Tag Archive | "สนธิ"

Tags: , , , ,

คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

Posted on 23 สิงหาคม 2009 by nanamikawai


คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีคนแรกที่ “ถูกยึดอำนาจ” แล้ว “ถูกยึดทรัพย์” โดยคณะปฏิวัติ จอมพลถนอม กิตติขจร หรือแม้แต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็เคยประสบชะตากรรมเดียวกันมาแล้ว แต่ พล.อ.ชาติชาย นั้นท่านหัวใจนักเลงแท้
หลังเหตุการณ์ นั้นผ่านไป ท่านบอกคนใกล้ชิดว่า “เราเป็นนักการเมือง ต้องลืมอดีตให้ได้ ถ้าลืมไม่ได้ บางครั้งมันทำให้เราเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้…มันต้องจบเหมือนอ่านหนังสือ ต้องอ่านจบเป็นบทๆ ไป เมื่อเรื่องนี้มันจบไปแล้ว เราก็เริ่มบทใหม่ ไม่ใช่มามองว่าเขาปฏิวัติเราทำไม แล้วต้องกลับไปฟาดฟันเขา”

ทักษิณ ชินวัตร จะ “ได้คิด” หรือไม่ ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ แต่ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่เริ่มเล่นการเมืองไม่กี่วัน “คิดได้” เขาบอก สุริยะใส กตะศิลา หลังจากร่วมโต๊ะอาหารกับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เคยบาดหมางใจกันไปพักใหญ่ว่า “เราต้องใจกว้างนะ ทำงานการเมือง เราต้องใจกว้างกว่าการทำม็อบ” วันต่อมาจึงได้ยิน สุริยะใส กตะศิลา บอกใบ้เอาไว้ล่วงหน้าว่า “วันข้างหน้าคุณสนธิจะไปทานข้าวกับใครต่อใคร มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ว่าเป้าหมายมันต้องชัดว่า จังหวะก้าวที่ทำลงไปก็เพื่อการเมืองใหม่”

คำ ถามคือ…การเมืองใหม่ ในทัศนะของ สนธิ ลิ้มทองกุล กับ การเมืองใหม่ ในทัศนะของ ทักษิณ ชินวัตร นั้นมีรากเง้ามาจากไหน มาจากต้นทางเดียวกันหรือไม่ ? ถ้าหากใช่… ทักษิณ ชินวัตร เพียงพลิกบทเป็นมิตรแท้ กระดกปลายลิ้นว่า การขับเคลื่อนของกลุ่มคนเสื้อแดงทุกย่างก้าว เป้าหมายก็ เพื่อการเมืองใหม่ ? และ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็เพียงพลิกบทไม่ใช่ศัตรูถาวร เยี่ยงวลีที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ในทางการเมือง ทั้งสองก็คงมีโอกาสพบกันบนโต๊ะอาหาร มันก็คงเป็นไปได้ทั้งนั้น

ศ. ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้ทรงอิทธิพลด้านความคิดของ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยพูดถึง “การเมืองเก่า” เอาไว้ในปี 2532 ว่า “หากเราถือว่าประชาธิปไตยแบบที่มีอยู่ทุกวันนี้ยังไม่ดี มันเป็นคณาธิปไตย ธนาธิปไตย…เต็มไปด้วยพวกในพรรค และการเมืองชักเป็นธุรกิจการลงทุนมากขึ้นทุกวันแล้วละก็ เราก็ควรเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยโดยตรงในระดับชุมชนมากขึ้น… ไม่ใช่นึกถึงอดีตที่มี “อมาตยาธิปไตย” เพราะไม่ว่าจะเป็นอมาตยาธิปไตยหรือ ธนาธิปไตย มันก็แย่ทั้งคู่”

ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดง จึงไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่เอื้อนเอ่ยคำว่า “อมาตยาธิปไตย” ในสังคมนี้จนหนาหู ทว่า หนังสือพิมพ์ผู้จัดการของ สนธิ ลิ้มทองกุล ได้เผยแพร่คำว่า “อมาตยาธิปไตย” ในสังคมนี้มานานถึง 20 ปีแล้ว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“สนธิ” เผยเบื้องหลังถูกสอบสังหาร ชี้”มาร์ค”ถูกตามฆ่า 2 ครั้งเพื่อเป็นมูลเหตุให้เกิดการปฏิวัติ

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai



” สนธิ” แฉเบื้องหลังถูกลอบสังหาร เนื่องจากเป็นอุปสรรคใหญ่ รู้ทันหมด ชี้”นายก”ถูกตามฆ่า 2 ครั้งเพื่อเป็นมูลเหตุให้เกิดการปฏิบัติ ระบุทหารจับมือนักการเมืองบางกลุ่มหวังมีอำนาจบริหารปท.

เมื่อ วันที่ 2 พฤษภาคม เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการรายวันเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถึงกรณีที่ตัวเองถูกลอบยิงว่า “การลอบสังหารผมครั้งนี้ แท้จริงคือเขาเห็นว่าผมคืออุปสรรคอันใหญ่ที่สุด เพราะผมรู้ทันเขาหมด และผมชี้ให้เห็นเลยว่า ตั้งแต่ต้น ผมพูดตั้งแต่ 3-4 วันก่อน ก่อนที่ผมจะถูกยิง ชัดว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถูกลอบสังหาร 2 ครั้ง ครั้งแรกที่พัทยา ครั้งที่ 2 ที่กระทรวงมหาดไทย เพียงเพื่อเป็นมูลเหตุให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมา เพียงแต่ว่าตอนนั้นคุณอภิสิทธิ์รอดอย่างปาฏิหาริย์ เหมือนที่ผมรอด แต่รอดคนละปาฏิหาริย์ คุณอภิสิทธิ์รอดปาฏิหาริย์แบบไม่เจ็บตัว แต่ผมรอดแบบเจ็บตัว

“เพราะฉะนั้น คุณอภิสิทธิ์เองก็เลยเจอปัญหาใหญ่ขณะนี้ว่า คุณอภิสิทธิ์จะเลือกเดินอย่างไร การที่ผมรู้ทันเขา ทำให้เขามีความรู้สึก อีกอย่างหนึ่งคือ ผมไปเปิดโปงสุภาพสตรีคนหนึ่ง ซึ่งในภาพแสดงออกว่าเป็นคนใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ก็เลยเกิดการลงขันกัน เกิดการเขาเรียกว่ากฐินสามัคคี…”

นอกจากนี้ นายสนธิยังระบุถึงนักการเมืองบางกลุ่มร่วมมือกับทหารบางกลุ่ม เพื่อหวังมีอำนาจในการบริหารประเทศในรูปแบบการเมืองแบบเก่า พร้อมกับยกตัวอย่างว่า “สมมุติเขาเอาคุณประวิตร วงษ์สุวรรณ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) เข้ามาลงทุนในพรรคภูมิใจไทย แล้วยุบสภาเลือกตั้ง ชูคุณประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค แล้วใช้เงินซื้อเสียง ใช้อำนาจรัฐซึ่งเขามีอยู่ กระทรวงมหาดไทยบ้าง ตำรวจบ้าง น้องชายคุณประวิตร (พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.) แต่งตั้งคนของเขา แล้วคะแนนเสียงเขามาที่หนึ่ง เมื่อคะแนนเสียงที่ 1 ไม่มีใครกล้าหือ เพราะทำไม เพราะเขาเป็นพรรคทหารไง

“สมมุตินะ สมมุติคุณประวิตรเป็นนายกฯ คุณอนุพงษ์ (เผ่าจินดา ผบ.ทบ.) ก็รอจนกระทั่งถึงงวดหน้า คุณอนุพงษ์เกษียณ คุณอนุพงษ์ก็เป็นต่อ สืบทอดมรดก แบบว่าสมบัติผลัดกันชม”นายสนธิกล่าว

พล.อ.นพดล อินทรปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเพื่อนสนิทของ พล.อ.ประวิตร กล่าวผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง เรดิโอ” ถึงกระแสข่าวการลงเล่นการเมืองของ พล.อ.ประวิตรว่า ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรไม่มีความคิดจะเล่นการเมืองแน่นอน ที่มีข่าวไปจับกลุ่มกับเนวิน (ชิดชอบ) และจัดขั้วอำนาจใหม่ ก็ไม่เป็นความจริง พล.อ.ประวิตรไม่มีแนวคิดเล่นการเมือง ไม่ตั้งพรรคการเมืองแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพันธมิตรบางคน และลูกชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล มองว่านายสนธิถูกยิงเพราะโจมตี พล.อ.ประวิตร พล.อ.นพดลกล่าวว่า “โดนทั้งเสื้อเหลือง-เสื้อแดงพาดพิงเยอะ คนที่มีส่วนในการแก้ปัญหาประเทศชาติ พึงรักษาคนดีๆ เอาไว้บ้าง”

พล. ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิพาดพิงถึง พล.อ.ประวิตรจะจับมือกับนายเนวินเพื่อสร้างขั้วอำนาจการเมืองว่า ไม่มีเหตุผล และที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรปฏิเสธชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ที่มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพราะต้องการมาช่วยประเทศชาติ เท่านั้น ซึ่งไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไมนายสนธิจึงพูดอย่างนี้ ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าเพียงแต่นำมาพูดใหม่เท่านั้น ความจริงไม่มีอะไร ยืนยันว่าทหารไม่มีการเลือกข้าง และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องเป็นทหารที่ดี และไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาบริหารประเทศ กองทัพก็จะต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลทั้งนั้น

เมื่อถามว่า นายสนธิระบุว่ากองทัพไม่ต้องการการเมืองใหม่ เพราะจะทำให้สูญเสียผลประโยชน์จากงบลับ หรืองบการจัดซื้ออาวุธ พล.ต.จิตตสักก์กล่าวว่า ไม่มี เพราะปีนี้กองทัพถูกลดงบประมาณไปมาก และปกติงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธมีน้อยอยู่แล้ว ทั้งนี้เวลากองทัพจะซื้ออาวุธอะไรก็ลำบาก และกว่าจะซื้ออาวุธได้ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ดังนั้นเรื่องที่ทหารคนใดจะไปทุจริตนั้นคงไม่มี ทำให้คำพูดที่กล่าวอ้างมาไม่น่าจะมีน้ำหนักอะไร ส่วนระบบการเมืองใหม่นั้น ต้องว่ากันไปตามกติกา

เมื่อถามว่า นายสนธิระบุว่าโดนลอบยิงเพราะแนวคิดการเมืองใหม่ไปกระทบต่อผลประโยชน์ของ ทหารที่ฮั้วผลประโยชน์กับนักการเมืองระบบเดิม พล.ต.จิตตสักก์กล่าวว่า ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่นายสนธิพูดเป็นจริงหรือไม่ เพราะขณะนี้เป็นเพียงการพูดแสดงความคิดเห็นเท่านั้น คงจะต้องรอผลการสรุปผลการสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะรู้ว่าข้อ เท็จจริงเป็นอย่างไร

พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดบ้านพัก ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมเปิดซีดีที่นายสนธิให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว และเนื้อหาของการแถลงการณ์ที่รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเหตุการณ์รัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 ให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมระบุว่า เมื่อดูซีดีแล้วจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเพราะเหตุใดนายสนธิถึงต้องถูกยิง เพราะเนื้อหาในซีดีจะบ่งชี้ถึงสิ่งบอกเหตุในการถูกลอบยิงได้อย่างชัดเจนใน 3 ประเด็น

“ประเด็นแรก การให้สัมภาษณ์ด้วยวาจาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประเด็นที่ 2 นายสนธิรู้ความลับในเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ทั้งหมด มีข้อตกลงต่างๆ มากมาย และประเด็นที่ 3 กรณีนายสนธิขอย้ายนายตำรวจระดับนายพล 20 นาย โดยนายสนธิได้พูดไว้อย่างชัดเจนว่า เพื่อที่จะจัดการกับนักการเมืองบางคน ดังนั้นเมื่อบุคคลดังกล่าวกลับมามีอำนาจอีกครั้ง จึงตั้งคำถามว่า บุคคลดังกล่าวจะไม่แก้แค้นหรือ ซึ่งจะเห็นภาพจากประเด็นที่ 2 และ 3 อย่างชัดเจนว่า เป็นกลุ่มของทหารและนักการเมืองที่มามีอำนาจใหม่ ที่เป็นสาเหตุของการถูกลอบสังหารในครั้งนี้ ส่วนผมคงไม่อยู่ในข่ายต้องสงสัย”พล.อ.มะกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

“สนธิ”แฉ”ทหารแตกแถว-นักการเมืองเก่า”ลงขันเก็บ เตือน”มาร์ค”ระวังตัว ไม่เชื่อ”ประวิตร-ผบ.ทบ.”วางแผน

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


” สนธิ” ปักใจฝีมือทหาร ออกตัวไม่เกี่ยว”ประวิตร-ผบ.ทบ.” ซัดพวกแตกแถว-นักการเมืองรุ่นเก่าลงขันสั่งเก็บ ส่งทีมล่าสังหาร 4 คันยิงถล่ม ย้ำปมสูญเสียผลประโยชน์ทางการเมือง ส่งสัญญาณถึงนายกฯก็ตายได้ หวังเตือนให้ระวังตัว ตกอยู่ในอันตราย เผย ตร.ออกหมายจับ “จ.ส.อ.”คนยิงเอ็ม79 ดอนเมือง-ศาล รธน.


นาย สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เปิดแถลงข่าวกรณีถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมากับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พร้อมด้วยบรรดาแกนนำพันธมิตร พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พธม.

ทั้งนี้ นายสนธิกล่าวถึงประเด็นสำคัญๆ การถูกลอบสังหารว่า มีอยู่ 2 มิติ คือการลอบสังหารในฐานะเป็นสื่อมวลชน ที่ไปทำหน้าที่โดยสุจริต รักษาผลประโยชน์โดยส่วนรวม และมิติที่ 2 คือการลอบสังหารเพราะเป็นหนึ่งในแกนนำมวลชนซึ่งเป็นภาคประชาชน ทั้งสองอย่างเป็นมิติที่อุกอาจ โหดเหี้ยม อำมหิต กระทำโดยคนมีอำนาจและมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ ลักษณะการลอบสังหารนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการส่งสัญญาณไปให้หลายฝ่าย รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยว่า “ถ้าสนธิตายได้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตายได้ และมีนัยยะเลยไปกว่านายกฯด้วย ว่า ในประเทศนี้ถ้าใครมีอำนาจ มีปืน ร่วมมือกันนึกจะทำอะไรก็ย่อมทำได้ ไม่คำนึงเลยว่าเมื่อทำแล้วคนในวงการสื่อมวลชนจะยืนอยู่ได้อย่างไร สังคมไทยจะยืนอยู่ได้อย่างไร”

นายสนธิกล่าวว่า ยังเป็นการข่มขู่คุกคามที่หากทำสำเร็จก็จะทำให้ผู้นำสื่อมวลชน ผู้นำมวลชน แกนนำทั้งหลายเกรงกลัว เป็นการข่มขู่ที่สามารถล้มรูปแบบการต่อสู้ที่เปิดเผย เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว และการลอบสังหารนั้นใช้ขบวนรถ 4 คัน เท่าที่ทราบมีคนที่เข้ามาร่วมด้วยเยอะพอสมควร 10 กว่าคน ประกอบกับภาวะเหตุกาณ์ที่กล้องวงจรปิดเสียกะทันหันถึง 5 ตัว ย่อมเป็นพยานแวดล้อมที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการร่วมมือกันของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เป็นการกระทำของมือปืนมืออาชีพ แต่เป็นลักษณะขบวนการที่เรียกว่าทีมล่าสังหาร

“ซึ่งไม่ใช่เกิดเป็น ส่วนบุคคล แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมจากแหล่งต่างๆ ยืนยันได้ว่า เป็นฝีมือของทหารและเป็นทหารบางคนเท่านั้น ไม่ใช่ฝีมือของกองทัพ เพราะกองทัพส่วนใหญ่เป็นทหารอาชีพจะไม่ทำเรื่องที่น่าอัปยศอดสูเช่นนี้เด็ด ขาด ผมเชื่อมั่นว่าเหตุที่เกิดมาจากทหารไม่กี่คน นอกนั้นไม่มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นอะไรด้วย”

นายสนธิยังระบุว่า แหล่งข่าวพันธมิตรซึ่งเป็นทหารด้วยกันตัดสินใจเล่าให้ฟังว่ากลุ่มคนที่ยิง เอ็ม 79 ที่ดอนเมือง และที่ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกลุ่มคนเดียวกัน และเตรียมการที่จะยิงต่อ และมีคนนำข้อมูลเหล่านี้แจ้งไปที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ก็แจ้งข้อมูลให้ทราบ ซึ่งผลจากการสืบสวนภายใน ยืนยันว่าเป็นความจริง และกำลังดำเนินการจับกุมอยู่ โดยเป็นทหารยศ “จ่าสิบเอก”ยังอยู่ใน กทม. เป็นคนเดียวกับที่ยิงศาลรัฐธรรมนูญ และที่นี่ด้วย เป็นข้อมูลใหม่ให้เห็น

นายสนธิยังเชื่อว่าเป็นการ มุ่งสังหารเนื่องมาจากการเสียผลประโยชน์ของทหารรุ่นเก่ากับพวกนักการเมือง รุ่นเก่าที่เกรงกลัวการเมืองใหม่ จึงเห็นพ้องร่วมกันว่านายสนธิต้องตาย ส่วนใครเป็นผู้ลงขันนั้น เป็นเรื่องภายในที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และคงไม่เปิดเผย

นายสนธิยังกล่าวถึงขณะนี้หลายกระแสพุ่งตรงไปที่ คุณวิระยา ชวกุล (ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปภัมภ์) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รัฐมนตรีว่าการกรทะรวงกลาโหม) และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ผู้บัญชาการทหารบก) ขอกราบเรียนให้ทราบว่า ไม่ได้คิด และไม่เชื่อว่าคนพวกนี้เป็นผู้วางแผน เพราะว่าทุกคนก็ออกมาปฏิเสธกัน

” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณวิระยา ชวกุล ก็ออกมาปฏิเสธ แต่ผมจะฝากกราบเรียน เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผม สมมุติไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ แต่ถึงจะเป็นจริงผมก็ไม่โกรธ ผมให้อภัยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ดีใจที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมเป็นเพียงแต่ว่าอยากจะฝากเตือนไปนิดหนึ่ง เป็นสัจธรรมที่ทุกๆ คนทราบว่าคนเรานั้นโกหกใครก็ได้ แต่โกหกกับตัวเองไม่ได้เด็ดขาด มโนธรรม สำนึก จะติดตัวอยู่กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะหมดไป กว่าจะตายก็จะตายอย่างทุรนทุรายก็ได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยทำผิดอะไรไว้ เพราะฉะนั้นแล้วผมดีใจที่คุณวิระยา ชวกุล ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ผมก็อนุโมทนาสาธุให้ด้วย”

นายสนธิยังกล่าวถึงมีข่าวลือว่า ถอดใจจะเลิกแล้วว่า ไม่เป็นความจริงแต่แพทย์ให้พักฟื้นเพราะน้ำในหูไม่เท่ากัน ยังหน้ามืดอยู่ จะใช้เวลาพักฟื้นอีกระยะ การพักฟื้นมีหลายรูปแบบ เช่นไปต่างประเทศ แต่ไม่ใช่อินเดียหรือเนปาล อาจไปไหว้พระที่ผมเคยไป หรือไปสหรัฐ เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์ต่างๆ เพราะคิดว่าในเดือนพฤษภาคมนี้คงมีการแถลงข่าวของตำรวจว่าใครเป็นผู้ต้อง สงสัยบ้าง เพราะไม่ต้องการเป็นตัวละครในเรื่อง เพราะให้อภัยแล้ว

นาย สนธิกล่าวว่า ยังเป็นห่วงนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าอยู่ในช่วงอันตราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่พัทยาหรือกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะกลุ่มผู้ก่อการต้องการส่งสัญญาณให้เห็นว่า หากนายสนธิตายได้ ย่อมกระเทือนไปถึงนายอภิสิทธิ์รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องสูงขึ้นไป

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิแถลงข่าวครั้งนี้มีใบที่ยิ้มแย้มโดยรอยแผลที่ศีรษะตรงรอยที่ โดนกระสุนเป็นสีแดงอ่อนๆ และมีรอยผ่าตัดมีผมขึ้นบางส่วนทำให้เห็นแผลที่ผ่าตัดไม่ชัดเจน

นอก จากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงคนดูแลทางด้านความมั่นคงหรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนนายอภิสิทธิ์ได้ แต่ตอบแทนได้อย่างหนึ่งว่า ชีวิตท่านก็อยู่ในอันตรายเช่นกัน “ผมเป็นคนแรกที่แจ้งกับประชาชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดที่พัทยา มีการวางแผนมาอย่างดี ในทางลึกผมทราบว่า คนพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับเรื่องนี้ ส่วนการที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนนั้นเป็นสิทธิของท่านอภิสิทธิ์ แต่กระบวนการตรวจสอบในเรื่องของคดียังมีอยู่แน่นอน ผมให้ความเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงกับ พล.ต.อ.ธานี และหากมีการดำเนินการไปสู่อีกระดับหนึ่งต้องเปิดเผย ท่านนายกฯก็จะต้องแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พันธมิตรจะยึดกรณีที่ถูกลอบทำร้ายมาเป็นประเด็นในการต่อสู้หรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า “ผมกรวดน้ำคว่ำขันให้น่ะ มันเป็นวิถีชาวพุทธ คือไม่อาฆาตแค้นกัน การที่ผมเสียเลือดเสียเนื้อ รอดตายมา ก็เพราะว่าบุญกุศลที่ทำเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำไว้กับชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องพันธมิตรจะใช้ประเด็นนี้ออกมาปฏิบัติการอย่างไรนั้น ขอให้ทางแกนนำพันธมิตรเป็นผู้ตอบคำถามนี้ดีกว่า”
เมื่อถามว่า ประเด็นลอบสังหารคือเรื่องขัดขวางผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องส่วนตัว นายสนธิกล่าวว่า ไม่มี

ด้าน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังนายสนธิ แถลงเปิดใจเชื่อว่าทหารเป็นคนลอบสังหารว่า ได้ยินได้ฟังมาหลายครั้งแล้ว ทุกฝ่ายต้องแสดงความชัดเจนออกมา ตำรวจต้องเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด อย่าเตะถ่วง เพราะเป็นคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกลางเมือง และอย่าอ้างเหตุที่คนร้ายอาจเป็นทหารทำให้การคลี่คลายคดีเป็นอุปสรรค เรื่องนี้แม้แต่ พล.อ.อนุพงษ์ก็ยังบอกเลยว่า แม้คนผิดเป็นทหารแต่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เชื่อว่าถ้าตำรวจทำอย่างจริงจังใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ น่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้และความน่าเชื่อถือน่าจะเพิ่มขึ้นมาด้วย

” ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ก็ควรกลับไปตรวจสอบภายในกรมกองด้วยว่า มีทหารคนไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วอาวุธสงครามเหล่านั้นหลุดจากหน่วยมาได้อย่างไร ไม่ควรเอาแต่พูดยืนยันว่าผมจะรับผิดชอบอย่างเดียว แต่ไม่ทำอะไรเลย” นายบุญยอดกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

“สนธิ”แถลงยอมรับ ไปสหรัฐ “วิระยา”ชี้พูดกำกวม

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai

“สนธิลิ้ม”เปิด แถลงตัดพ้อไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาวที่ตนเองถูกลอบสังหาร ทั้งจากทหารและตำรวจ เห็นเพียงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะคนเดียวเท่านั้นที่แสดงความเห็นใจเป็นห่วงเป็นใย ยอมรับจะเดินทางไปพักฟื้นที่ต่างประเทศจริง ไม่ใช่อินเดียหรือเนปาล เป้าหมายคือสหรัฐอเมริกา “ท่านผู้หญิงวิระยา”ระบุพูดกำกวม ท้าพูดให้ชัดใครสั่งฆ่า

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 3 พ.ค.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงเปิดใจกรณีถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ว่า ประเด็นในการลอบสังหารตนแยกได้เป็น 2 มิติ โดยในฐานะแกนนำมวลชนที่ต่อสู้เรียกร้อง ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และประเด็นการลอบสังหารไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเปรียบเสมือนเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างว่าใครที่มีอำนาจ มีอาวุธในมือสามารถที่จะทำอะไรก็ได้

นายสนธิ กล่าวต่อว่า การลอบสังหารตนในครั้งนี้ ถือว่าหากสำเร็จจะสามารถล้มล้างรูปแบบที่ต่อสู้กันอย่างเปิดเผยจากภาค ประชาชน เหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว และมีนัยทางอ้อม คือ การข่มขู่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หากฆ่านายสนธิ ได้ ก็ฆ่านายอภิสิทธิ์ ได้ หากมีการเรียกร้องมากเกินความจำเป็น จะได้รับความตายไปแทน

นายสนธิ กล่าวว่า คนร้ายที่ยิง ตนยืนยันชัดด้วยสายตาว่าถูกยิงจากคนที่ถูกฝึก เพราะเป็นท่านั่งประทับยิง เป็นท่าที่ฝึกทางการทหาร ใช้รถจำนวน 4 คัน มีผู้ที่กระทำการประมาณ 10-16 คน เชื่อว่า การกระทำครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของผู้ที่มีอำนาจ และคนที่ลงมือรู้เส้นทางเดินรถ มีรถจอดรอเป็นจุด แต่การยิงไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็นขบวนการล่าสังหาร เชื่อว่า เป็นฝีมือของทหารบางคน ไม่ใช่ฝีมือของกองทัพ เชื่อว่ากองทัพไม่ทำเรื่องน่าอัปยศเช่นนี้

นายสนธิ กล่าวว่า ตั้งแต่มีคดีลอบสังหาร ทันทีที่เกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้อง มีเพียง นายกฯ อภิสิทธิ์ ที่เป็นห่วงเป็นใย ส่วนคนอื่นไม่ได้แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาว และยังแสดงอาการที่เรียกว่าปฏิเสธที่มาของอาวุธสงคราม นอกจากไม่แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาวแล้ว ซึ่งประเด็นของผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นและหากมองการแสดงอาการของผู้ที่ เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ น่าที่จะออกมารูปแบบของการประณามการกระทำเช่นนี้ และไม่น่าจะให้อภัยได้เลย เนื่องจากเกิดเหตุในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น คนที่จะออกมาทำเรื่องเช่นนี้ได้ ต้องได้รับการหลิ่วตาจากผู้หลักผู้ใหญ่ ให้ทำได้ แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนนั้นเกิดขึ้นจากทหารเพียงไม่กี่คน เท่านั้นเอง นอกนั้นแล้ว ไม่มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นเป็นใจ

นายสนธิ กล่าวว่า นอกจากปฏิเสธไม่มีส่วนรับรู้แล้ว ยังมีการเข้าสู่กระบวนการเริ่มปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธว่าอาวุธสงครามแบบนี้ใครๆ ก็หาซื้อได้ รวมไปถึงการปฏิเสธเรื่องปลอกกระสุนปืน มีการโยนกันไปโยนกันมา ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ กระทั่งมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเพิ่งออกมาพูดเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมานี้เองว่าหากมีทหารเกี่ยวข้องก็จะจัดการอย่างเด็ดขาด ทั้งๆที่เรื่องเช่นนี้น่าจะมีการพูดถึงตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ แต่กลับไม่พูดเลย

นายสนธิ กล่าวว่า ส่วนที่ว่าใครเป็นคนทำนั้น ขอย้ำว่า การต่อสู้ของพันธมิตรนั้น ขบวนการทำร้ายพันธมิตรฯเป็นขบวนการที่จะเอาชีวิต เป็นขบวนการข่มขู่ต่อเนื่อง การยิงเอ็ม 79 เข้าใส่จนมีพันธมิตรเสียชีวิตไป 4 คน จนแหล่งข่าวของพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นทหารเปิดเผยว่า กลุ่มคนซึ่งยิงเอ็ม 79 เข้าในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และศาลรัฐธรรมนูญ นั้น เป็นกลุ่มคนคนเดียวกัน และเตรียมการที่จะยิงเข้าใส่ต่อไปอีก และมีการส่งข้อมูลไปยัง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าข้อมูลที่ได้เป็นความจริง และเตรียมดำเนินการจับกุม ซึ่งเป็นทหารยศจ่าสิบเอก และข้อมูลนี้ถือเป็นข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผย

นายสนธิ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบยิงครั้งนี้ คือ ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ตนคิดว่าไม่ใช่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ และขอสมมติว่า หากเป็นบุคคลเหล่านี้จริงก็ขออโหสิกรรม ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

” ส่วนเรื่องราวของคุณวิระยา ชวกุล นั้น ก็เป็นเรื่องราวที่คุณวิระยาได้ชี้แจงออกมา ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ดีใจที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมเป็นเพียงแต่ว่าอยากจะฝากเตือนไปนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสัจธรรม ซึ่งทุกๆ คนทราบว่าคนเรานั้นโกหกใครก็ได้ แต่โกหกกับตัวเองไม่ได้เด็ดขาด มโนธรรม สำนึก จะติดตัวอยู่จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะหมดไป ก็อาจจะตายอย่างทุรนทุรายไว้ก็ได้ว่าในชีวิตเคยทำผิดอะไรไว้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมดีใจที่ คุณวิระยา ชวกุล ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ผมก็อนุโมทนาสาธุให้ด้วย ส่วนเรื่องราวต่างๆ นั้น ผมคงจะไม่เล่าอะไรให้ฟัง ประเดี๋ยวผมจะแจกเอกสารเรื่องเกี่ยวกับราชเลขาฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ แจ้งด่วนมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศหยุดบีบขายเสื้อ สก. เดี๋ยวท่านเอาเอกสารไปคนละชุด ท่านอ่านแล้วใช้วิจารณญาณของท่านเองดูก็แล้วกันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร” นายสนธิระบุ

นายสนธิ กล่าวว่า ขอปฏิเสธกระแสข่าวว่าตนเริ่มถอดใจและเตรียมตัวหลบหนีไปอยู่ที่ต่างประเทศว่า ไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ตนมีแผนที่เดินทางไปต่างประเทศในเร็ววันนี้จริง แต่เพื่อไปใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย แต่คงเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ยืนยันว่า ไม่ใช่ที่ประเทศอินเดีย หรือเนปาล อย่างแน่นอน แต่จะไปสหรัฐ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการคาดหมายกันว่าภายในเดือนพ.ค.นี้ อาจมีความคืบหน้าด้านคดี จึงไม่อยากอยู่เป็นตัวละคร และเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างอิสระ จึงใช้โอกาสนี้ไปพักฟื้นร่างกาย หลังจากนั้น จะกลับมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องการเมืองใหม่อย่างแน่นอน เพราะจากการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ ถือว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้มอบหมายภารกิจเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ต่อไป

หลังการแถลงข่าว นายสนธิ ได้แจกเอกสารกรณีท่านผู้หญิงวิระยาซึ่งอ้างอิงตอนแถลงข่าว ปรากฏว่า เป็นเพียงเอกสารถ่ายสำเนาหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 3 พ.ค.2547 ซึ่งเสนอข่าวว่าราชเลขาธิการในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเพื่อขอ ให้ยุติการจำหน่ายเสื้อสก. ที่จัดทำโดยมูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ จำนวน 2 ล้านตัว ที่ท่านผู้หญิงวิระยาเป็นประธาน โดยออกหนังสือเวียนถึงหน่วยงานในจังหวัด

จากนั้น นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ แถลงต่อว่า กลุ่มพันธมิตรฯได้เตรียมจัดงานครบรอบ 1 ปีการชุมนุมยืดเยื้อ 193 วันของพันธมิตรฯที่เริ่มนับ 1 ในวันที่ 25 พ.ค. โดยจะจัดงานรำลึกที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเชิญพันธมิตรฯทั่วประเทศมาร่วม และจะขอให้ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมเพื่อวางท่าทีต่อการที่รัฐบาลจะแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ ซึ่งพันธมิตรฯไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ด้านนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า จะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ 14 ล้านเสียง ส่วนนื้อหาที่จะแก้รัฐธรรมนูญก็คงหนีไม่พ้นเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมให้ พวกฉ้อฉล พฤติกรรมนักการเมืองในวันนี้ถึงจะแก้รัฐธรรมนูญอีกสักกี่ครั้งกี่ฉบับ ก็ไม่สามารถปฏิรูปไปสู่การเมืองใหม่ได้

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า รูปแบบการจัดงานครบรอบ 1 ปีของการต่อสู้ของพันธมิตรฯ 193 วัน วันที่ 24 พ.ค.จัดสัมมนาในลักษณะรับฟังความคิดเห็น แต่ละจังหวัดจะส่งตัวแทนกันเข้ามาเพื่อให้ครอบคลุมเครือข่ายมากที่สุด ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องพันธมิตรฯเข้าร่วมชุมนุมอย่างทั่วทุกสารทิศ และจะประกาศเรื่องจุดยืนในการตั้งพรรคการเมืองในวันดังกล่าวด้วย

วัน เดียวกัน ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังคำแถลงข่าวของนายสนธิ ด้วยตนเอง เพราะขณะนั้นออกรอบตีกอล์ฟอยู่ แต่ได้รับทราบมาบ้างว่ามีการระบุถึงตน อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะไม่เคยฟังและไม่เคยสนใจคำพูดของนายสนธิอยู่แล้ว เพราะนายสนธิ ไม่ชอบตนอยู่แล้ว ดังนั้นอยากจะออกมาพูดอะไรก็พูดได้ เป็นความคิดของเขา แต่ความจริงก็คือความจริง ตนยืนอยู่บนความถูกต้อง ไม่โกหกใคร ไม่หลอกตัวเอง ดังนั้นจึงไม่เดือดร้อนอะไรกับคำพูดของนายสนธิ เพราะคนรอบตัวที่รู้จักตนเข้าใจดีว่าอะไรคือความจริง ส่วนสังคมจะคิดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์จะเชื่อหรือไม่เชื่อคำพูดของนายสนธิก็ได้ ตนไปบังคับใครไม่ได้ นั่นคือสัจธรรม และตนมีคติส่วนตัวว่า เมื่อทำดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมคุ้มครอง เราไม่คิดทำร้ายใคร ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่อิจฉาริษยา และยืนอยู่บนความถูกต้อง

” คนเราเกิดมาอาจทำผิดได้ แต้ถ้ารู้ว่าทำผิดก็ต้องแก้ไข ทุกข้อกล่าวหาย่อมมีข้อพิสูจน์ในตัวเองอยู่แล้ว เช่นเดียวกับกรณีการลอบสังหารนายสนธินั้น ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ในวงที่นายสนธินำชื่อมารวมไว้ทั้งหมด รู้ดีว่าเรื่องราวจริงๆ เป็นอย่างไร และส่วนตัวก็เห็นด้วยกับนายสนธิ ที่ต้องการให้นายกฯ เร่งติดตามคดีนี้ เพื่อให้ชัดเจนไปเลยว่าใครต้องการฆ่านายสนธิ เพราะดิฉันก็อยากรู้ ประชาชนก็อยากรู้ อีกทั้งก็อยากให้นายสนธิ ออกมาพูดให้ชัดเจนไปเลยด้วยว่า นายสนธิคิดว่าใครเป็นคนทำ เพราะนายสนธิเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รู้ว่าใครทำ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าใครก็ควรจะบอกมา ซึ่งดิฉันและสังคมเองก็รอฟังอยู่ตลอดว่าใครทำ ไม่ใช่ออกมาพูดแล้วให้คนตีความกันไป แล้วก็มาบอกว่าไม่เชื่อว่าเป็นท่านผู้หญิงวิระยา แต่พูดไปพูดมาก็ฝากต่อท้ายมา อย่างนี้แปลว่าอะไร” ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าว

เมื่อ ถามว่าจะมีการดำเนินทางกฎหมายหรือไม่ ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนอะไร เพราะไม่หวั่นไหวอยู่แล้ว ซึ่งหากรู้ว่าตัวเองทำผิดอาจจะกลัวก็ได้ แต่ตนถือว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่กล่าวหาว่ามีการบังคับขายเสื้อฟ้า นั้น ตนยืนยันว่าดำเนินการอยู่บนความถูกต้อง การที่จะเอาเสื้อออกมาโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษคือจำคุก ตนจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร อีกทั้งเรื่องนี้ก็เคยมีการกล่าวหากันผ่านสื่อ มีการชี้แจงและพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง ตนและปลัดกระทรวงมหาดไทยถูกใส่ความ ซึ่งส่วนตัวแล้วก็อยากเห็นเอกสารของนายสนธิ ที่ระบุว่า ราชเลขาธิการในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ แจ้งด่วนไปยังกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศหยุดบีบขายเสื้อ สก ซึ่งวันที่ 4 พ.ค.นี้ อาจจะติดตามสอบถามข้อเท็จจริงไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อขอตรวจสอบดูด้วย ส่วนเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้น มีคนถามมามากเหมือนกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พัวพันกับสถาบันหากมีการกล่าวหาฟ้องร้องกันจะให้ มาเป็นพยานได้หรืออย่างไร ดังนั้นตนคงไม่ดำเนินการอะไรเพราะไม่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ อยู่เฉยๆ ดีที่สุด แต่ขณะนี้สังคมอยากรู้อย่างเดียวคือใครทำ ดังนั้นนายสนธิ ก็ควรออกมาพูดความจริง ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมคาดเดากันไปเอง

” ต้องขอบคุณน้องๆ และเพื่อนทุกคนที่รักและเป็นกำลังใจให้ เพราะหลังจากที่ถูกโจมตี มีกำลังใจฝากเข้ามามาก ทำให้รู้ว่าตัวเองก็มีแฟนคลับเยอะเหมือนกัน เพราะคงรู้ว่าจริงๆ คืออะไร อย่างไรก็ตามหากมาถามตอนนี้ ดิฉันก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ในความรู้สึกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จงรักภักดี เพราะจากวิจารณญาณส่วนตัวเชื่ออย่างนั้น แต่เมื่อพูดไปแล้วก็เลยเกิดเป็นปัญหาเล่นงานมาจนถึงปัจจุบัน ก็ตลกดี เหมือนเรื่องโจ๊กใส่ไข่” ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

เปลี๊ยนไป๋

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


นายสนธิ ลิ้มทองกุล นัดแถลงอีกครั้ง หลังเลื่อนจากวันที่ 1 พ.ค.

ด้วยเหตุผลไม่สบาย ยังมีไข้เล็กน้อย

ต้องติดตามว่าจะพูดถึงเรื่องถูกยิงถล่มตามที่ประกาศไว้หรือไม่

เพราะตั้งแต่เกิดเหตุดูเหมือนเปลี๊ยนไป๋??

ไม่แข็งกร้าว ไม่ดุดัน ไม่ถึงลูกถึงคน และอีกหลายๆไม่ เหมือนเก่า

กลายเป็นสนธิคนใหม่ที่ไม่คุ้น!

เช่นเดียวกับสื่อและเว็บไซต์ในเครือข่าย หลังเกิดเรื่องใหม่ๆตั้งชื่อเรื่อง พาดหัวข่าวดุเดือด เลือดพล่าน

ยกตัวอย่าง “สัตว์นรกลอบยิงสนธิ”

แต่วันนี้ทั้งชื่อเรื่อง หัวข่าวนุ่มนวล และเย็นลง

คำว่า “สัตว์นรก” หายไป?

เนื้อหาก็ไม่เข้มข้นเอาเป็นเอาตาย ประเภท “คุณพ่อแค้นมาก” เหมือนตอนแรกๆ

สีหน้า ท่าทาง แววตา คำพูดวันนี้(ถ้าแถลง และพูดความจริง) จะนำไปสู่อะไรๆหลายๆอย่าง

โดยเฉพาะชีวิตนับจากนี้ จะอยู่อย่างไร แบบไหน!!

นับว่าน่าสนใจสำหรับคนที่เคยได้ชื่อว่า “สุดสุด” ที่สุดของเมืองไทย

เอาโกเต๊กเปื้อนประจำเดือนไปละเลงพระบรมรูป ร.5

เดินพรมน้ำมนต์แก่เหล่าบรรดาสาวก

จิกหัวด่าผู้นำประเทศเหมือนหมูเหมือนหมา

นำเรื่องงานศพแม่ผู้นำกองทัพไปนินทาว่าร้าย

ไม่เห็นหัว ไม่เกรงใจผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องสูง

และอื่นๆอีกมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว

วีรกรรมวีรเวรทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ถ้าไม่ “สุดสุด” จริงๆ จะทำได้หรือ

เพราะเรื่องแบบนี้ทำนองนี้ บางคน หรือหลายๆคนแค่คิดก็ยังยาก

รวมทั้ง “สุดสุด” ขนาดโดนอาวุธสงครามถล่มนับร้อยนัด โดยทีมมืออาชีพ

แต่ไม่ตาย

ก็ไม่มีใครคิดเหมือนกัน!?

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

สนธิเชื่อมือ’ธานี’ จับคนร้ายได้ แฉผู้บงการพรุ่งนี้

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


วันนี้ (30 เม.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูกลอบยิง โดยกล่าวเชื่อมั่นและไว้ใจการในทำงานของพนักงานสอบสวน ส่วนตัวเชื่อมั่นและไว้ใจคณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ที่มี พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้า ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนจะหาตัวผู้ต้องหาได้เมื่อไหร่ ไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าไม่ใช่เป็นการจับแพะ ส่วนใครเป็นคนทำนั้น ในวันพรุ่งนี้ เวลา 12.30 น.จะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ นายสนธิ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ลอบยิงโดยระบุ จะเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับใคร ตนไม่ทราบ

แต่ ณ ปัจจุบัน ยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง ไม่เคยกังวลต่อเหตุการณ์ใด และไม่เคยจะปลีกวิเวกไปเนปาล กับอินเดีย ตามที่เป็นข่าว ส่วนในวันที่เกิดเหตุ ตนแขวนพระคุณงามความดี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าใครก็ตามที่รักชาติ ทุกอย่างจะคุ้มครอง และรู้สึกดีถ้ามีคนหันมาเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็จะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากขึ้น

ทางด้าน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ได้สอบปากคำ นายสนธิ แล้ว

แต่ ไม่ขอเปิดรายละเอียด แต่คดีมีความคืบหน้าไปมาก พร้อมปฏิเสธข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว และยังไม่มีการนำผู้ต้องสงสัยรายใดมาสอบปากคำ พล.ต.อ.ธานี กล่าวด้วยว่า พยานหลักฐานที่ได้ในขณะนี้ ยังไม่มีส่วนใดเชื่อมโยงไปถึงทหาร แต่ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำหนังสือสอบถามไปยังกองทัพเกี่ยวกับหลักฐานอาวุธที่พบในจุดเกิดเหตุ ซึ่งกองทัพพร้อมจะดำเนินการตรวจสอบให้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา ส่วนการจะจับตัวคนร้ายให้ได้ภายใน 7 วัน พล.ต.อ.ธานี ไม่ขอตอบคำถาม เพราะไม่ได้เป็นคนพูดไว้ แต่ยืนยันว่าตำรวจจะเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายให้อย่างเต็มที่.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

“ประวิตร”ปัดทหารเอี่ยวยิงถล่ม“สนธิ”

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


คมชัดลึก :“ประวิตร ”ปัดยังไม่ได้รับรายงานทหารมีเอี่ยวยิง“สนธิ” ระบุ ปัญหาขัดแย้งบ้านเมืองต้องให้กลไกของรัฐสภาแก้ไข “อภิสิทธิ์” เข็นพรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาราชอาณาจักร ป้องกันปัญหาการชุมนุม


(30เม.ย.) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานการประชุมสภากลาโหมประจำ เม.ย. 52

โดย มี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง


พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมสภากลาโหมถึงกรณีที่มีข่าวว่าทางตำรวจสามารถจับกุมทหาร 4 นาย และ พลเรือน 3 นาย

ที่ ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และยังกองทัพก็ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือได้รับรายงานว่ามีกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่า เหตุใดถึงพุ่งเป้ามาที่กองทัพ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้ต้องให้ตำรวจดำเนินการไป ทั้งนี้ตนไม่ได้ห่วงต้องว่าไปตามรูปคดี ส่วนเรื่องกระสุนที่ใช้ยิงนายสนธิ เป็นกระสุนของกองทัพนั้น ตนไม่ทราบ และไม่อยากลงไปในรายละเอียด เป็นเรื่องของเหล่าทัพ และขณะนี้ตนยังไม่ได้รายงานเลย


เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มม็อบเสื้อแดงจะใช้กลุ่มคนเดือนตุลาเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ยังไม่มีข้อมูล

เมื่อ ถามว่า ด้านความมั่นคงได้มีการประเมินหรือไม่ว่า คนที่มีแนวคิดในลักษณะดังกล่าวยังมีอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร เป็นเรื่องของหน่วยข่าวกรองให้เขาวิเคราะห์ไป เมื่อถามต่อว่า ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หากมีการใช้แนวทางคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นจริงจะแก้ไขอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในอดีตเราก็เคยต่อสู้มา โดยใช้แนวทางนโยบาย 66/23 ในการแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องนี้จะนำกลับมาใช้หรือไม่นั้น ยังพูดคุยกันได้ในเรื่องของความไม่เข้าใจกัน และนายกรัฐมนตรีก็เปิดโอกาสในสภาให้มีการดำเนินการได้อยู่แล้ว คงเป็นเรื่องของทางสภาที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งนี้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทางตำรวจยังไม่ได้มีการประสานขอกำลังทหารไปสนับสนุน ตอนนี้อยากให้ปล่อยเป็นเรื่องของสภาให้นายกรัฐมนตรีได้ทำงาน ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางด้าน 3 ฝ่าย

ผู้ สื่อข่าวถามว่า มีแนวคิดจะพูดคุยกับกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คุยกับใครเลย

ส่วนที่มีกำลังทหารลง พื้นที่ภาคอีสานนั้น เขาลงไปแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นเรื่องของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเป็นอำนาจของ กอ.รมน. ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเหล่าทัพได้พยามชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่แล้ว ตนไม่ต้องกำชับถือเป็นเรื่องปกติในการดูแลความมั่นคงของชาติ เพราะทุกคนจะต้องพยายามทำให้เกิดความมั่นคงในทุกระดับเพื่อประเทศชาติจะได้ เกิดความสงบสุขรวมทั้งสื่อมวลชนด้วยที่จะต้องช่วยกัน

เมื่อ ถามว่า ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่มีความรู้อาจจะหลงไปกับคำพูดของนักการ เมือง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ กอ.รมน.คงจะต้องชี้แจงในภาพรวม

เมื่อถามย้ำว่า จำเป็นจะต้องชี้แจงคำว่าคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตยว่าแตกต่างกันอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง เพราะเรื่องพวกนี้ทุกฝ่ายรู้ดีและเข้าใจ ส่วนเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการนิรโทษกรรม จะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการไปก่อนขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยให้ทางรัฐสภาดำเนินการไป


แหล่ง ข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภายราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

โดย เฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเตรียมผลักดัน พรบ.ด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2551 มาใช้ในพื้นที่ที่มีการประเมินสถานการณ์ว่าจะภัยต่อความมั่นคง โดยจะเป็นลักษณะในการป้องกัน และระงับยับยั้งไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง


“ต่อ ไปนี้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงของประเทศ จะใช้เพียงพรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาใช้เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการ เมือง เพราะพรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถือเป็นกฎหมายที่เบาที่สุด จากพรก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงได้มีการประเมินแล้วว่า การนำพรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะเหมาะสมที่สุด อีกทั้งการนำ พรบ.ฉบับดังกล่าวมาใช้ก็เป็นเพียงเลือกใช้ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มสถานการณ์ รุนแรงเพื่อป้องกันยับยั้ง และควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย อีกทั้งการเลือกใช้เจ้าหน้าที่ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ที่เกิด ขึ้นเท่านั้น” แหล่งข่าวระบุ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , , ,

“สนธิ”ให้การตร.ยันมั่นใจพนง.สอบสวน

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


คมชัดลึก :” ธานี” สอบปากคำ “สนธิ” เผย มั่นใจ-ไว้ใจพนักงานสอบสวน เตรียมเปิดแถลงข่าวศุกร์นี้ ระบุ ไม่คิดปลีกวิเวก อินเดีย ขณะที่รองผบ.ตร. ยันยังไม่ได้จับใคร ระบุ ยังไม่พบคนมีสีเกี่ยวข้อง เร่งตรวจหลักฐาน-ภาพวงจรปิด ส่วนผลตรวจพิสูจน์ เลื่อนเป็นศุกร์นี้

(30เม.ย.) ที่บ้านพระอาทิตย์ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม

พร้อม พนักงานสอบสวน เดินทางไปสอบปากคำ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ หลังถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มที่บริเวณแยกบางขุนพรม เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

นายสนธิ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พล.ต.อ.ธานี ได้นำพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำ ซึ่งตนให้การไปหมดแล้ว

ทุกอย่าง เป็นไปตามคำให้การที่ปรากฏ และจะไม่ขอให้ปากคำใดๆเพิ่มเติม เพราะมีความเชื่อมั่นและไว้ใจคณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ ที่มี พล.ต.อ.ธานี เป็นหัวหน้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการทางคดีอย่างไร และจะหาตัวผู้ต้องหาได้เมื่อไหร่ ตนไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะ นี้ไม่ได้สอบถามเลยว่าคดีไปถึงไหนแล้ว เนื่องจากเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ตนเชื่อว่าไม่น่าจะมีการจับแพะ ส่วนใครเป็นคนทำกับตนนั้น ในวันพรุ่งนี้ เวลา 12.30 น.จะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

นายสนธิ กล่าวว่า เหตุการณ์ลอบยิงตนจะเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวโยงกับใคร ตนไม่ทราบ

แต่ ปัจจุบัน ตนยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้งไม่เคยกังวลกับเหตุการณ์ใด เรื่องสุขภาพตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆและไม่เคยคิดจะไปปลีกวิเวก ที่เนปาล กับอินเดีย ตามที่เป็นข่าว ส่วนวันที่เกิดเหตุตนแขวนพระคุณงามความดี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า ใครก็ตามที่รักชาติ ทุกอย่างจะคุ้มครอง และรู้สึกดี ถ้ามีคนหันมาเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็จะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากขึ้น เหมือนอย่างกรณีของตน นายแคล้ว ธนิกุล ในวันที่ถูกยิงตาย อมพระศักดิ์สิทธิ์ ระดับปรมาจารย์ สมเด็จวัดระฆังในปาก แต่ยังไม่สามารถปกป้องชีวิตของตนเองได้


“มีอีกหนึ่งข่าวที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก คือแม้กระทั่งรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลยังออกมากล่าวหาผมว่าสร้างสถานการณ์ยิงตัวเอง กว่า 100 นัด ซึ่งคำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของคนพูด ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองและไม่มีการใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดออกมา” นายสนธิ กล่าว


ด้าน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่ามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง

โดยขณะนี้ชุดสืบสวนไม่ว่าทีมใดก็ ตามยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น โดยตอนนี้มีแต่พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น ส่วนเรื่องผู้บงการหรือผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้ให้คณะทำงานเร่งตรวจสอบ หลักฐานต่างๆตามจุดเกิดเหตุและกล้องวงจรปิดต่างๆ ส่วนเรื่องกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ ได้ให้ ผบช.น.ทำหนังสือ ประสานไปยังกองทัพบกแล้ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงจะทราบผล


พล. ต.อ.ธานี กล่าวต่อว่า สำหรับผลการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน ที่จะออกมาเปิดเผยในวันนี้นั้น ต้องขอเลื่อนไปก่อนเป็นวันพรุ่งนี้

เนื่อง จากติดขัดหลักฐานบางอย่าง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนในคณะทำงานได้พยายามเร่งคลี่คลายคดีกัน อย่างเต็มที่ มีการส่งกำลังกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆเพื่อหาข่าว แต่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มใดเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องอาวุธปืนสงครามได้มีคำสั่งการประสานไปยังตำรวจทั่วประเทศ ว่าหากมีคดีที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธสงคราม หรือตรวจยึดอาวุธสงครามได้ ก็ให้ส่งเรื่องเข้ามาเพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนำอาวุธไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบยิงนายสนธิหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ส่งมาเพียงแค่ 3 รายเท่านั้น จริงๆแล้วจะต้องมีมากกว่านี้ แต่ตนจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

‘สนธิ’ ส่งทนายเลื่อนคดีหมิ่นฯ เป็น 30 มิ.ย.

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 เม.ย. พนักงานอัยการมีคำสั่งเลื่อนสั่งคดีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)

เป็นผู้ต้องหา ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีนำคำปราศรัยจาบจ้วงสถาบันของนางดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาเผยแพร่บนเวทีพันธมิตรฯ โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย.52 หลังจากนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความขอเลื่อนนัดเนื่องจากนายสนธิ อยู่ระหว่างพักรักษาตัวหลังถูกลอบยิง

นายนิติธร กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีที่ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปปลุกระดมมวลชน

ซึ่ง หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการในการรวบรวม เอกสารและขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 38 ปากนั้น ล่าสุดตนได้ส่งเอกสารบางส่วนให้อัยการแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะนำพยานเข้าให้การจนครบ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“ปฐมพงษ์”แนะคลายปมสังหารเชื่อ”สนธิ”ไม่อยู่เฉยเร่งกองทัพพิสูจน์ “อัศวิน”ล้อเล่นบอกจับคนร้ายได้ใน7วัน

Posted on 26 เมษายน 2009 by nanamikawai


” สนธิ”ออกจาก รพ.กลับบ้านแล้วหลังถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามรอดหวุดหวิดท่ามกลางการอารักขา เพียบ ส่วนคนขับอาการทรงตัว “ปฐมพงษ์”แนะคลายปมสังหารเชื่อแกนนำพธม.ไม่อยู่เฉย ให้กองทัพตั้งคณะกรรมการสอบเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ตร.ยังไม่ระบุคนมีสีเป็นคนลงมือ “อัศวิน”โวจับคนร้ายได้ใน7วัน

นาย สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 เมษายน หลังจากเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บ จากการถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มร่วม 100 นัด ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการวางกำลังตำรวจอารักขา และรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณโรงพยาบาล จากกองบังคับการตำรวจนครบาล และหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ทั้งในและนอกเครื่องแบบรวมกว่า 60 นาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพันธมิตรไปคอยให้กำลังใจ และรอส่งนายสนธิออกจากโรงพยาบาลด้วย
จากนั้นนายสนธิเดินทางไปยัง บ้านพระอาทิตย์ และเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์จตุคามรามเทพ พระมหาอุปคุต แม่พระธรณี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระภูมิเจ้าที่ และไหว้รูปนางไชย้ง ลิ้มทองกุล มารดาก่อนไปพักผ่อนภายในบ้านพระอาทิตย์

สำหรับ นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถนายสนธินั้น รศ.นพ.ธีระพงษ์ เจริญวิทย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ยังทรงตัว หายใจเองได้ปกติ รับประทานอาหารได้ พูดคุยได้ สามารถขยับร่างกายรวมถึงตอบสนองคำสั่งต่างๆ ได้ดี แต่แขนขายังอ่อนแรงเช่นเดิม และต้องรอดูอาการอีกสักระยะ ในส่วนการบาดเจ็บในจุดอื่นๆ ที่ต้องรับการผ่าตัดนั้นต้องรอให้อาการทางสมองดีขึ้นกว่านี้ก่อน จึงจะทำการรักษาต่อไป

พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และแนวร่วมพันธมิตรให้สัมภาษณ์ทางรายการ “ลับลวงพราง” ทางวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 100.5 กล่าวกรณีที่คนในกองทัพถูกเพ่งเล็ง กล่าวหามีส่วนเกี่ยวกับการลอบสังหารนายสนธิว่า เรื่องนี้จะเพิกเฉยไม่ได้จะต้องมีการสืบหาความจริงมาให้ได้ เพราะปัจจุบันสื่อค่อนข้างเปิดกว้าง ถ้าสืบหาข้อมูลไม่ได้นานาประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านก็จะเกิดความรู้สึกหวาด ระแวง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะเดียวกันคนที่นิยมชมชอบนายสนธิก็คงไม่อยู่เฉย

เมื่อถามว่า การปฏิบัติการครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของคนมีสีอย่างที่พันธมิตรตั้งข้อ สังเกตหรือไม่ พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าใครจ

Share/Save/Bookmark

Comments Off

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check