Tag Archive | "รัฐบาล"

Tags: , , , ,

ปชป.แฉ เติ้ง-พรรคร่วม กดดัน อภิสิทธิ์

Posted on 06 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


ปชป.แฉเติ้ง-พรรคร่วม กดดัน”อภิสิทธิ์”

ปลดล็อกม.237ชี้สุดท้ายยุบสภา

“ปชป.” ปูด “บรรหาร” นำทีมพรรคร่วมฯ บีบ “มาร์ค” ปลดล็อกนักโทษการเมือง ม.237 ให้ได้ ฟันธง “หล่อใหญ่” ยึดหลักการมากกว่าหลักกู เชื่อยุบสภาเป็นทางออกสุดท้าย ขณะที่ “ประธาน ส.ส.” เตรียมนัดประชุมพิเศษ เปิดเวที ส.ส. ลงมติหาจุดยืน “เด็กเทพ-เด็กหยัด” ใครมากกว่ากัน ฝ่าย “มาร์ค” ท่องคาถาแก้ รธน. ไม่ใช่ชนวนเลือดรอบใหม่ พร้อมขอร้อง “พันธมิตรฯ” อย่าใจแคบ “วิปรัฐนาวา” เดินเกม 2 คณะใส่เกียร์ห้าหาข้อสรุป ส่วน “ดิเรก ถึงฝั่ง” หัก “ปู่ชัย” ขอประเดิมทำงาน 45 วัน ฟาก “ปู่สุข” รับ “พี่น้อง ส.ว.” ร่วมสางวิกฤติ ด้าน “เพื่อไทย” ชงรัฐบาลทำประชามติแก้ รธน. หรือไม่อย่างไร

มาร์ค”วอน“พธม.”ใจกว้าง

เมื่อ วันที่ 4 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศจะออกมาแสดงพลัง คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อยากเชิญชวนทุกภาคส่วนให้เข้าไปช่วยกันแสดงความคิดเห็นต่อ คณะกรรมการของรัฐสภา 2 ชุด คือ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งรัฐสภาต้องเปิดกว้าง ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ก็เป็นความเห็นที่ต้องรับฟังแล้วมาแลกเปลี่ยนกัน ขณะเดียวกันก็ต้องฟังความเห็นของคนอื่นด้วย

นายกฯ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าคณะกรรม การของรัฐสภาต้องไปรับฟังประชาชนอย่างค่อนข้างเป็นระบบ และสุดท้ายผู้แทนของประชาชนจะต้องเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งถ้าเรามีกระบวนการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ ก็อยากจะส่งเสริมอย่างเต็มที่

ชี้แก้“รธน.”ไม่ฟื้นชนวนเลือด

ส่วน ที่พรรคเพื่อไทยไม่มั่นใจนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราได้คัดเลือกกรรมการจากคนที่คิดว่ายอมรับกันได้ และที่ไปเลือก ส.ว. เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่ามีความเป็นกลางอยู่ เมื่อถามว่า นายดิเรกเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องไปฟังเหตุผลว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และต้องฟังเสียงของกรรมการทั้งหมดด้วย

นายกฯ กล่าวอีกว่า เราต้องช่วยกันทำให้สังคมสามารถหาข้อยุติความขัดแย้งทางความคิดด้วยวิธีและ ระบบที่มีความเป็นธรรม และไม่ส่งผลกระทบในแง่ของความรุนแรง ทั้งนี้ไม่คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นชนวนความขัดแย้งอีกรอบ เพราะความขัดแย้งทางความคิดมีอยู่แล้ว และอยู่เบื้องหลังของความเคลื่อนไหวของ ฝ่ายต่าง ๆ แต่ถ้าวันนี้เราพยายามหากระบวนการหาทางออกโดยไม่มีความรุนแรง คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

“วิปรัฐบาล”เร่ง2คณะปิดบัญชี

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงว่า วิปรัฐบาลได้หารือและเห็น ตรงกันว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองและ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรทำหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง ข้อยุติทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเปิดให้กว้างยอมรับฟัง ความคิดเห็นของทุกภาคส่วน และให้พร้อมใจ กันปรับปรุงแก้ไข เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นคณะกรรมการต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดหรือเสื้อสีใดให้ หันมาร่วมกันติดตามผลการประชุมของคณะกรรมการ

“เมื่อ กลไกรัฐสภาเปิดกว้าง ขอให้ทุกฝ่ายที่ยังติดใจหันมาพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ วิปรัฐบาลได้มอบให้ตัวแทนวิปแต่ละพรรคไปทำความเข้าใจ ไปประสานงานกับตัวแทนกรรมการทั้งสองชุดเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้ได้ผลยุติ โดยเร็ว” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

โวย“เติ้ง”บีบให้นิรโทษกรรม

แหล่ง ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า บรรดา ส.ส.ในพรรคต่างแสดงความไม่สบายใจกับกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรมและการยุบพรรคการเมือง ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับความเห็นของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ที่คัดค้านการนิรโทษกรรมผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง เพราะไม่เคารพกฎหมาย และเป็นการตบหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้มาตราอื่น เช่น มาตรา 190, 265 หรือ 266 พอรับได้ แต่หากมีการแก้ไขมาตรา 237 และมีนิรโทษกรรม เชื่อว่าสังคมภายนอกจะรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพียงกลุ่มพันธมิตรฯ เท่านั้น

“ยอมรับว่าขณะนี้พรรคร่วม รัฐบาลบีบมามาก โดยเฉพาะนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย จึงไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเจรจากับพรรคร่วมเพื่อหาจุดกึ่งกลางได้อย่าง ไร เพราะก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ก็เคยพูดในที่ประชุมว่าการมาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ เราต้องการเพียงเก้าอี้นายกฯ ดังนั้นหากพรรคร่วมต้องการอะไรบางทีก็ต้องยอม” แหล่งข่าว ระบุ

“ปชป.”ฟันธง“มาร์ค”ยุบสภา

แหล่ง ข่าวคนเดียวกัน กล่าวว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลยังบีบเข้ามามาก ๆ เชื่อว่านายกฯ คงตัดสินใจยุบสภา เพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนพูดตรงกันว่า ยอมเป็นฝ่ายค้านหรือถูกโดดเดี่ยวดีกว่าที่จะเป็นรัฐบาลต่อไปแต่ไม่รักษาหลัก การหรือไม่เหลือความเป็นตัวเองอยู่เลย

แหล่ง ข่าว กล่าวด้วยว่า ส.ส.ของพรรคบางส่วนยังรู้สึกว่าในรัฐบาลขณะนี้มีคนทำงานอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ส่วนคนอื่นทำงานแบบลอยตัว แถมยังทำตัวห่างเหินจาก ส.ส.ในพรรคอีก เพราะคิดว่าจะเข้ามาก้าวก่ายการทำงานในกระทรวง ดังนั้นไม่ใช่เพียงแค่คำเตือนของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ที่บอกว่าข้าราชการไม่รักรัฐมนตรีของพรรคเท่านั้น แม้แต่คนในพรรคยังจะไม่ค่อยรักด้วย

ลากเกมแก้รธน.ให้ ส.ส.โหวต

นาย ชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะประชุมกรรมการสมานฉันท์ฯ ในสัดส่วนของพรรคทั้ง 8 คน ในวันที่ 6 พ.ค. ที่รัฐสภา โดยมีนายบัญญัติ เป็นประธานเพื่อหารือถึงกรอบและแนวทางการทำงานก่อนที่คณะกรรมการสมาน ฉันท์ฯ จะนัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 7 พ.ค.

ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ชุดใหญ่ประชุมเสร็จ ตนจะเรียกประชุม ส.ส.ของพรรคนัดพิเศษ เพื่อให้ ส.ส.แสดงความเห็นและลงมติเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษ กรรม โดยใช้เสียงส่วนใหญ่ของพรรคเป็นตัวตัดสิน อย่างไรก็ตามพรรคก็จำเป็นต้องฟังเสียงของประชาชน รวมถึงเสียงคัดค้านของกลุ่ม พันธมิตรฯ ด้วย ส่วนการทำประชามตินั้นควรจะทำหลังจากที่ได้ประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ว ส่วนตัวอยากให้แยกประเด็นการลงประชา มติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองออกจากกัน ยืนยันว่าจะไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่มีความผิดใน คดีอาญาอย่างเด็ดขาด

“เพื่อไทย”จี้รัฐทำประชามติ

ที่ พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัย นันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้มีความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งสนับสนุนให้แก้ไข อีกฝ่าย เช่น กลุ่มพันธมิตรฯ คัดค้าน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอเสนอความเห็นไปยังรัฐสภาและรัฐบาลให้พิจารณาจัดทำประชามติสอบถาม ความเห็นของประชาชนเพื่อหาข้อยุติ หากไม่ดำเนินการสอบถามความเห็นของประชาชนปัญหาก็ไม่จบ อย่างไรก็ตามก่อนดำเนินการจัดทำประชามติ ให้เผยแพร่ข้อมูลและความรู้อย่างทั่วถึงรอบด้าน ส่วนประเด็นคำถาม เช่น จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ หาก เห็นชอบแก้ไขจะใช้ฉบับใดเป็นตัวตั้ง และเห็นควรแก้ไขประเด็นใดบ้าง

“ดิเรก”ไม่ชี้นำ-เมินเสียงค้าน

ที่ รัฐสภา นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ จะนัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 13.30 น. เพื่อกำหนดกรอบการทำงาน หารือในส่วนเนื้อหา ระยะเวลา และประเด็นในการศึกษา รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้ประเด็นที่ชัดเจนแล้วคณะกรรมการจะพิจารณาศึกษาไปทีละประเด็น ไม่มีการชี้นำ อยากให้คิดกันว่าประเด็นที่เป็นปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีอะไรบ้าง

ส่วนกรณีกลุ่ม พันธมิตรฯ ออกมาส่งสัญญาณคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า เรื่องนี้คงเป็นคนละส่วน เราเป็นคณะกรรมการศึกษาการแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง ไม่จำกัดเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่คณะกรรมการวิตกและคิดหาทาง คือ เราจะมีวิถีทางใดที่จะข้ามผ่านวิกฤติบ้านเมืองในขณะนี้ไปได้

ยันกรอบทำงานเบื้องต้น45วัน

นาย ดิเรก กล่าวถึงกรอบระยะเวลาการทำงานว่า เดิมประธานรัฐสภาได้กำหนดเวลาทำงานไว้ 15 วัน แต่ล่าสุดบอกว่าต้องการให้เสร็จโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นน่าจะกำหนดกรอบเวลาไว้ประมาณ 45 วัน โดยจะรายงานผลการศึกษาให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เกมซื้อเวลา แต่เป็นการคิดที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างจริงจัง หากเวลาไม่พอคงต้องขอประธานรัฐสภาให้ขยายเวลาออกไป

“ผม เชื่อว่าเรามาถูกทาง ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ว่ากันอีกที ถามว่าหนักใจไหมก็หนักใจ เพราะวิกฤติการเมืองเกิดขึ้นมา 3-4 ปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย ความหนักใจจึงเป็นธรรมดา แต่เมื่อเห็นจากคำสั่งที่ตั้งคณะกรรมการแล้วเราได้เชิญคู่กรณีทุกฝ่ายเข้ามา ทำงาน ให้ทุกคนได้มาแสดงความเห็น ประเด็นใดเห็นตรงกันเราก็นำไปดำเนินการ ประเด็นเห็นไม่ตรงกันก็ต้องคิดหาจุดกลางที่พบกันได้แล้วเอาจุดนั้นมาทำให้ ทุกฝ่ายยอมรับ” ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ระบุและว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยไม่พอใจที่ตนเป็นประธานก็ไม่เป็นไร จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะอยากเห็นเมืองไทยออกจากความขัดแย้ง

“ประสพสุข”แจงที่มาที่ไป2กก.

นาย ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อยากให้รอดูการทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก่อน ซึ่งคงใช้ระยะเวลาในการศึกษาไม่นาน ทั้งนี้คิดว่าถึงเวลาที่ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะขณะนี้ได้ใช้มาเกิน 1 ปีแล้ว และเมื่อเห็นข้อบกพร่อง ก็ควรจะแก้ไข ส่วนที่ ส.ว.บางกลุ่มคัดค้านก็ขอให้ฟังเหตุผลเช่นกัน ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่

ส่วน ที่บางฝ่ายมองว่านายดิเรก เป็นคนของพรรคการเมืองนั้น ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ทุกฝ่ายบอกว่าคนนี้ใช้ได้ ท่านเป็น ส.ว.ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ต่อข้อถามว่ามีคนสงสัยว่ามีคนนามสกุลเดียวกับประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา ร่วมอยู่ในคณะกรรมการทั้งสองชุด นายประสพสุข ชี้แจงว่า นายประสงค์ศักดิ์ บุญเดช กรรมการสมาน ฉันท์ฯ เป็นพี่ชายของตน แต่ตนไม่ได้เสนอชื่อ ทราบว่ามี ส.ว.ภาคอีสานเป็นคนเสนอ เนื่องจากนายประสงค์ศักดิ์เป็นอดีตผู้ว่าฯ จึงมีความคุ้นเคยกัน ส่วนนายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนั้นก็ เป็นน้องชาย น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2

ส.ว.ขานรับแก้กติกาปูทางสันติ

นาย สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยคัดค้านนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ว่า ตนเห็นว่านายดิเรกมีความเหมาะสม มีความเป็นกลาง วางตัวเป็นผู้ใหญ่ และไม่เคยแสดงตัวว่าเข้าข้างฝ่ายใด จึงเห็นว่าควรให้โอกาสนายดิเรกได้ทำหน้าที่ คณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงคณะกรรมการเพื่อรวบรวมแนวทาง ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองเท่านั้น เพราะขั้นตอนสุดท้ายอยู่ที่สมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้พิจาณาและฟังเสียงของ ประชาชนว่าเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ คณะกรรม การชุดนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

“ผม คิดว่าหากยืนกระต่ายขาเดียวไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นปัญหา เพราะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วนำไปสู่ความสันติก็น่าจะยอมรับ อีกทั้งขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วและรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มให้มีการพิจาณา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ควรจะรับพิจารณา” ส.ว.นคร ศรีธรรมราช ระบุ

40 ส.ว.ดักคอ“พธม.”เสียมวย

นาย สาย กังกะเวคิน ส.ว.ระยอง กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า นายดิเรก มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นประธานคณะกรรมการสมาน ฉันท์ฯ เพราะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่เลือกข้างไม่เลือกสี มีความเป็นกลาง อีกทั้งยังเป็น ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นบุคคลที่วุฒิสภาเห็นชอบให้เป็นตัวแทนของวุฒิสภา จึงไม่มีเหตุที่พรรคเพื่อไทยต้องคัดค้าน ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นัดชุมนุมใหญ่นั้น ตนเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาในการชุมนุมเนื่องจากต้องรอพิจารณาก่อนว่าจะมีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่และหากแก้จะแก้ไขมาตราใดบ้าง

“กลุ่ม พันธมิตรฯ ควรอยู่นิ่ง ๆ หากเคลื่อนไหวเวลานี้กลุ่มพันธมิตรฯ อาจจะเสียความนิยม อีกทั้งหากนัดชุมนุมจริงก็ไม่ควรชุมนุมปิดทางตัน ควรพบกันครึ่งทาง เพราะบางข้อก็เห็นว่าควรมีการแก้ไข เช่น มาตรา 237 ที่เกี่ยวกับความผิดให้ยุบพรรคการเมือง เนื่องจากไม่ยุติธรรมกับสมาชิกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าจะรับฟังกันได้ เพราะส่วนใหญ่ขณะนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา” นายสาย กล่าว

คนพิการสะกิดแก้ปากท้องดีกว่า

วัน เดียวกัน ที่รัฐสภา นายอภิเดช เดชวัฒนะสกุล ประธานชมรมคนพิการพัฒนาตนเองคลองเตย เข้ายื่นหนังสือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เนื่องจากเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากนักการเมืองผู้ใช้รัฐธรรมนูญ อีกทั้งไม่เห็นด้วยที่จะให้ฝ่ายการเมืองเป็นแกนนำในการปฏิรูปการเมือง แต่ควรให้เป็นหน้าที่ของสภาพัฒนาการ เมืองที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน

นาย วรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนระดับรากหญ้ามองว่าไม่ได้รับประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรเร่งแก้ปัญหาปากท้องมากกว่า ทั้งนี้ กมธ.ฯ ได้รับการติดต่อจากประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ในการยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้ส่งต่อให้ประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ต่อไป

“กกต.”เตือนคิดให้ดีแก้ ม.237

ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง และอดีตกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กล่าวถึงข้อเรียกร้องของฝ่ายการเมืองที่ต้องการแก้ไขมาตรา 237 ว่า เจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าว กมธ.ยกร่างรัฐธรรรมนูญต้องการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง จึงกำหนดให้กรรมการบริหารพรรคต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะหากมีการกระทำความผิดถือ เป็นการกระทำที่ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยมิ
ชอบ

“หาก เปรียบการเมืองก็เหมือนกับกีฬาฟุตบอลที่ต้องมีการกำหนดกติกาในการเล่น ก่อนลงสนามทุกคนรู้กติกาอยู่แล้วว่าถ้ากระทำผิดกติกาจะต้องถูกลงโทษอย่างไร เช่น กติกาเขียนไว้ว่าถ้ามีผู้กระทำผิดกฎจะต้องถูกไล่ออกทั้งทีม แต่ก็ยังมีคนทำผิดกติกา อย่างนี้ก็ต้องไล่ออกทั้งทีม อย่างไรก็ตามถ้ายืนยันว่าจะต้องแก้ไขมาตรา 237 คงต้องมีการพิจารณากันให้ดี” อดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุ.

“พท.”หาหัวหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง

อีก เรื่องหนึ่ง รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยแจ้งถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัว คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยแทนชุดเดิมที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ เป็นหัวหน้าพรรรค ว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ทาบทามบุคคลภายนอกหลายคนที่มีบารมีและเป็นที่ยอมรับของ สังคมเพื่อให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในอนาคตเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้ว อาทิ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน โดยการทาบทามครั้งนี้ปูทางไว้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในครั้งต่อไป

นาย ยงยุทธ เปิดเผยว่า หากจะมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคจริงจะต้องมีการเรียกประชุมใหญ่ สมาชิกพรรคก่อน อย่างไรก็ตามตนยืนยันแทนกรรมการบริหารพรรคทุกคนได้ว่าหากสมาชิกต้องการปรับ โครงสร้าง พวกตนก็ยินดีเปิดทางเสมอ เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ในการดำรงตำแหน่ง.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

‘บุญจง’ลั่นฟ้องกลับพท.ใส่เสื้อน้ำเงินผิดตรงไหน

Posted on 30 เมษายน 2009 by nanamikawai


วันนี้ (29 เม.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวกับตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า จะมีการจัดงานเนื่องในวันฉัตรมงคล

โดยใช้ชื่องาน ว่าร้อยดวงใจเทิดไท้องค์ราชัน ถือเป็นการรวมพลังของคนทั้งประเทศ ดังนั้นจึงขอให้ อปท. ร่วมมือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด นำประชาชนมาร่วมงานดังกล่าวด้วย

นาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาต่อการจัดงานวันที่ 5 พ.ค.ว่า คงไม่ถึงขนาดที่จะต้องยกเลิกการจัดงาน

เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมจะชุมนุมโดยสงบ ตามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางการเมือง หาก ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายสามารถชุมนุมได้ และเชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่ก่อวุ่นวาย เพราะงานนี้เป็นงานสำคัญ เมื่อถามว่า พร้อมจะชี้แจงหรือไม่กับการที่พรรคเพื่อไทย จะแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งกล่าวหาว่า นายบุญจง นายชวรัตน์ และนายเนวิน ชิดชอบ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอยู่เบื้องหลังคนเสื้อน้ำเงิน นายบุญจง ตอบว่า พร้อมจะชี้แจง แต่ไม่เข้าใจว่าใส่เสื้อน้ำเงินแล้วผิดตรงไหน แต่หากพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไรนั้น ขอให้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หากมีการแจ้งความก็พร้อมชี้แจง และไม่สามารถตอบเจตนาของพรรคเพื่อไทยได้

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญจง กล่าวถึงการเข้าร่วมเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมือง

เพื่อ ความปรองดอง สมานฉันท์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เจตนาของการตั้งคณะกรรมการฯ ต้องการให้มีการพูดคุย เพื่อให้เกิดความสันติทางการเมือง และเชื่อมั่นว่าจะอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวจะมีผลอย่างไร นายบุญจง ตอบว่า ยังไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขอะไร แต่เท่าที่มีการประชุมร่วมกัน ทุกพรรคได้ตกลงกันว่าจะต้องมีการส่งผู้แทนมาร่วมกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทาง ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาประชุมร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า เรื่องที่ผ่านมาในอดีตควรจะมีการปล่อยวาง ไม่ยึดติด และควรหันมาช่วยกันแก้ปัญหา

ส่วน ประธานควรจะเป็นนอกนอกหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการนัดหมายพูดคุยกัน แต่จะเป็นใครก็ตาม จะต้องมีความชัดเจนว่าจะต้องทำเพื่อประเทศชาติ นายบุญจง กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะชี้มูลกรณีที่นายบุญจง มอบเงินให้แก่ผู้สูงอายุพร้อมทั้งนามบัตร ที่บ้านพัก ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมาว่า ได้ชี้แจงต่อ กกต.ไปแล้วในทุกประเด็น ซึ่งในระหว่างนี้ต้องรอการตัดสินใจของ กกต. ว่า จะเป็นอย่างไร ส่วนตนมั่นใจว่าการกระทำเป็นไปโดยบริสุทธิ์ใจ สุดแล้วแต่ว่าผลของการตัดสินนั้นจะเป็นอย่างไร แต่หากมีการตัดสินที่กระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อถึงวันนั้นตนจะพิจารณาตัวเอง และตัดสินใจอีกครั้ง เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีการตัดสินเข้าข้างรัฐบาล เพราะที่ผ่านมามักจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต. มี 2 มาตรฐาน นายบุญจง ตอบว่า เรื่องนี้ไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจ ละเมิดสิทธิ์ของ กกต.ได้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

อภิสิทธิ์ย้ำไม่มี2มาตรฐานกลั่นแกล้งใคร

Posted on 26 เมษายน 2009 by Mr.Pond

ja7dkgbd6icaf6ahkjab7

นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน พร้อมคาดหวังเดือนมิถุนายนไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนได้

ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคามจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า เพื่อใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม จนกระทบประเทศและประชาชน

ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้ ทุกมาตรการ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมอยู่ด้วย และให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง อยู่ภายใต้กฎหมาย ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต ในส่วนของผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งดูแลแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วย รัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน ได้ทุ่มเททำงานเพื่อทุกคน ทำงานเสมอกภาค ส่วนการทำคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมและการตัดสินเป็นอำนาจของตุลาการและหน่วย งานอิสระ จะยึดตามกฎหมาย จะไม่เอาอำนาจพิเศษไปกลั่นแกล้งหรือคุกคามผู้ใด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานที่รัฐบาลต้องเร่งทำขณะนี้ คืองานด้านเศรษฐกิจ และการเร่งจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ล่าสุด จากการประสานกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศต้องการให้ประชุมโยเร็ว เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกจึงหวังว่าในเดือนมิถุนายนนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพราะจะเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

โพลชี้กว่าร้อยละ70ศรัทธาอภิสิทธิ์ไม่ลดลง-ข้อมูล”เฉลิม”ไม่น่าเชื่อถือ

Posted on 20 มีนาคม 2009 by nanamikawai

เอแบคโพลสำรวจความเห็นประชาชนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่กระเทือน”อภิสิทธิ์-ประชาธิปัตย์” กว่าร้อยละ 70 ศรัทธาไม่ลดลง ระบุข้อมูลของ”เฉลิม”ไม่น่าเชื่อถือ ต้องการให้”เพื่อไทย”เป็นฝ่ายค้านต่อ

ดร. นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2552 ถึงผลสำรวจ “เอแบคเรียลไทม์โพลล์ (Real-Time Survey)”  ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงเรื่อง ความรู้สึกนึกคิดของประชาชนต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ(1,135 ตัวอย่าง)  ในวันพฤหัสบดีที่ 19  มีนาคม 2552  ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่คือร้อยละ 76.7 ระบุไม่ได้ติดตามรับชม/ไม่ได้ติดตามรับฟังการถ่ายทอดสดการถ่ายทอดสดการ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 17.0 ระบุติดตามบ้าง และร้อยละ 6.3 ระบุติดตามตลอด

เมื่อ สอบถามถึงการติดตามรับชมรับฟังการอภิปรายจำแนกตามรายบุคคลนั้นพบว่า ร้อยละ 74.7 ระบุได้ติดตามรับชม/รับฟังการอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขณะที่ร้อยละ 25.3  ระบุไม่ได้ติดตาม

สำหรับการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีนั้นพบว่า ร้อยละ 69.0 ระบุได้ติดตาม  ในขณะที่ร้อยละ 31.0 ระบุไม่ได้ติดตาม

สำหรับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำมาอภิปรายนั้น พบว่า  ร้อยละ 34.4 ระบุข้อมูลในการอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม   มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 19.4 ระบุเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และร้อยละ 46.2 ระบุไม่น่าเชื่อถือ

สำหรับข้อมูลในการอภิปรายของ นายอภิสิทธิ์  พบว่าร้อยละ 62.0 ระบุน่าเชื่อถือ ร้อยละ 17.5 ระบุเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และร้อยละ 20.5 ระบุไม่น่าเชื่อถือ

ดร. นพดล กล่าวว่า เมื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความนิยมศรัทธาที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดย ร.ต.อ. เฉลิม  นั้น  พบว่า ร้อยละ 27.6 ระบุนิยมศรัทธาลดน้อยลง  ในขณะที่ร้อยละ 72.4 ระบุไม่ลดน้อยลง

เมื่อสอบถามถึงความนิยมศรัทธาที่มีต่อนายอภิสิทธิ์  ภายหลังการอภิปรายฯ นั้น  พบว่า ร้อยละ 29.4 ระบุนิยมศรัทธาลดน้อยลง ในขณะที่ร้อยละ 70.6 ระบุไม่ลดน้อยลง

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามความคิดเห็นต่อพรรคเพื่อไทยกรณีควรเป็นฝ่ายค้านต่อไป หรือควรกลับมาเป็นรัฐบาลนั้น พบว่า ร้อยละ 73.1 ระบุพรรคเพื่อไทยควรเป็นฝ่ายค้านต่อไปก่อน ในขณะที่ร้อยละ 26.9 ระบุควรให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล

สำหรับ ความพึงพอใจต่อการทำหน้าที่ประธานสภาฯ นั้นพบว่า ร้อยละ 19.4 ระบุพอใจมาก-มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 48.3ระบุพอใจค่อนข้างมาก   ร้อยละ 24.1 ระบุค่อนข้างน้อย และร้อยละ 8.2 ระบุน้อย-น้อยที่สุด

เมื่อ สอบถามถึงบรรยากาศในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเช้าวันที่ 19 มีนาคม ผ่านมานั้น พบว่า ร้อยละ 17.0 ระบุพอใจมาก-มากที่สุด  ร้อยละ 53.0 ระบุพอใจค่อนข้างมาก   ร้อยละ 23.9  ระบุค่อนข้างน้อย และร้อยละ 6.1  ระบุน้อย-น้อยที่สุด ตามลำดับ อนึ่ง ลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 54.8  เป็นหญิง  ร้อยละ 45.2  เป็นชาย  ตัวอย่างร้อยละ 7.6 อายุต่ำกว่า 20 ปี  ร้อยละ 25.0   อายุระหว่าง 20 – 29 ปี ร้อยละ 23.5  อายุระหว่าง 30 – 39 ปี ร้อยละ 22.8 อายุระหว่าง 40 – 49 ปี และ ร้อยละ  21.1  อายุ 50 ปีขึ้นไป

ตัวอย่าง ร้อยละ 74.0  สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รองลงมาคือร้อยละ 23.4 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 2.6  สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

ร้อย ละ 30.4 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป   ตัวอย่างร้อยละ 27.7  ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว   ร้อยละ 13.9  ระบุอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ  10.9 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 6.7  เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ  ร้อยละ  5.8  เป็นนักเรียน/นักศึกษา ในขณะที่ร้อยละ 4.6 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ

ตัวอย่าง ร้อยละ 22.0  ระบุมีรายได้ส่วนตัวไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ  20.9  ระบุมีรายได้ 5,001 – 10,000 บาท   ร้อยละ 13.6 ระบุมีรายได้ 10,001–15,000 บาท ร้อยละ 11.1  ระบุมีรายได้ 15,001–20,000 บาท ร้อยละ 14.8  ระบุมีรายได้ส่วนตัวมากกว่า 20,000 บาทต่อเดือน  และร้อยละ 17.6 ไม่ระบุรายได้ส่วนตัวต่อเดือน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

แม้วโฟนอิน อัดรบ.อยากมีอำนาจแต่ไร้ฝีมือ

Posted on 19 มีนาคม 2009 by nanamikawai

09-03-19-013


ทักษิณ โฟนอินปลุก เสื้อแดงปทุมธานี บอกตกเป็นเหยื่อความไม่ถูกต้อง เรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อดึงนักลงทุนกู้เศรษฐกิจ อัดรัฐบาลไร้ฝีมือ นัดแฉ 22 มี.ค.เชียงใหม่ ท้า “ใครแน่จริงช่วยสวนกลับมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น.เมื่อวันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้าที่ชุมนุมปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 400 คน ที่ตั้งเวทีบริเวณซอยพระสิทธิ ต.คูคต จ.ปทุมธานี

ซึ่งมีนายสมบุญ ขุนทองไทย แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรัก ประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบิรหารพรรคไทยรักไทย  และ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี นางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.เพื่อไทย ปทุมธานี ทั้ง 3 คน กล่าวทักทาย

พ.ต.อ.ทักษิณ กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือ ใจความว่า ตนตกเป็นเหยื่อของความไม่ถูกต้อง แต่จะอดทนและอยากบอกชาวโลกว่า ประชาธิปไตยนี่ใครก็พูดได้ แต่เค้าไม่เชื่อ พอไม่เชื่อความเสียหายทางเศรษฐกิจก็เกิดขึ้น คนไม่ลงทุน เพราะมองไม่เห็นอนาคตของประเทศไทย วันนี้ต้องยืนหยัดและเรียกร้องหาประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ถ้าไม่เช่นนั้น ความสุขของพี่น้องก็ไม่ได้กลับคืนมา

พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวโจมตีองค์กรอิสระ ทหาร ศาลปกครอง และองคมนตรี รวมทั้งกล่าวถึงกลุ่มเสื้อเหลือง ตราบใดสองมาตรฐานเป็นอยู่อย่างนี้ ประเทศไทยไปไม่รอด และยังกล่าวโจมตีรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เริ่มไปกู้อีกและอีก 2-3 ปีจะอัดฉีดเงินเป็นล้านๆ จะไปกู้จากไหน อยากมีอำนาจแต่ไม่มีฝีมือ

ในวันที่ 22 มีนาคม เสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ จะพูดถึงปัญหาบ้านเมืองและพรรค เรื่องความเป็นจริงทั้งหลายที่ต้องพูด จากเชียงใหม่ก็มาต่อที่กรุงเทพฯ เรื่องที่ใครทำอะไรไว้ก็จะพูด ใครแน่จริงช่วยสวนกลับมา จะสวนกลับไปได้ถูก ตนสุภาพมานานแล้ว แต่วันนี้ยิ่งตนรู้ว่ายิ่งเงียบยิ่งถูกใส่ร้าย ต้องเอาความเป็นจริงมาสู่ประชาชนให้ได้

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

ปชป.ยันเสื้อแดงมี แผนตากสิน จริง

Posted on 18 มีนาคม 2009 by Sukson.com

แผนตากสิน

ปชป.ยันมี “แผนตากสิน” จริง เคลื่อนไหว 5 ด้าน หวังนำไปสู่สงครามแบ่งแยกประชาชน เพื่อให้มีการนิรโทษกรรม  รับ “แม้ว” โฟนอินถี่ เพื่อประกาศตัวสู้กับรัฐบาลชัดเจน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงยืนยันว่ามีข้อมูลเป็นเอกสารเรื่องแผนตากสินจริง เบื้องต้นกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว 5 ข้อ คือ

1.จัดตั้งมวลชนโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง

2.ขัดขวางการทำงานของคนในรัฐบาล

3.ขยายการเคลื่อนไหวจากกรุงเทพฯไปยังต่างจังหวัด

4.ปิดล้อมสถานที่ราชการ และ

5.จัดตั้งมวลชนหัวรุนแรงเพื่อสร้างความรุนแรง ซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำไปสู่สงครามเพื่อแบ่งแยกประชาชน โดยเป้าหมายคือต้องการให้มีการนิรโทษกรรม

“การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินตามแผนตากสินนี้ เพื่อโค่นล้มรัฐบาล เห็นได้จากการใช้สงครามข้อมูลข่าวสารที่เป็นส่วนหนึ่งในแผนตากสิน

ทั้งการจัดตั้งสถานทีโทรทัศน์พีทีวี มาจนถึงดีสเตชั่น และการซื้อสื่อในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง รวมทั้งให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศหลายฉบับ นอกจากนี้ เส้นทางการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณยังคล้ายการเดินทัพของพระเจ้าตากสิน ตั้งแต่จ.พระนครศรีอยุธยาไปจนถึง จ.จันทบุรี

แต่ขอเตือนว่าอย่ามาที่จ.นครศรีธรรมราช ไม่เช่นนั้นจะพบจุดจบ” นายเทพไทกล่าวและว่าการใช้ชื่อแผนตากสิน เพราะพ้องกับพระนามสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถือเป็นชื่อมงคล เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่ชอบถือเคล็ดและโหราศาสตร์ แต่พ.ต.ท.ทักษิณคงลืมไปว่าพระเจ้าตากสินเป็นกษัตริย์ที่กู้ชาติ ไม่ใช่โกงชาติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แผนตากสินสุดท้ายจะโอละพ่อเหมือนปฏิญญาฟินแลนด์หรือไม่ นายเทพไทกล่าววา ปฏิญญาฟินแลนด์นั้นเขียนไปไกลถึงการโค่นล้มเบื้องต้น ซึ่งไกลเกินไป แต่แผนตากสินตนได้ยินมานานแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมีการพูดคุยกัน

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าที่รัฐบาลเลื่อนการเปิดอภิปรายไม่ ไว้วางใจเร็วขึ้นเพื่อหนีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ว่า เป็นสันดานของรัฐบาล กลุ่มเสื้อแดงประกาศชัดเจนว่าจะชุมนุมนที่ 29 มีนาคม เมื่อเปลี่ยนวันอภิปรายเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม กลุ่มเสื้อแดงอาจจะเลื่อนการชุมนุมขึ้นมาอีก

แต่ยืนยันว่าจะไม่ไปชุมนุมตรงกับวันที่อภิปรายอย่างแน่นอน อีกทั้งวันที่ 21-22 มีนาคมนี้จะมีการชุมนุมที่จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ ดังนั้นการชุมนุมของเสื้อแดงจะขยับเลื่อนขึ้นมาหลังวันที่ 22 มีนาคม แต่ก่อนวันที่ 29 มีนาคม

เมื่อถามว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อกว่าครั้งก่อน โดยเริ่มต้นชุมนุมที่ท้องสนามหลวง และเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยปิดถนนราชดำเนินทั้ง 2 ทาง ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอิน หรือไม่นั้น ต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง แต่ยอมรับว่าที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินบ่อยครั้ง เป็นการประกาศตัวออกมาสู้กับรัฐบาลอย่างชัดเจน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : มติชนออนไลน์

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

ศึกซักฟอกลงตัว ที่ประชุมเห็นพ้องเริ่ม 19-20มีค.นี้

Posted on 16 มีนาคม 2009 by Sukson.com

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่ประชุม 3 ฝ่าย มีมติเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจไป 19-20 มีค. ขณะวิปรัฐบาลเตรียมตั้งทีมงานช่วยเหลือ รมต.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า มีการพิจารณาวันที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเห็นว่าวันที่ 19 - 20 มีนาคมนี้มีความเหมาะสมและให้ลงมติในวันที่ 21 มีนาคม

โดยจะประสานงานให้ฝ่ายค้านทราบอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าการเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 10 คน เพื่อดูแลข้อมูลของรัฐมนตรีที่จะอภิปราย อีกทั้งหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนคณะทำงานชุดดังกล่าวก็จะช่วยชี้แจงต่อ ประชาชนให้ความชัดเจนด้วย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานสภาเป็นคนขอมา เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการอภิปรายครั้ง นี้เป็นเพราะตรงกับวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่

Continue Reading

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

นายกฯขานรับออกโฉนดชุมชน

Posted on 16 มีนาคม 2009 by nanamikawai

นายกฯขานรับออก โฉนดชุมชน

นายกรัฐมนตรี รับข้อเสนอ คณะกรรมการสิทธิฯ ตั้งสภาปฏิรูปที่ดิน -เก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ขอเวลา 90 วัน ให้คณะกรรมการสรุป พร้อมขานรับออกโฉนดชุมชน

นายอภิสิทธิื์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิื์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับข้อเสนอ คณะกรรมการสิทธิฯ ตั้งสภาปฏิรูปที่ดิน -เก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ขอเวลา 90 วัน ให้คณะกรรมการสรุป พร้อมขานรับออกโฉนดชุมชน

Continue Reading

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check