
(17เม.ย.) เวลา 12.00 น. หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า หลังการประชุม ครม.ในวาระปกติเสร็จสิ้น ครม.ได้มีการประชุมเป็นการภายในเฉพาะ ครม.เลขาธิการ ครม.และผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่สามารถประชุม ครม. เต็มคณะเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางคนตามที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เลิกประชุม ครม.ที่พัทยาให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันนี้ (17เม.ย.) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด ประเด็นข้อสงสัยต่างๆก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจึงถือว่าวันนี้ ครม.ได้รับทราบเหตุการณ์และการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน ช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในประเด็นแรก คือ 1. การเยียวยา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์และกลไกตามที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ทั้งนี้ ได่สั่งการให้เร่งการเยียวยาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชนหรือเจ้า หน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว
“2. ผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจที่หนักมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น ครม.จึงให้ความเห็นชอบว่าต่อไปนี้ต้องถือว่างานด้านการท่องเที่ยวเป็นวาระ แห่งชาติ ซึ่งทาง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปประมวลมาตรการที่ได้กำหนดเอาไว้ใหม่ เพื่อนำเสนอให้ยืดอายุมาตรการต่างๆ และ กำหนดให้มีการพบปะกับผู้ประกอบการซึ่งได้ทำไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา และก่อนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และทบทวนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า 3. เรื่องการตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องดูความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง แม้ว่าปัญหาที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะไม่ปรากฎในขณะนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการและอำนาจบางส่วนของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลและปรับสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีการยกเลิกแต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีรูปธรรมในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาโดยจะพยายามเข้าไปให้ ถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมให้ได้ ก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไปใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่มีความพยายามเผยแพร่ข่าวสาร เรื่องการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุมก็จะต้องชี้แจงต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดสภาในระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้ใครก็ตามที่ยังมีข้อสงสัยนำข้อมูลมาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ตรวจสอบและชี้แจง เพื่อให้เกิดวามโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อในข้อ 2.ว่า เรื่องเงื่อนไขทางการเมือง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านในการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในครม. ตนได้ขอให้รัฐมนตรีทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ไปช่วยกันเร่งรัดกระบวนการที่จะทำให้ทุกพรรคการเมืองสามารถมาพูดคุย และตกลงกันในประเด็นเหล่านี้ได้ เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่ง
“ และ 3. ข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาว่ารัฐบาลใช้ 2 มาตรฐาน หรือไม่ นั้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องชี้แจงถึงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ 2 มาตรฐาน ข้อสงสัยบางประเด็น เช่น ทำไมกรณีปัจจุบันถึงมีการออกหมายจับแต่คดีในอดีตกลับไม่มีการออกหมายจับ ขอเรียนว่าที่จำเป็นต้องออกหมายจับหรือคัดค้านการประกันตัว หรือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ในขณะนี้เนื่องจากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ยังจะไปดำเนินการในลักษณะที่เป็นปัญหากับความมั่นคง ซึ่งถ้าผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆในปีที่แล้ว มีพฤติกรรมแบบเดียวกันก็ขอยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมครั้งนี้กองทัพจึงเข้ามาดำเนินการ ขณะที่ปีที่แล้วมีอุปสรรค ก็ขอเรียนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ปีที่แล้วมี 2 ครั้ง ครั้งแรกมอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต รมว.มหาดไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะหนักไปทางการใช้ตำรวจ และอีกครั้ง มีการตั้งผบ.ทบ.รับผิดชอบ ซึ่งก็มีประเด็นว่าในครั้งนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครรับผิดชอบ แต่มีการทำงาน
“ผมก็ขอเรียนว่าที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งใครก็เพราะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับปฏิบัตงานตาม พ.ร.ก.ความจริงแล้วก็เป็นผู้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ซึ่งการที่ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการส่วนอื่นมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าปฏิบัติไปแล้วมีปัญหา อะไร ฝ่ายการเมืองจะ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไปตั้งข้าราชการรับผิดชอบโดยตรงก็จะเหมือนกับโยนการตัดสินใจในเชิง นโยบายให้กับข้าราชการดำเนินการ ซึ่งเป็นอุปสรรค และนี่คือความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดไปยัง ผบ.ตร.ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่าจะต้องเร่งสรุปคดีความของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในความสนใจทั้ง หมด เพราะคงจะเป็นเรื่องแปลกหากคดีความในปัจจุบันดำเนินการได้เสร็จก่อน ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะไม่เอาผิดกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐบาลจะดำเนินคดีเฉพาะกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ครม.จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฤษฎีกาไปดูถึงความจำเป็นของ การที่จะมีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่จะมีความชัดเจนที่จะช่วยให้เจ้า หน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อเกิดการชุมนุมแล้ววิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ถ้าการชุมนุมเริ่มออกจากแนวทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็จะมีการกำหนดว่าเจ้า หน้าที่สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องรอการประกาศใช้พ.ร.ก.” นายอภิสิทธิ์แจง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในจุดใดที่ทำให้ต้องตัดสินใจคงพ.ร.ก. ต่อไปอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประเด็นอยู่ 2-3 จุดที่เป็นปัญหา แต่ขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก.คงเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างเงื่อนไข และเกิดการซ้ำรอยของสถานการณ์
เมื่อ ถามว่าจนถึงขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับไปนอนที่บ้านพักหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนที่บ้านครับ ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ที่หย่อนยานของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบและได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าขณะนี้ตนไม่ มีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ
“ ไม่มีเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่มีเรื่องการไปไล่ล่าใคร ขณะนี้ขอเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องกลับมาเคารพกฎหมาย เอาความสงบกลับคืนมา และเราจะหาทางออกทางการเมืองต่อ ไป ซึ่งทางตำรวจก็ได้มายืนยันและผมก็เปิดโอกาสให้ตำรวจระดับสูงหลายๆท่านได้ เปิดใจว่ามีอะไรที่ยังไม่สบายใจ ไม่สนิทใจหรือค้างคาใจอยู่จากเหตุการณ์ไม่ว่าจะกี่ปีก็แล้วแต่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากันหมดแล้ว ซึ่งทางตำรวจเขาก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรียังไว้ใจให้ตำรวจทำหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนให้เกียรติเขาเพราะได้คุยกันแล้ว
ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไม่ ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คงทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเร่งทำไม่ได้นิ่งเฉยในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งซ้ำเติม เข้าไปอีก
ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก