Tag Archive | "มาร์ค"

Tags: ,

“มาร์ค” ปะหน้า คน “ตระกูล ชินวัตร” ในงานศพ พ่อ ปธ.วิปฝ่ายค้าน เมินคุย!

Posted on 15 มิถุนายน 2009 by aummua

http://pics.manager.co.th/Images/552000007174501.JPEG

“อภิสิทธิ์” ควง “สุเทพ” เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พ่อวิทยา” ปธ.วิปฝ่ายค้าน เจอหน้า คน “ตระกูลชินวัตร” นั่งเก้าอี้ตัวเดียวคนกับ “สมชาย” แต่คนละมุม โดยไม่ได้พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว ขณะที่นักการเมืองเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก
วันนี้ (14 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พันจ่าเอก วิฑูรย์ บุรณศิริ บิดาของ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่วัดวิเวกวายุพัด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนักการเมืองเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ คนตระกูลชินวัตร ทั้ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย นางอุไรวรรณ เทียนทอง อดีต รมว.แรงงาน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฯลฯ โดย นายอภิสิทธิ์ ได้นั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวเดียวกับนายสมชาย แต่นั่งอยู่กันคนละมุม และไม่ได้สนทนากันแม้แต่คำเดียว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

“สนธิ”แฉ”ทหารแตกแถว-นักการเมืองเก่า”ลงขันเก็บ เตือน”มาร์ค”ระวังตัว ไม่เชื่อ”ประวิตร-ผบ.ทบ.”วางแผน

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


” สนธิ” ปักใจฝีมือทหาร ออกตัวไม่เกี่ยว”ประวิตร-ผบ.ทบ.” ซัดพวกแตกแถว-นักการเมืองรุ่นเก่าลงขันสั่งเก็บ ส่งทีมล่าสังหาร 4 คันยิงถล่ม ย้ำปมสูญเสียผลประโยชน์ทางการเมือง ส่งสัญญาณถึงนายกฯก็ตายได้ หวังเตือนให้ระวังตัว ตกอยู่ในอันตราย เผย ตร.ออกหมายจับ “จ.ส.อ.”คนยิงเอ็ม79 ดอนเมือง-ศาล รธน.


นาย สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เปิดแถลงข่าวกรณีถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมากับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พร้อมด้วยบรรดาแกนนำพันธมิตร พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พธม.

ทั้งนี้ นายสนธิกล่าวถึงประเด็นสำคัญๆ การถูกลอบสังหารว่า มีอยู่ 2 มิติ คือการลอบสังหารในฐานะเป็นสื่อมวลชน ที่ไปทำหน้าที่โดยสุจริต รักษาผลประโยชน์โดยส่วนรวม และมิติที่ 2 คือการลอบสังหารเพราะเป็นหนึ่งในแกนนำมวลชนซึ่งเป็นภาคประชาชน ทั้งสองอย่างเป็นมิติที่อุกอาจ โหดเหี้ยม อำมหิต กระทำโดยคนมีอำนาจและมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ ลักษณะการลอบสังหารนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการส่งสัญญาณไปให้หลายฝ่าย รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยว่า “ถ้าสนธิตายได้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตายได้ และมีนัยยะเลยไปกว่านายกฯด้วย ว่า ในประเทศนี้ถ้าใครมีอำนาจ มีปืน ร่วมมือกันนึกจะทำอะไรก็ย่อมทำได้ ไม่คำนึงเลยว่าเมื่อทำแล้วคนในวงการสื่อมวลชนจะยืนอยู่ได้อย่างไร สังคมไทยจะยืนอยู่ได้อย่างไร”

นายสนธิกล่าวว่า ยังเป็นการข่มขู่คุกคามที่หากทำสำเร็จก็จะทำให้ผู้นำสื่อมวลชน ผู้นำมวลชน แกนนำทั้งหลายเกรงกลัว เป็นการข่มขู่ที่สามารถล้มรูปแบบการต่อสู้ที่เปิดเผย เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว และการลอบสังหารนั้นใช้ขบวนรถ 4 คัน เท่าที่ทราบมีคนที่เข้ามาร่วมด้วยเยอะพอสมควร 10 กว่าคน ประกอบกับภาวะเหตุกาณ์ที่กล้องวงจรปิดเสียกะทันหันถึง 5 ตัว ย่อมเป็นพยานแวดล้อมที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการร่วมมือกันของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เป็นการกระทำของมือปืนมืออาชีพ แต่เป็นลักษณะขบวนการที่เรียกว่าทีมล่าสังหาร

“ซึ่งไม่ใช่เกิดเป็น ส่วนบุคคล แต่ต้องผ่านการฝึกอบรมจากแหล่งต่างๆ ยืนยันได้ว่า เป็นฝีมือของทหารและเป็นทหารบางคนเท่านั้น ไม่ใช่ฝีมือของกองทัพ เพราะกองทัพส่วนใหญ่เป็นทหารอาชีพจะไม่ทำเรื่องที่น่าอัปยศอดสูเช่นนี้เด็ด ขาด ผมเชื่อมั่นว่าเหตุที่เกิดมาจากทหารไม่กี่คน นอกนั้นไม่มีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นอะไรด้วย”

นายสนธิยังระบุว่า แหล่งข่าวพันธมิตรซึ่งเป็นทหารด้วยกันตัดสินใจเล่าให้ฟังว่ากลุ่มคนที่ยิง เอ็ม 79 ที่ดอนเมือง และที่ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกลุ่มคนเดียวกัน และเตรียมการที่จะยิงต่อ และมีคนนำข้อมูลเหล่านี้แจ้งไปที่ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ก็แจ้งข้อมูลให้ทราบ ซึ่งผลจากการสืบสวนภายใน ยืนยันว่าเป็นความจริง และกำลังดำเนินการจับกุมอยู่ โดยเป็นทหารยศ “จ่าสิบเอก”ยังอยู่ใน กทม. เป็นคนเดียวกับที่ยิงศาลรัฐธรรมนูญ และที่นี่ด้วย เป็นข้อมูลใหม่ให้เห็น

นายสนธิยังเชื่อว่าเป็นการ มุ่งสังหารเนื่องมาจากการเสียผลประโยชน์ของทหารรุ่นเก่ากับพวกนักการเมือง รุ่นเก่าที่เกรงกลัวการเมืองใหม่ จึงเห็นพ้องร่วมกันว่านายสนธิต้องตาย ส่วนใครเป็นผู้ลงขันนั้น เป็นเรื่องภายในที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และคงไม่เปิดเผย

นายสนธิยังกล่าวถึงขณะนี้หลายกระแสพุ่งตรงไปที่ คุณวิระยา ชวกุล (ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปภัมภ์) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รัฐมนตรีว่าการกรทะรวงกลาโหม) และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ผู้บัญชาการทหารบก) ขอกราบเรียนให้ทราบว่า ไม่ได้คิด และไม่เชื่อว่าคนพวกนี้เป็นผู้วางแผน เพราะว่าทุกคนก็ออกมาปฏิเสธกัน

” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณวิระยา ชวกุล ก็ออกมาปฏิเสธ แต่ผมจะฝากกราบเรียน เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผม สมมุติไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ แต่ถึงจะเป็นจริงผมก็ไม่โกรธ ผมให้อภัยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ดีใจที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมเป็นเพียงแต่ว่าอยากจะฝากเตือนไปนิดหนึ่ง เป็นสัจธรรมที่ทุกๆ คนทราบว่าคนเรานั้นโกหกใครก็ได้ แต่โกหกกับตัวเองไม่ได้เด็ดขาด มโนธรรม สำนึก จะติดตัวอยู่กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะหมดไป กว่าจะตายก็จะตายอย่างทุรนทุรายก็ได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยทำผิดอะไรไว้ เพราะฉะนั้นแล้วผมดีใจที่คุณวิระยา ชวกุล ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ผมก็อนุโมทนาสาธุให้ด้วย”

นายสนธิยังกล่าวถึงมีข่าวลือว่า ถอดใจจะเลิกแล้วว่า ไม่เป็นความจริงแต่แพทย์ให้พักฟื้นเพราะน้ำในหูไม่เท่ากัน ยังหน้ามืดอยู่ จะใช้เวลาพักฟื้นอีกระยะ การพักฟื้นมีหลายรูปแบบ เช่นไปต่างประเทศ แต่ไม่ใช่อินเดียหรือเนปาล อาจไปไหว้พระที่ผมเคยไป หรือไปสหรัฐ เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์ต่างๆ เพราะคิดว่าในเดือนพฤษภาคมนี้คงมีการแถลงข่าวของตำรวจว่าใครเป็นผู้ต้อง สงสัยบ้าง เพราะไม่ต้องการเป็นตัวละครในเรื่อง เพราะให้อภัยแล้ว

นาย สนธิกล่าวว่า ยังเป็นห่วงนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าอยู่ในช่วงอันตราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่พัทยาหรือกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะกลุ่มผู้ก่อการต้องการส่งสัญญาณให้เห็นว่า หากนายสนธิตายได้ ย่อมกระเทือนไปถึงนายอภิสิทธิ์รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องสูงขึ้นไป

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิแถลงข่าวครั้งนี้มีใบที่ยิ้มแย้มโดยรอยแผลที่ศีรษะตรงรอยที่ โดนกระสุนเป็นสีแดงอ่อนๆ และมีรอยผ่าตัดมีผมขึ้นบางส่วนทำให้เห็นแผลที่ผ่าตัดไม่ชัดเจน

นอก จากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงคนดูแลทางด้านความมั่นคงหรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนนายอภิสิทธิ์ได้ แต่ตอบแทนได้อย่างหนึ่งว่า ชีวิตท่านก็อยู่ในอันตรายเช่นกัน “ผมเป็นคนแรกที่แจ้งกับประชาชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดที่พัทยา มีการวางแผนมาอย่างดี ในทางลึกผมทราบว่า คนพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับเรื่องนี้ ส่วนการที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนนั้นเป็นสิทธิของท่านอภิสิทธิ์ แต่กระบวนการตรวจสอบในเรื่องของคดียังมีอยู่แน่นอน ผมให้ความเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงกับ พล.ต.อ.ธานี และหากมีการดำเนินการไปสู่อีกระดับหนึ่งต้องเปิดเผย ท่านนายกฯก็จะต้องแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พันธมิตรจะยึดกรณีที่ถูกลอบทำร้ายมาเป็นประเด็นในการต่อสู้หรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า “ผมกรวดน้ำคว่ำขันให้น่ะ มันเป็นวิถีชาวพุทธ คือไม่อาฆาตแค้นกัน การที่ผมเสียเลือดเสียเนื้อ รอดตายมา ก็เพราะว่าบุญกุศลที่ทำเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำไว้กับชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องพันธมิตรจะใช้ประเด็นนี้ออกมาปฏิบัติการอย่างไรนั้น ขอให้ทางแกนนำพันธมิตรเป็นผู้ตอบคำถามนี้ดีกว่า”
เมื่อถามว่า ประเด็นลอบสังหารคือเรื่องขัดขวางผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องส่วนตัว นายสนธิกล่าวว่า ไม่มี

ด้าน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังนายสนธิ แถลงเปิดใจเชื่อว่าทหารเป็นคนลอบสังหารว่า ได้ยินได้ฟังมาหลายครั้งแล้ว ทุกฝ่ายต้องแสดงความชัดเจนออกมา ตำรวจต้องเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด อย่าเตะถ่วง เพราะเป็นคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกลางเมือง และอย่าอ้างเหตุที่คนร้ายอาจเป็นทหารทำให้การคลี่คลายคดีเป็นอุปสรรค เรื่องนี้แม้แต่ พล.อ.อนุพงษ์ก็ยังบอกเลยว่า แม้คนผิดเป็นทหารแต่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เชื่อว่าถ้าตำรวจทำอย่างจริงจังใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ น่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้และความน่าเชื่อถือน่าจะเพิ่มขึ้นมาด้วย

” ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ก็ควรกลับไปตรวจสอบภายในกรมกองด้วยว่า มีทหารคนไหนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วอาวุธสงครามเหล่านั้นหลุดจากหน่วยมาได้อย่างไร ไม่ควรเอาแต่พูดยืนยันว่าผมจะรับผิดชอบอย่างเดียว แต่ไม่ทำอะไรเลย” นายบุญยอดกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“มาร์ค”ซัดพวกปลุกระดมต้านรบ.

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์”

ออก อากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมว่า การฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ การแก้ไขปัญหาทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องช่วยกันทำต่อไป ในการอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ได้ขอให้ทางฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาได้ร่วมกับวิปทั้ง 3 ฝ่าย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด มีองค์ประกอบที่มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา ชุดแรก คือ การมาประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการแก้ไขปัญหาของการชุมนุมเมื่อช่วงสงกรานต์ อีกชุดจะมาดูเรื่องของการแก้ปัญหาในทางการเมือง เป็นการหาทางออกอาจจะคาบเกี่ยวไปถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไข กฎหมายหรือการปฏิรูปการเมืองโดยรวมด้วย ทั้งหมดนี้คงจะเริ่มต้นทำงานได้โดยเร็ว และได้ขอให้คณะกรรมการทั้งสองเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานตรง นี้ให้มากที่สุด

นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองทางรัฐบาลจะทำงานผ่านคณะกรรมการชุดนี้ เพราะถือว่ารัฐบาลมีตัวแทนในฐานะ ส.ส. หรือตัวแทนของพรรคการเมืองในซีกของรัฐบาลอยู่แล้ว

แต่ ในส่วนเรื่องเหตุการณ์นั้นรัฐบาลจะมีคณะกรรมการต่างหากอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมาดูแลในเรื่องของการประมวลเหตุการณ์และเข้าใจว่าภายในประมาณเที่ยงวัน ของวันที่ 3 พฤษภาค จะมีการเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา คือ www.factreport.go.th ซึ่งจะเป็นเว็บไซต์ประมวลเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งถ้าใครมีข้อมูลข่าวสารอะไร จะสามารถที่จะเสนอผ่านมายังรัฐบาล คณะกรรมการประมวลเหตุการณ์เพราะรัฐบาลต้องการให้เกิดความโปร่งใสในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของรัฐบาล  จากการแก้ไขปัญหาการชุมนุมในช่วงสงกรานต์

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“มาร์ค”ยันมีปัญหา2-3จุดเหตุคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Posted on 17 เมษายน 2009 by Mr.Pond

bf856fkhb6cb9fdf6hb66

(17เม.ย.) เวลา 12.00 น. หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  แถลงว่า หลังการประชุม ครม.ในวาระปกติเสร็จสิ้น ครม.ได้มีการประชุมเป็นการภายในเฉพาะ ครม.เลขาธิการ ครม.และผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่สามารถประชุม ครม. เต็มคณะเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางคนตามที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เลิกประชุม ครม.ที่พัทยาให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันนี้ (17เม.ย.) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด ประเด็นข้อสงสัยต่างๆก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจึงถือว่าวันนี้ ครม.ได้รับทราบเหตุการณ์และการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน ช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในประเด็นแรก คือ 1. การเยียวยา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์และกลไกตามที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551  ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ทั้งนี้ ได่สั่งการให้เร่งการเยียวยาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชนหรือเจ้า หน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว

“2. ผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจที่หนักมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น ครม.จึงให้ความเห็นชอบว่าต่อไปนี้ต้องถือว่างานด้านการท่องเที่ยวเป็นวาระ แห่งชาติ ซึ่งทาง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปประมวลมาตรการที่ได้กำหนดเอาไว้ใหม่ เพื่อนำเสนอให้ยืดอายุมาตรการต่างๆ และ กำหนดให้มีการพบปะกับผู้ประกอบการซึ่งได้ทำไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา และก่อนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และทบทวนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า 3. เรื่องการตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องดูความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง แม้ว่าปัญหาที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะไม่ปรากฎในขณะนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการและอำนาจบางส่วนของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลและปรับสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีการยกเลิกแต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีรูปธรรมในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาโดยจะพยายามเข้าไปให้ ถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมให้ได้ ก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไปใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่มีความพยายามเผยแพร่ข่าวสาร เรื่องการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุมก็จะต้องชี้แจงต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดสภาในระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้ใครก็ตามที่ยังมีข้อสงสัยนำข้อมูลมาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ตรวจสอบและชี้แจง เพื่อให้เกิดวามโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อในข้อ 2.ว่า เรื่องเงื่อนไขทางการเมือง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านในการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในครม. ตนได้ขอให้รัฐมนตรีทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ไปช่วยกันเร่งรัดกระบวนการที่จะทำให้ทุกพรรคการเมืองสามารถมาพูดคุย และตกลงกันในประเด็นเหล่านี้ได้ เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่ง

“ และ 3. ข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาว่ารัฐบาลใช้ 2 มาตรฐาน หรือไม่ นั้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องชี้แจงถึงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ 2 มาตรฐาน ข้อสงสัยบางประเด็น เช่น ทำไมกรณีปัจจุบันถึงมีการออกหมายจับแต่คดีในอดีตกลับไม่มีการออกหมายจับ ขอเรียนว่าที่จำเป็นต้องออกหมายจับหรือคัดค้านการประกันตัว หรือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ในขณะนี้เนื่องจากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ยังจะไปดำเนินการในลักษณะที่เป็นปัญหากับความมั่นคง ซึ่งถ้าผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆในปีที่แล้ว มีพฤติกรรมแบบเดียวกันก็ขอยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมครั้งนี้กองทัพจึงเข้ามาดำเนินการ ขณะที่ปีที่แล้วมีอุปสรรค ก็ขอเรียนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ปีที่แล้วมี 2 ครั้ง    ครั้งแรกมอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต รมว.มหาดไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะหนักไปทางการใช้ตำรวจ และอีกครั้ง มีการตั้งผบ.ทบ.รับผิดชอบ ซึ่งก็มีประเด็นว่าในครั้งนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครรับผิดชอบ แต่มีการทำงาน

“ผมก็ขอเรียนว่าที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งใครก็เพราะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับปฏิบัตงานตาม พ.ร.ก.ความจริงแล้วก็เป็นผู้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย    ซึ่งการที่ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ    เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการส่วนอื่นมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าปฏิบัติไปแล้วมีปัญหา อะไร ฝ่ายการเมืองจะ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไปตั้งข้าราชการรับผิดชอบโดยตรงก็จะเหมือนกับโยนการตัดสินใจในเชิง นโยบายให้กับข้าราชการดำเนินการ ซึ่งเป็นอุปสรรค และนี่คือความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดไปยัง ผบ.ตร.ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่าจะต้องเร่งสรุปคดีความของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในความสนใจทั้ง หมด เพราะคงจะเป็นเรื่องแปลกหากคดีความในปัจจุบันดำเนินการได้เสร็จก่อน ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะไม่เอาผิดกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐบาลจะดำเนินคดีเฉพาะกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“ครม.จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฤษฎีกาไปดูถึงความจำเป็นของ การที่จะมีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่จะมีความชัดเจนที่จะช่วยให้เจ้า หน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อเกิดการชุมนุมแล้ววิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ถ้าการชุมนุมเริ่มออกจากแนวทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็จะมีการกำหนดว่าเจ้า หน้าที่สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องรอการประกาศใช้พ.ร.ก.” นายอภิสิทธิ์แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในจุดใดที่ทำให้ต้องตัดสินใจคงพ.ร.ก. ต่อไปอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประเด็นอยู่ 2-3 จุดที่เป็นปัญหา แต่ขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก.คงเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างเงื่อนไข และเกิดการซ้ำรอยของสถานการณ์
เมื่อ ถามว่าจนถึงขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับไปนอนที่บ้านพักหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนที่บ้านครับ ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ที่หย่อนยานของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบและได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าขณะนี้ตนไม่ มีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ

“ ไม่มีเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่มีเรื่องการไปไล่ล่าใคร ขณะนี้ขอเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องกลับมาเคารพกฎหมาย เอาความสงบกลับคืนมา และเราจะหาทางออกทางการเมืองต่อ ไป ซึ่งทางตำรวจก็ได้มายืนยันและผมก็เปิดโอกาสให้ตำรวจระดับสูงหลายๆท่านได้ เปิดใจว่ามีอะไรที่ยังไม่สบายใจ ไม่สนิทใจหรือค้างคาใจอยู่จากเหตุการณ์ไม่ว่าจะกี่ปีก็แล้วแต่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากันหมดแล้ว ซึ่งทางตำรวจเขาก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรียังไว้ใจให้ตำรวจทำหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนให้เกียรติเขาเพราะได้คุยกันแล้ว

ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไม่ ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คงทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเร่งทำไม่ได้นิ่งเฉยในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ    เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งซ้ำเติม เข้าไปอีก

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check