทำให้เกิดสารประกอบที่เป็นสารก่อมะเร็งบางชนิด และยิ่งไปกว่านั้นเนื้อแดงคือเนื้อที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันประเภทนี้มีความสัมพันธ์กันกับการป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมและโรง มะเร็งลำไส้และทวารหนัก และอีกทฤษฏีหนึ่งคือเนื้อแดงมีปริมาณธาตุเหล็กที่สูงซึ่งเชื่อว่ามีส่วนทำ ให้กระตุ้นการเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย

ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งที่การวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ไว้คือ การรับประทานเนื้อหมูที่มักถูกโปรโมตว่าเป็นเนื้อขาวไม่ใช่เนื้อแดงนั้นพบว่าทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วขึ้นด้วย ทั้งนี้นักวิจัยเชื่อว่าอาจเป็นเพราะธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเนื้อหมูด้วยเช่นกัน

แม้การวิจัยครั้งนี้จะไม่ได้อธิบายลงลึกไปถึงกลไกที่ทำให้คนที่รับประทาน เนื้อแดงหรือเนื้อแปรรูปมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ แต่ก็ได้ตอกย้ำถึงคำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีการกล่าวถึงมายาว นานว่าควรรับประทานเนื้อให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้


ส่วนคำนิยามของเนื้อแปรรูปที่การวิจัยนี้พบว่าทำให้คนกินเสี่ยงตายเร็วขึ้น ด้วย ได้แก่ ไส้กรอกทุกชนิดเนื้อแผ่นสไลด์ชนิดแช่เย็น เบคอน ซึ่งการวิจัยนี้พบว่าในกลุ่มประชากรตัวอย่างหญิง คนที่รับประทานเนื้อแปรรูปมากที่สุดมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ ด้วยสาเหตุโดยรวมเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่รับประทานน้อยที่สุดอยู่ที่ 11% และหากจะจำแนกตามสาเหตุการตายจะพบว่าผู้หญิงกลุ่มทานเนื้อแปรรูปเยอะเสี่ยง ตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 11% และด้วยโรคหัวใจ 38% ส่วนในกลุ่ม ประชากรผู้ชายนั้นพบว่ากลุ่มทานเนื้อแปรรูปมากเสี่ยงตายด้วยสาเหตุทั่วไปสูง กว่าปกติที่ 16% และความเสี่ยงในการตายจากโรคมะเร็ง 12% ขณะที่ความเสี่ยงในการตายเร็วด้วยโรคหัวใจอยู่ที่ 9%

ทั้งนี้และทั้งนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายรายย้ำทิ้งท้ายว่าผลการวิจัยนี้ไม่ได้หมายความ ว่าคนเราต้องตัดเนื้อแดงออกจากเมนูอาหารของตัวเองไปเลยโดยสิ้นเชิงแต่ควรจะ เลี่ยงการรับประทานเนื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะดีกว่า

ขอบคุณที่มา สสส.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:”ข่าวเข้ม ฉับไว เป็นกลาง”

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

รักษาตัวให้ห่างไกล “ไข้หวัดเม็กซิโก”

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นสัปดาห์ ของ “ไข้หวัดหมู” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “ไข้หวัดเม็กซิโก” เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวเป็นการติดจากคนสู่คนไม่ใช่จากหมูสู่คน

แต่ที่เรียกชื่อไข้หวัดหมูในระยะแรก เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ เอชหนึ่ง เอ็นหนึ่ง (H1N1) นี้ มีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย

เชื้อ ไข้หวัดเม็กซิโกแพร่ติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป ผ่านการไอ จาม และน้ำลาย โดยเชื้อที่อยู่ในเสมหะน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย

จะ แพร่ ไปยังผู้อื่นในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการกินเนื้อหมู ในส่วนของผู้ที่มีอาการป่วย ลองสังเกตดูว่ามีอาการ คล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือไม่ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ควรทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน เช่น ลูกบิดประตู ตู้โต๊ะเตียงต่าง ๆ ให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดธรรมดา

คน ทั่วไปที่ยังไม่มีอาการป่วยไข้ ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อย ๆ

ผู้ที่มีแผนการเดินทางไปยังรัฐแคลิ ฟอร์เนียและเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเม็กซิโก ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด สำทับกันอีกครั้งหนึ่งว่า ถึงแม้โรคไข้หวัดเม็กซิโกนี้ จะไม่ได้ติดต่อผ่านการกินหมู แต่ก็ควรจะต้องบริโภคหมูที่สุกแล้วจะเป็นการปลอดภัยกว่า อย่าลืมว่าการปรุงหมู ให้สุกด้วยอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไปก็จะฆ่าเชื้อไวรัสลงได้แล้ว

หาก มีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0-2590-3333 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph. go.th

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

สาวร้องทุกข์หมอผ่าตัดลำไส้พลาด

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


เมื่อ เวลา 08.00 น. วันที่ 30 เม.ย. นางกัลยา อิดอ่อน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 4 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า ตนทุกข์ทรมานมากมาร่วม 1 ปี

เนื่องจากโรงพยาบาลสมุทรสาครวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ ภายหลังผ่าตัดพบว่าก้อนเนื้อที่ตัดออกมาไม่ได้เป็นมะเร็ง ต่อมาหมอผ่าตัดลำไส้ใหญ่เข้าไปแล้วยังตัดมดลูกทิ้งและลืมผ้าพันแผลไว้ในช่องคลอด มิหนำซ้ำท่อปัสสาวะที่ส่งไปยังไตก็ถูกตัดขาดด้วย หมอบอกเพียงว่าตัดพลาด ทำให้ปัจจุบันปัสสาวะจะไหลออกมาตลอดเวลา หลังจากตรวจครั้งล่าสุดหมอบอกว่าให้ไปรักษาตัวต่อที่ร.พ.ราชวิถี โดยไม่รับผิดชอบใดๆ

ร้องร.พ. - นางกัลยา อิดอ่อน
ร้องเรียนมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
ระบุหมอร.พ. ใน จ.สมุทรสาคร วินิจ ฉัยโรค
และผ่าตัดผิดพลาดจนร่างกายหลายแห่งผิดปกติ
นาง กัลยากล่าวว่า เมื่อต้นเดือนส.ค. 2551 ตนปวดท้องอย่างรุนแรง จึงเดินทางไปหาหมอที่ร.พ.มหาชัย หมอแจ้งว่าพบก้อนเนื้อบริเวณลำไส้ใหญ่ จึงขอทำการส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อไปวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

ตน จึงอนุญาต แต่เห็นว่าต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงขอให้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ร.พ.สมุทรสาคร ซึ่งตนมีสิทธิบัตรทองอยู่ เมื่อเข้ารักษาที่ร.พ.สมุทรสาคร คืนแรกเวลาประมาณ 23.00 น. น.พ.รณชัย กัณหสุวรรณ หมอประจำร.พ.สมุทรสาครแจ้งว่า กรณีของตนน่าเชื่อว่า 99% เป็นมะเร็งแน่นอน มีเพียง 1% เท่านั้นที่จะเกิดจากวัณโรคและอื่นๆ จึงขอผ่าตัดนำเอาลำไส้ออกมาไว้ที่นอกช่องท้องก่อน ตนจึงแย้งไปว่าทางร.พ.มหาชัยกำลังพิสูจน์ชิ้นเนื้อ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 วัน ทำไมหมอไม่รอผลพิสูจน์จากร.พ.มหาชัยก่อนแล้วค่อยผ่าตัด หมอแจ้งว่าไม่เป็นไร แค่ผ่าตัดยกลำไส้ออกมาก่อน ถ้าไม่ได้เป็นก็เอากลับไปไว้ที่เดิมได้

นาง กัลยากล่าวอีกว่า จากนั้นหมอนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการผ่าตัด โดยไม่มีญาติคนใดของตนรับรู้ ภายหลังผ่าตัดเสร็จรุ่งเช้าพยาบาลมาขอดูแผล ตนสังเกตเห็นสีหน้าของพยาบาลมีอาการตกใจมาก

เนื่อง จากพบว่าลำไส้ของตนออกมาอยู่ที่หน้าท้องเยอะ พยาบาลจึงโทรศัพท์ไปสอบถามจากหมอ แต่หมอแจ้งว่าเป็นเรื่องปกติ ภายหลังผ่าตัดประมาณ 3 วัน ร.พ.มหาชัยแจ้งผลการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ พบว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง ตนดีใจมาก จากนั้นหมอรณชัยผ่าตัดเอาลำไส้เข้าไปไว้ในช่องท้องเหมือนเดิม แต่ภายหลังผ่าตัด หมอแจ้งว่าไม่สามารถ เย็บให้ลำไส้กลับไปติดกันดังเดิมได้ จึงจำเป็นต้องเจาะถุงอุจจาระออกมาไว้ที่หน้าช่องท้องก่อนเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน จากนั้นหมอจะเอาเข้าไปไว้ดังเดิมให้ ระหว่าง 3 เดือนนั้นตนทรมานมาก เมื่อครบกำหนด 3 เดือน จึงเดินทางไปหาหมอรณชัยเพื่อขอให้ผ่าตัดเอาลำไส้กลับไปไว้ในช่องท้องดังเดิม แต่หมอกลับแจ้งว่ายังไม่สามารถผ่าเข้าได้ เนื่องจากร่างกายของตนยังไม่คืนสภาพปกติ ต้องไปทานอาหารให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติก่อน พร้อมเมื่อไหร่ให้กลับมาหาหมออีกที

นางกัลยากล่าวด้วยว่า จากนั้นวันที่ 20 มี.ค.2552 จึงเดินทางไปหาหมออีกครั้งเพื่อขอทำการผ่าตัด หมอจึงรับตัวเพื่อเตรียมทำการผ่าตัด

ตน ต้องนอนเตรียมร่างกายอยู่ที่ร.พ.สมุทรสาคร 3 วัน จึงผ่าตัด ภายหลังผ่าตัด หมอรณชัยแจ้งว่าเอาลำไส้กลับเข้าไปให้แล้วและตัดมดลูกด้วย เนื่องจากมดลูกมีความผิดปกติ หากไม่ตัด เวลาเป็นประจำเดือนจะปวดมาก ภายหลังผ่าตัดประมาณ 7 วัน ตนมีไข้สูงมาก อีกทั้งรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในช่องคลอด จึงเดินทางไปหาหมอ เมื่อตรวจดูพบว่าเป็นผ้าพันแผล ซึ่งมีลักษณะเน่าเหม็นมากค้างอยู่ในช่องคลอด คุณหมอจึงนำออกโดยไม่ให้ความเห็นใดๆ จากนั้นก็ให้ตนกลับบ้าน

” เมื่อกลับมาอยู่บ้านได้ 6 วัน สังเกตว่ามีอาการผิดปกติเนื่องจากปัสสาวะจะไหลออกมาทางช่องคลอดตลอดเวลา ไม่สามารถอั้นได้ จึงเดินทางกลับมาพบหมออีกครั้ง

คราว นี้หมอรณชัยไม่อยู่จึงตรวจกับหมอเบญจมาพร หมอขอตรวจภายใน พบว่าน่าจะเกิดจากรอยต่อของลำไส้มีการรั่ว การรักษาจึงต้องมีการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นหมอเบญจมาพรให้เดินทางกลับบ้าน โดยนัดมาอีกครั้งในวันที่ 20 เม.ย. เมื่อถึงกำหนดนัดจึงเดินทางไปหาหมอรณชัยอีกครั้ง หมอให้นอนที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจละเอียดอีกครั้ง จากนั้นวันที่ 22 เม.ย. หมอทำการส่องกล้องเข้าไปในอวัยวะเพศเพื่อตรวจดูอวัยวะภายใน พบว่าท่อส่งปัสสาวะไปที่ไตถูกตัดขาด เมื่อทราบผลรู้สึกตกใจมาก จึงถามหมอว่าขาดได้อย่างไร

หมอแจ้งว่าอาจจะขาดตอนที่ทำการผ่าตัดครั้งหลังสุด มืออาจจะพลาดไปโดน แฟนดิฉันจึงถามหมอว่าจะสามารถรักษาได้อย่างไร

หมอรณชัยตอบว่าถ้าจะให้หายต้องผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องใช้เวลา ตอนนี้ยังไม่สามารถผ่าตัดได้ ต้องรอให้แผลผ่าตัดเดิมแห้งก่อน ระหว่างนี้จะส่งตัวไปที่ร.พ.ราชวิถี เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาต่อไป ดิฉันเห็นว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความผิดจากตัวเอง อีกทั้งเกรงว่าการรักษาต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องทุกต่อนางปวีณา” นางกัลยากล่าว

ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณาประสานไปยังนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เพื่อพาผู้เสียหายเข้าพบขอความเป็นธรรมต่อไป

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

ลางร้าย… เช็คด่วน 24 อาการก่อนมีประจำเดือน

Posted on 30 เมษายน 2009 by nanamikawai


เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง ตกงานกันเป็นแถบๆ ทำเอาหลายคนเกิดอาการเครียดไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้หญิงไทย ในงานสัมมนา “สตรีไทยห่างไกลวิกฤตทางอารมณ์ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันกับ 24/4″ ได้มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน จัดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ ไบเออร์ เชริง ฟาร์มา

ภายในงานได้มีผลวิจัยของสวนดุสิตโพลมาฝาก พบว่า

ผู้หญิง จำนวนร้อยละ 95 ต้องประสบกับภาวะทางอารมณ์ทั้งอารมณ์ แปรปรวน หงุดหงิด เครียด ซึมเศร้า ที่มาพร้อมกับอาการทางร่างกายไม่ว่าจะเป็นตึงคัดเต้านม ปวดศีรษะ ท้องอืด อยากอาหารมากกว่าปกติทุกเดือน ซึ่งเรียกว่า “กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน” หรือ PMS (Premenstrual Syndrome) บางคนอาจมีอาการเล็กน้อยพอรำคาญแต่ยังสามารถดำเนินชีวิตปกติได้ แต่บางคนอาจต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ จนถึงขั้นต้องพึ่งหมอ ซึ่งอาการก่อนมีประจำเดือนขั้นรุนแรงนี้เรียกว่า PMDD หรือ Premenstrual Dysphoric Disorder

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยา ศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า

อาการเหล่านี้สามารถสังเกตได้ ซึ่งในคู่มือ “อารมณ์ดี 24/4″ ซึ่ง 24 คืออาการหลักที่มักจะเกิดขึ้น อย่าง คัดตึงเต้านม แขน ขา บวม ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องอืด น้ำหนักขึ้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เป็นตะคริว หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล นอกจากนี้ยังมี อาการอื่นๆ อ่อนเปลี้ย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง โกรธ ฉุนเฉียวง่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ ซึมเศร้าอย่างชัดเจน วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์แปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด เครียดอย่างรุนแรง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ส่วนเลข 4 นั้น นายแพทย์สุรศักดิ์บอกว่า

อาการ 24 ขั้นต้นนั้น ต้องสังเกตเป็นเวลา 4 เดือน ด้วยการจดบันทึก หากอาการเกิดขึ้นช่วงก่อนมีประจำเดือนทุกเดือน อาจเป็น PMS หากอาการรุนแรงมากจนกระทบต่อการใช้ชีวิตอาจเป็น PMDD

” บุคคลที่มีอาการก่อนมีประจำเดือนจริงไม่ต้องตกใจ ให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิให้จิตใจสงบ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน แต่ผู้มีอาการก่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและ รักษาอย่างเหมาะสม”

ประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าผิดปกติต้องพบแพทย์ทันที

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“หดหู่-เบื่อหน่าย-ภัยของโรคซึมเศร้า”

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บอกว่า ประเทศไทยประสบวิกฤติสองชั้น ชั้นแรกคือ ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

วิกฤติ ที่สองคือ วิกฤติความขัดแย้งภายในประเทศ นอก เหนือจากปัญหาชีวิตประจำวันของแต่ละคน แต่ละครอบครัว แต่ละหมู่คณะ ทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่าย ท้อถอย หดหู่ เศร้าหมอง เหล่านี้คือกลุ่มอาการซึมเศร้า ซึ่งอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้โดยง่าย

เมื่อ ท่านมีความรู้ว่าเบื้องต้นดังกล่าวคือ ไม่สดชื่น หงุดหงิด หดหู่ เศร้าหมอง อย่าปฏิเสธว่า ไม่ใช่อาการซึมเศร้า อย่าเพิ่งปฏิเสธว่า เราไม่เป็นโรค “ปฏิกิริยา อาการเหล่านี้ เกิดจากผลกระทบของร่างกายต่อสิ่งเร้าที่ไม่สบอารมณ์จากภายนอก ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง ไปกระตุ้นสมองส่วนที่รับผิดชอบให้เกิดอาการซึมเศร้าอีกทีหนึ่ง” จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ควรรับคำปรึกษาและรีบรักษา

กลุ่ม อาการซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่พบบ่อยมาก แต่ผู้คนมัก ไม่ค่อยตระหนักว่าเป็นโรคที่ต้องปรึกษานักจิตวิทยา หรือรับการรักษาจากจิตแพทย์ เพราะเข้าใจว่าผู้ป่วยกำลังคิดมากไปเอง และมักแค่ปลอบใจเพียงแค่คำพูดว่า “อย่าคิดมาก” ซึ่ง ก็ไม่มีผลช่วยให้อารมณ์เศร้าดีขึ้นแต่อย่าง ใด เนื่องจากอาการเศร้าเป็นมากจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง (Neurotransmitter) เพราะฉะนั้นการรักษาจึงเน้นการใช้ยาต้านอารมณ์เศร้าเป็นหลัก

กลุ่มอาการซึมเศร้ามีผลต่อภาวะอารมณ์ (เช่น ไม่สดชื่น หดหู่ เศร้าหมอง หงุดหงิด) และความคิด (เช่น มองตัวเองและผู้อื่นในทางลบ) รวมทั้งอาการต่าง ๆ ของร่างกาย (เช่น ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย หมดอารมณ์ทางเพศ) และที่อันตรายมากที่สุดคือพฤติกรรมทำร้ายตนเอง

อาการของกลุ่มอาการซึมเศร้าอาจเกิดขึ้นโดยมีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียดหรือภาวะกดดันในชีวิต (เช่น ปัญหาหนี้สิน ความเจ็บป่วย ฯลฯ) หรือการสูญเสีย (เช่น สอบตก อกหัก การนอกใจในคู่สมรส ฯลฯ) แต่ก็พบได้มากที่ผู้ป่วยเกิดโรคซึมเศร้าได้เอง โดยไม่มีเรื่องกระทบจิตใจแต่อย่างใด

อาการและอาการแสดงของกลุ่มอาการซึมเศร้า (เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป)

กลุ่ม อาการซึมเศร้ามิได้เป็นเพียงแค่อารมณ์เศร้าที่เกิดจาก “ปัญหาในการปรับตัว” ต่อความเครียดเท่านั้น (กรณีนี้ภาวะเศร้ามักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป) หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ มีปัญหาบกพร่องในการทำงาน รวมถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง…ควรคิดถึง “โรคซึมเศร้า”

การรักษา

ปัจจุบัน การรักษาโรคซึมเศร้า ได้ผลดีมาก โดยการใช้ยาต้านอารมณ์เศร้า (Antidepressants) ซึ่งมีหลายชนิด ยาเหล่านี้จะไปช่วยสมดุลสารเคมีในสมองให้กลับมาสู่ในภาวะปกติ เราพบว่าผู้ป่วยแต่ละรายมักได้ผลยาแต่ละชนิดแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะเริ่มต้นให้ยาในขนาดน้อย ๆ แล้วพิจารณาปรับเพิ่มขนาดยาจนถึงระดับที่ออกฤทธิ์ได้ผล ซึ่งมักใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ หากไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนยา เพราะฉะนั้นผู้ป่วยควรรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการกินยาแล้ว จิตแพทย์จะให้การบำบัดด้วยการ “ปรับความคิด-เปลี่ยนพฤติกรรม” (Cognitive-Behavioral Therapy) เพื่อให้ผู้ป่วยมีมุมมองทางบวกต่อตนเองและโลกภายนอก เห็นทางออกของปัญหา และตระหนักถึงศักยภาพของตนเองในการเผชิญเรื่องท้าทายของชีวิต รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินชีวิต (Life style) เพื่อสร้างความรื่นรมย์และความเบิกบานให้แก่ชีวิต

ในกรณีที่อารมณ์ เศร้าเป็นรุนแรงมาก (เช่น มีความเสี่ยงสูงที่จะทำร้ายตนเอง) หรือมีอาการโรคจิตร่วมด้วย (เช่น ระแวง หูแว่ว ประสาทหลอน) จิตแพทย์จะรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีญาติดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

กรณี ที่กินยาจนอาการเศร้าดีขึ้นแล้ว ไม่ควรหยุดยาเองเพราะอาจทำให้อาการเศร้ากำเริบได้ แพทย์จะพิจารณาให้ผู้ป่วยกินยา (ในขนาดต่ำที่สุด) อย่างต่อเนื่องเป็นปีจนสามารถหยุดยาได้ในที่สุด

ความช่วยเหลือจากญาติ

รับฟัง เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยระบายความทุกข์ใจ เข้าใจและยอมรับโดยไม่มีการตอกย้ำซ้ำเติม

ชักจูงให้ผู้ป่วยร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานหรือท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติ

ดูแลให้ผู้ป่วยกินยาตามเวลาอย่างสม่ำเสมอ

รายงานแพทย์ทันที หากพบว่าผู้ป่วยมีความคิดอยากทำร้ายตนเอง

ข้อมูลจาก นายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล หัวหน้าหน่วยจิตเวช รพ. พญาไท 2

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

โรคพันธุกรรมร้าย ผู้ป่วยตัวแข็งเหมือนรูปปั้น

Posted on 24 เมษายน 2009 by nanamikawai


ซีนนี่ นัมม็อก อายุ 13 ปี ชาวอังกฤษ ป่วยด้วยโรค “ไฟโบรดิส พลาเซียออสสิฟิแคนส์ โพรเกรสสิวา” (FOP) ซึ่งเป็นโรคประหลาดทางพันธุกรรม โดยในที่สุดจะทำให้เด็กหญิงแข็งเหมือนเป็นรูปปั้น

“เอฟโอพี” ทำ ให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นแข็งจะเปลี่ยนเป็นกระดูก โดยตอนนี้แขนทั้งสองข้างและเอวของซีนนี่แข็งไปแล้ว สำหรับสาเหตุที่ทำให้แขนแข็งเนื่องจากกระดูกงอกที่หัวไหล่ จนเด็กหญิงไม่สามารถเอื้อมมือจับสิ่งของต่างๆ และเพียงแค่ถูกชนเพียงเบาๆ ก็จะรู้สึกเจ็บมาก นอกจากนี้ อวัยวะอื่นๆ อย่างคอและหลังเริ่มจะแข็งเช่นกัน

ในส่วนของการรักษา ยังไม่มีวิธีการรักษาใดๆ แพทย์ยังไม่สามารถฉีดยาหรือตัดชิ้นเนื้อไปดูเหมือนที่ทำกับผู้ป่วยรายอื่นๆ ได้ เนื่องจากเกรงว่า การฉีดยาและตัดชิ้นเนื้อจะเร่งให้เนื้อบริเวณนั้นแข็งตัวเร็ว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรค “เอฟโอพี” ทั่วโลกเพียง 600 คน และเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แพทย์สหรัฐพบยีนซึ่งเป็นต้นเหตุของโรค ส่วนในอังกฤษเองกำลังทดลองสารประกอบ ซึ่งอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของกระดูก

ด้านน.พ.เฟรเดอริก แคพแลน ผู้เชี่ยวชาญโรคเอฟโอพี กล่าวว่า “เราพบว่า ตั้งแต่กำเนิดผู้ป่วยมักจะมีหัวแม่โป้งเท้าใหญ่กว่าปกติ และสั้นกว่านิ้วเท้าอื่นๆ นิ้วโป้งเท้ายังโค้งงอเข้ามาด้านในด้วย”

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

นมวัว กับ นมถั่วเหลือง นมไหนดีกว่ากัน?

Posted on 17 มีนาคม 2009 by nanamikawai

 

 

 

แสนเสน่ห์ข้องใจว่านมๆๆที่เราดื่มกันทุกเช้าเย็นเนี่ย….นมไหนมันจะมีประโยชน์กว่ากันนะ
ดื่มทุกวันแต่ไม่รู้ว่าประโยชน์มันต่างกันยังไงหว่า สาวๆ women.mthai
เคยสงสัยเหมือนแสนเสน่ห์ไหมค่ะ มาไขข้อข้องใจกันดีกว่า ว่านมไหนจะน่าดูด
น่าดื่มว่ากันนะคะ อิอิ

 

 

ที่เค้าว่านมถั่วเหลืองดีอย่างโน้นอย่างนี้ แถมราคาก็ถูกกว่านมวัว
แล้วอย่างนี้เราจะหันมาดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวซะเลยจะดีไหม”

คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในใจ
คุณบ้างรึเปล่า
? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยที่ว่านี้กันให้ชัดๆ เลย

      ในเรื่องของโปรตีน ถ้าทำน้ำถั่วเหลืองจากสูตร ถั่วเหลือง 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน จะได้โปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว คือ
ดื่มนมถั่วเหลือง
1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะ ได้โปรตีน ประมาณ 6 กรัม (นมวัว
1 แก้ว จะได้โปรตีนประมาณ 7 กรัม) แต่
คุณภาพ
โปรตีนในนมวัวมีความสมบูรณ์
ของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีนดีกว่า

โปรตีนจากถั่วเหลือง ที่มาจากพืช แต่คุณภาพของโปตีนในนมถั่วเหลือง ก็สามารถ
เสริมให้ดีขึ้นได้ ด้วยการ เติมเครื่องต่างๆ อย่างที่นิยมกัน เช่น ลูกเดือย สาคู
ถั่วแดง ลงไป ได้ทั้งความอร่อยแถมคุณค่าของโปรตีนสมบูรณ์ขึ้น

 

     

พลังงานที่ได้จากนมวัวจะมีไขมันมากกว่านมถั่วเหลืองถึง
2 เท่า คือนม วัว
1
แก้วจะให้พลังงาน ประมาณ 170 แคลอรี่
ส่วนนมถั่วเหลืองจะให้เพียง
80 แคลอรี่ เท่านั้น
แต่คนที่ดื่มนมถั่วเหลืองเติมน้ำตาลมาก จนมีรสหวานกว่านมสดรสหวาน ก็จะ
ได้พลังงานทั้งหมดพอๆ กัน
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียม ที่น้อยกว่านมวัว
แต่ให้ธาตุเหล็กและวิตามินบีหนึ่งที่มากกว่า


      เรา
ดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวไม่ได้
เพราะจะมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวอยู่มาก แต่หากมีการเสริมแคลเซียมลงในนมถั่วเหลือง
ก็เท่ากับว่าเสริมคุณค่าทางโภชนาการ ให้สมบูรณ์มากขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเสริมก็ควรดื่ม วันละ
1-2 แก้ว หากเป็นนมถั่วเหลืองธรรมดาที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียม ขอแนะนำ
ให้ดื่มนมวัวบ้างประมาณวันละ
1-2 แก้ว สำหรับผู้ใหญ่ หรือ
2-3 แก้วสำหรับเด็ก เช่นเดียวกับหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร
เพื่อจะได้แคลเซียมอย่างเพียงพอกับความ
ต้องการของร่างกายในสภาวะนั้นๆ

 

ที่มาจาก
mcot.net

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check