Tag Archive | "นายกรัฐมนตรี"

Tags: , , , ,

นายกฯโต้รัฐถังแตก ปัดใช้เงินนศ.-ศาล แก้ป้ญหาเศรษฐกิจ

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai

เมื่อ เวลา 09.20 น.เมื่อวันนี้ (4 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

เตรียมจะไปชุมนุมระหว่างการประชุมรัฐมนตรี สาธารณสุขอาเซียนในวันที่ 7-8 พ.ค.ที่โรงแรมดุสิตธานี ว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปประท้วงในการประชุมดังกล่าว ประเด็นต่างๆที่อยากจะเรียกร้องที่เป็นเรื่องภายในของเราสามารถมาดำเนินการ พูดคุยกันได้อยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศว่าจะออกมาแสดงพลังคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นาย อภิสิทธิ์ ตอบว่าตนอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนว่าขณะนี้เรามีคณะกรรมการของรัฐสภา 2 ชุดคือ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองซึ่ง รัฐสภาเปิดกว้างและตนขอให้เข้าไปช่วยกันแสดงความคิดเห็นในกรอบตรงนั้นดีกว่า

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่กลุ่มพันธมิตรฯประกาศเตรียมออกมาแสดงพลังคัดค้าน นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า การที่จะออกมาเคลื่อนไหวอะไรขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในกรอบของกฎหมาย

และ อยากเชิญชวนให้มาใช้เวทีของสภาที่มีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาให้มากที่สุด ส่วนที่พันธมิตรฯ ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมนั้นเป็นความเห็นที่ต้องรับฟังทุกความ เห็นต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะไปตัดความคิดเห็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขณะเดียวกันต้องฟังความเห็นของคนอื่นด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ทุกครั้งในการแก้ไขรัฐธรรนูญมักเกิดวิกฤติใหม่อีกรอบครั้งนี้มั่นใจหรือ ไม่ว่าจะไม่เกิด นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ไม่เสมอไปการแก้รัฐธรรมนูญในอดีตหลายครั้งประสบความสำเร็จไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งครั้งนี้อยู่ที่การรับฟังความคิดเห็นของทุก ฝ่ายและใช้เหตุใช้ผลมาพูดคุยกัน เราต้องช่วยกันทำให้สังคมสามารถที่จะหาข้อยุติความขัดแย้งด้วยวิธีการและ ระบบที่มีความเป็นธรรม ต้องนำความขัดแย้งมาวางกันบนโต๊ะและกางดูให้ทุกคนได้เห็นดีกว่าจะปล่อยให้ อยู่ในใจคนและเป็นตัวขับเคลื่อนในการเคลื่อนไหวต่างๆที่นำไปสู่การเผชิญหน้า และความรุนแรง นอกจากนี้ ยังพร้อมเปิดดีสเตชั่นหากไม่ก่อให้ความรุนแรงและเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อ ถามว่า แต่ยังมีปัญหาคือความไม่มั่นใจในตัวคณะกรรมการของรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า อย่าเพิ่งคิดว่ากรรมการฯ จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

เชื่อ ว่าคณะกรรมการฯของรัฐสภาต้องไปรับฟังประชาชนอย่างค่อนข้างเป็นระบบ และสุดท้ายผู้แทนของประชาชนจะต้องเป็นคนตัดสินใจ เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยไม่มั่นใจในตัวของนายดิเรก ถึ่งฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองฯ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เราได้คัดเลือกกรรมการจากคนที่คิดว่ายอมรับกันได้และคิดว่าการเลือก ส.ว.เป็นประธานฯ เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่ามีความเป็นกลางเมื่อถามต่อว่านายดิเรกเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ต้องไปฟังเหตุผลว่ามีที่มาที่ไปอย่าง ไรและต้องฟังเสียงของกรรม การทั้งหมดด้วย

นายกรัฐนตรี กล่าวอีกว่า ไม่มีแนวคิดในการดึงเงินนอกงบประมาณ หรือเงินลงทะเบียนของนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยของรัฐ

ซึ่งมีนับหมื่นล้านบาท มาใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ตามความเห็นของกรมบัญชีกลาง เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหา แต่ยอมรับว่าการจัดเก็บภาษีอาจเก็บได้ไม่ตรงตามเป้า หรือ ประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ ส่วนอีกประมาณ 100,000 ล้านบาท ก็จะเป็นเงินกู้จาก 3 ประเทศที่จะขอสนับสนุนเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งนี้จะมีการพิจารณา ปรับลดรายจ่ายภาครัฐ ควบคู่ไปด้วย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“อภิสิทธิ์”สั่งตำรวจเดินหน้าคดียิง”สนธิ”

Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


คมชัดลึก :นายกฯ“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหน้าคดียิง”สนธิ ลิ้มทองกุล” เผย ตำรวจไม่หนักใจในการทำคดี

(4พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ

แถลง กรณีถูกลอบสังหารว่าเป็นการคุกคามสื่อ ว่า เราไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ส่วนเรื่องของสื่อนั้นต้องดูกันตามระบบและความเป็นธรรม โดยฝ่ายที่ร้องเรียนอยู่คือสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น ซึ่งตนยืนยันว่าถ้าทั้งหมดดำเนินการโดยไม่มีการทำผิดกฎหมาย ก็ไม่มีปัญหาอะไร และการมีความคิดเห็นที่แตกต่างก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปดูเรื่องอุปกรณ์และ เงื่อนไขสัญญา ตนคิดว่าถ้าเขาสามารถเปิดขึ้นมาได้และไม่ได้ถูกนำมาใช้กระตุ้นให้เกิดความ รุนแรงหรือทำผิดกฎหมาย เขาต้องมีสิทธิ์ที่จะทำ แต่ถ้าการทำทางเทคนิค เรื่องสัญญา หรือเรื่องอะไรต่างๆ ก็ต้องว่ากันไปปกติ

เมื่อ ถามถึงการที่นายสนธิระบุว่าเมื่อตัวเขาไม่ปลอดภัยตัวนายกรัฐมนตรีก็อยู่ใน ภาวะที่ไม่ปลอดภัยเช่นกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหลายคนเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งรัฐบาลต้องมีหน้าที่ดูแลไม่ให้เกิดการกระทำเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น

เมื่อ ถามต่อว่าท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องทำคดีนายสนธิอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เจอตอแล้วหยุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เคยหยุดเลย อย่างไรก็ตาม ตนได้คุยกับตำรวจและได้ถามว่ามีความหนักใจหรือไม่ถ้าพบว่าใครที่มีอำนาจหรือ มีอิทธิพล ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าไม่หนักใจ เพราะทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา และตนขอให้เดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจรายงานความคืบหน้าการหาตัวผู้กระทำผิดแก่ตนอยู่ แต่เขาก็ต้องให้มั่นใจ เพราะถ้าจับกุมแล้วต้องไม่ผิดคน

ผู้ สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยระบุว่าจะทราบตัวคนร้ายใน 7 วัน ตอนนี้เลยเวลาแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนถามพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นผู้ดูแลคดีนี้

ก็ ได้คำตอบว่าการที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พูดเรื่อง 7 วันเพราะอาจมีข้อมูลในส่วนของเขา แต่ต้องทำให้มั่นใจจึงจะไปดำเนินการ เมื่อถามว่านายสนธิระบุว่าคนร้ายเป็นทหาร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสนธิพูดเองว่าทหารที่ว่านี้อาจเป็นทหารที่ถูกฝึกหรือถูกจ้างวาน ซึ่งยังไม่ทราบว่าใช่หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตาม การที่นายสนธิพูดก็พยายามระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ แต่ทั้งหมดไม่ว่าเป็นใครก็ตาม จะเป็นทหารหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกแล้วว่าเขาไม่หนักใจ เมื่อถามว่าสิ่งที่นายสนธิพูดมีข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีได้รับ รายงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังรายละเอียด

ต่อข้อถามว่าเนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลกได้มีการเรียกร้องให้การเมืองหยุดการใช้สื่อเป็นเครื่องมือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้นและการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก เฉิน เราเปิดโอกาสให้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการนำสื่อไปใช้ทำให้เกิดความรุนแรงและกระทบกับความมั่นคง ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

อภิสิทธิ์ย้ำไม่มี2มาตรฐานกลั่นแกล้งใคร

Posted on 26 เมษายน 2009 by Mr.Pond

ja7dkgbd6icaf6ahkjab7

นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน พร้อมคาดหวังเดือนมิถุนายนไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนได้

ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคามจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า เพื่อใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม จนกระทบประเทศและประชาชน

ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้ ทุกมาตรการ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมอยู่ด้วย และให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง อยู่ภายใต้กฎหมาย ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต ในส่วนของผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งดูแลแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วย รัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน ได้ทุ่มเททำงานเพื่อทุกคน ทำงานเสมอกภาค ส่วนการทำคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมและการตัดสินเป็นอำนาจของตุลาการและหน่วย งานอิสระ จะยึดตามกฎหมาย จะไม่เอาอำนาจพิเศษไปกลั่นแกล้งหรือคุกคามผู้ใด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานที่รัฐบาลต้องเร่งทำขณะนี้ คืองานด้านเศรษฐกิจ และการเร่งจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ล่าสุด จากการประสานกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศต้องการให้ประชุมโยเร็ว เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกจึงหวังว่าในเดือนมิถุนายนนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพราะจะเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“อภิสิทธิ์”ประกาศเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯวันนี้

Posted on 24 เมษายน 2009 by Mr.Pond

fikcc89b7gc8aa99a6b98

นายกฯ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯวันนี้ ลั่นปล่อยทุกกลุ่มเคลื่อนไหวเต็มที่ แต่ขอ 2 ข้อปกป้องสถาบันฯ -หยุดการใช้ความรุนแรง ให้เวลา 2 สัปดาห์ให้ 3 ฝ่าย “รบ.-ค้าน-ส.ว.” ระดม แก้รธน.หวังสร้างกติกาใหม่ เผย พร้อมยุบสภาทันที

<!–
google_ad_client = “pub-1044823792492543″;
/* Kom-newdesign338×280story */
google_ad_slot = “7614892621″;
google_ad_width = 336;
google_ad_height = 280;
//–>
window.google_render_ad();(24เม.ย.) เวลา 00.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดการอภิปรายการประชุมร่วม 2 สภา ว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมาข้อมูลจากสมาชิกมีข้อมูลอาจทำให้ขัดเเย้ง เเต่ถือเป็นการสะท้อนปัญหาเเละความรู้สึกส่วนหนึ่งของสังคม หากไม่ฟังจะเเก้ปัญหาได้ยาก ตนพร้อมจะรวบรวมความเห็นเเละเสียงสะท้อนเเละขอใช้เวลาอธิบายจุดยืนเเละการ ตัดสินใจของรัฐบาลในการทำงานว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหากย้อนไปในการเลือกตั้งวัน ที่ 23 ธ.ค. 2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้ส.ส.อันดับที่สอง

หากพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ต้องใช้หลักสากลทั่วไป เเต่พรรคการเมืองที่เคยประกาศทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เเต่ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชาชนนั้น ตนไม่ติดใจเเละทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เเต่ความขัดเเย้งเกิดจากการเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทำเพื่อตัวเองจนเกิดการชุมนุมประท้วง หากชุมนุมโดยสงบ อยู่ในกรอบกฎหมายก็เป็นสิทธิ เเต่สิ่งที่ผิดกฎหมายการล้อมสนามบินภาคใต้ หรือล้อมครม.ในการลงพื้นที่นั้น ตนเเสดงความไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด รวมทั้งเมื่อมีการบุกทำเนียบฯตนก็เเสดงความไม่เห็นด้วยไปเเล้ว

เเต่การทำงานรัฐบาลนำไปสู่ความขัดเเย้งเมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุก เฉินเพราะคน 2 กลุ่มปะทะกันก่อนถึงทำเนียบฯเเละหลายจัง หวัดก็ปะทะกัน ตนบอกว่าหากจุดหนึ่งที่รัฐบาลบริหารราชการไม่ได้ เเละมีคนต่อต้าน การยุบสภาเป็นทางที่ดี เเละพรรคประชาธิปัตย์น่าเสียเปรียบ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯในเรื่องขัดเเย้งของผลประโยชน์ไม่ใช่การทำกับข้าว สภาก็เลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ เเต่ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นเเละชุมนุมที่สนามบินจนมีการประกาศใช้พรก.ฉุก เฉิน ต่อมาประธานรัฐสภา เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาเจรจา ตนก็พร้อมเป็นคนกลาง นายสมชายขอบคุณตน เเต่รัฐบาลจะขอเเก้ปัญหาเอง

“ช่วงนั้นผมหลีกเลี่ยงการเรียกร้องให้นายกฯลาออก เพราะจะโดนกล่าวหาว่าเรียกร้องเพื่อตัวเอง เมื่อนายสมชายพ้นตำเเหน่ง จากการยุบพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนเเปลง สภาจะพิจารณาเลือกนายกฯใหม่ ในต่างประเทศนั้น เมื่อพรรคอันดับหนึ่งทำงานไม่ได้ก็ต้องให้สมาชิกในสภาเลือกนายกฯคนใหม่ ถามว่าผมมีความสุขในสภาวะเเบบนั้นหรือไม่ ผมไม่อยากให้มันเกิด เเต่มีมติสภาออกมาเเล้ว ผมก็ตั้งใจพิสูจน์ว่าจะทำงานให้ทุกคน ข้อกล่าวหารัฐบาลที่ว่าจะรักษาประโยชน์ให้บางกลุ่ม เเต่ 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลเลือกปฎิบัติอย่างไรบ้าง ไม่มี มีการสร้างกระเเสต่างๆมากมาย เร่งเเก้ปัญหาให้คนจนเเละด้อยโอกาส ก่อนรับมือวิดฤตเศรษฐกิจ กล่าวหาว่ารัฐบาลเกรงใจกองทัพ เเต่มันก็ไม่มี มันก็ช่วยให้การไม่ยอมรับลดลงไปบ้าง

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนไม่ปฎิเสธว่าคนจำนวนมากรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในการจากรัฐประหาร เเละคนในสังคมจำนวนมากคลางเเคลงใจการทำงาน ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เเละจัตัดตอนจุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ เว้นเเต่จะยอมรับตรงกัน การชุมนุมต้านผมภายใต้กฎหมาย ผมเปิดโอกาสเต็มที่และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ผมเคารพการใช้สิทธิ ก่อนประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินมันมีการเปลี่ยนเเปลง การลุกลามบานปลายที่พัทยานั้น เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากที่ทำเนียบฯไม่เห็นด้วย เเต่เเเกนนำบางคนบอกจะไปล้อม เเละขัดขวางการประชุม และอาสาไปจับตนด้วยเ เละต้องการให้เกิดเหตุเช่นนั้น

เมื่อรัฐบาลเลื่อนประชุมเเต่ผู้ชุมนุมบุกโรงเเรมไปค้นหาตน ก่อนหน้านั้นปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเเละอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตนบอกไปหลายครั้งว่าพยายามไม่ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินเเต่ปีที่เเล้วมีการ ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินไป 2 ครั้ง เเละนายกฯมีสิทธิประกาศเเละให้ครม.เห็นชอบภายใน 3 วัน ฉะนั้นมันจึงมีความชอบในการประกาศใช้พรก.ฉบับนี้เเต่บทบาทฝ่ายต่างๆไม่ เหมือนกัน เเละใช้ไม่ได้ผลหลังประกาศใช้พรก.ฉบับนี้นั้น นายสมัครเเต่งตั้งผบ.ทบ.เป็นผู้ดูเเล ผบ.ทบ.บอกว่าป้องกันไม่ให้ประชาชนปะทะกันได้เเล้ว เเละไม่มีหน้าที่ตัดสินใจ เเละเมื่อนายสมชายประกาศใช้ โดยมอบรมว.มหาดไทย ตำรวจบอกว่าการเข้าไปทำหน้าที่ในสนามบินนั้นมีความเสี่ยง เเละหลัง 7 ต.ค.2551 ตำรวจไม่เเน่ใจตัวบทกฎหมาย

“เมื่อผมประกาศใช้พรก.ฉบับนี้ก็มอบให้นายสุเทพดูเเล เมื่อมีทหารมาดูเเลก็มีความเสี่ยง ผมประชุมหลายครั้ง เเละกำชับความเข้าใจว่า ผมมีหน้าที่รักษากฎหมายเจ้าหน้าที่รัฐต้องหยุดสภาวะจลาจลเ เละผู้ที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้น เเละผมจะไม่ใช้กฎหมายนี้ เเละความเสี่ยงในการเสียชีวิต เเละไม่เหมาะสมจะย้อนมาที่ผม โดยผมย้ำไปหลายครั้งเเล้ว ทุกคืนผมจะรับรายงานการชุมนุมว่ามีประชาชนมาเท่าใด เเละตัดสินใจว่าไม่สลายการชุมนุมอื่นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองในการไล่ล่า ทหารบอกว่ามีการยิงกันเเล้วจะยิงตอบโต้ได้ไหม ผมบอกว่า ไม่ได้ เเละขอให้อดทน ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ ผมจะสั่งฆ่าประชาชน การปฎิบัติการต้องมีสื่ออยู่ด้วยทุกครั้ง เกิดอะไรขึ้นต้องตรวจสอบเเละสอบสวนทุกคดี เเม้กระทั่งผู้ทำผิดกฎหมาย ผมย้ำว่าทุกกรณีต้องทำตามกฎหมายเท่านั้น

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ตนขอเสนอว่า 1. รัฐสภาตั้ง กรรมการขึ้นมาโดยนำข้อมูลที่เเคลงใจมาพิสูจน์ให้ความจริงออกมา มันจะพิสูจน์ความจริง เเละเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอรบกวนวิปสามฝ่ายนำไปหารือด้วย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ตนเสียใจเล็กน้อยกับบางอย่างที่เกิดขึ้นเช่นกระทรวงมหาดไทยนั้น เสียงปืนดังหลังตนโดนล้อม 20 - 30 นาที ขับรถชนรั้วจึงรอดออกมาได้ ตนไม่เคยคิดทำร้ายใคร เเต่ภาพที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่สบายใจ 2.ข้อกล่าวหาต่างๆเช่นสองมาตรฐานนั้น มันมีหลายเรื่องเเต่ไม่เกิดในรัฐบาลตน เเต่กลับมารวมในรัฐบาลของตน ตนหนักใจเรื่องความพอดี คือ คดีความของการชุมนุมที่ต่างๆ หลายคนที่คิดว่าคดีช้าคือทำเนียบและสนามบิน เเต่มันเร็วกว่าที่หลายฝ่ายมองไว้ ยืนยันารัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมต่อไป แต่จะแก้ด้วยการยุบสภาหรือลาออกโดยยังมีปัญหาทางกฎหมายเเบบนี้ มันก็ไม่จบ เเละความอยุติธรรมหลายเรื่องไม่ได้เกิดสมัยตน ส่วนจะลาออกหรือยุบสภาเพื่อรับผิดชอบ ตนก็พร้อมให้สภาตรวจสอบเมื่อมีข้อสรุปที่ชัดเจนก็รู้ว่าจะต้องตัดสินใจอย่าง ไร
ส่วนที่อ้างว่าการเลือกตั้งแล้วจะแก้ไขได้ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถ้ายุบสภาวันนี้เราใช้กติกาอะไร ก็ใช้กติกาซึ่งหลายคนบอกไม่ยอมรับ หากยุบพรรคกันอีก ก็ยิ่งซ้ำเติมวงจรที่เป็นปัญหาขณะนี้ ทั้งนี้การเลือกตั้งจะเป็นทางออกได้เมื่อบรรยากาศเอื้อที่จะหาเสียงโดย ปราศจากความรุนแรง และการข่มขู่ การดูว่าประเทศประชาธิปไตย หรือไม่ก็ดูจากการเลือกตั้ง ถ้ามีเลือดมีตีกันไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“พวกเรามีภาระปรับสภาพการเมืองให้หลุดจาากสภาพการเมืองตรงนี้ก่อนไป เลือกตั้ง ผมได้ขอให้ทุกพรรคการเมือง รวมทั้งส.ว.ร่วมกันสรุปประเด็นในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่คิดว่าไม่เป็น ประชาธิปไตย เอามาวางตรงหน้าให้เห็นได้หรือไม่ ภายใน 2 สัปดาห์ แล้วให้ประธานสภาและวิป 3 ฝ่าย เอาข้อเสนอมาดูว่าจะให้ใครเป็นเจ้าภาพ จะเป็นกรรมการกลาง หรือการทำประชาพิจารณ์ ผมรับได้ทั้งสิ้น แล้วให้กลไกนี้ทำงานไป เมื่อแก้ไขกติกาเพื่อลดคามรุนแรง ถ้ามีกติกาใหมี่แล้วยุบสภา ผมก็ยินดี ไม่มีปัญหา เป็นทางออกเพื่อที่จะทำให้เราเดินไปข้างหน้า

นายกฯ กล่าวต่อว่า ผมขอประกาศยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.วันนี้ ขอยืนยันว่าผู้ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่มีการดำเนินการว่าฝ่าฝืนพ.ร.ก.แต่ถ้ามีผู้ใดยุยงให้ไปเผา ไปฆ่า ใช้ความรุนแรง ต้องว่าไปตามความผิดอาญา และเมื่อยกเลิกพ.ร.ก.สภาพการควงบคุมตัวตามพ.ร.ก.ต้องสิ้นสุดลงด้วย ยืนยันว่าตนตั้งใจว่าไม่เอาเรื่องนี้เอาชนะคะคานกวาดล้างหรือไล่ล่าทางการ เมืองใดๆทั้งสิ้น ผมอยากขอร้องใน 2 เรื่อง คือ 1. การปกป้องสถาบันฯ ไม่ว่าจะเป็นการจาบจ้วง หรือแอบอ้างต้องยุติด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย และต้องไม่สนับสนุน ล่าสุดอดีตนายกฯก็ยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ พาดพิงสถาบันฯซึ่งตนได้ตรวจสอบแล้วกับผู้ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าสิ่งที่อดีต นายกฯพูดไม่เป็นความจริง รวมทั้งผมได้กำชับกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าการปกป้องสถาบันฯต้องไม่ใช้ เสื้อน้ำเงิน เพราะทุกสีต้องปกป้องสถาบันฯด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนี้ในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ต้องทำให้ชัดเจนในขอบเขตและแนว ทางปฎิบัติเพื่อมิให้มีการดึงสถาบันฯนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2. คือความรุนแรง ล่าสุดนายจักรภพ เพ็ญแข ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่าต่อไปการเคลื่อนไหวอาจใช้อาวุธ ขอความกรุณาว่าถ้าหันหน้าเข้าหากันทุกคนทุกพรรคต้องไม่ยอมรับแนวทางนี้ ซึ่งถ้าตกลงได้ในเงื่อนไขนี้การชุมนุมแสดงออกได้อย่างเต็มที่เพื่อความสบาย ใจของทุกฝ่าย
“ผมติดตามการเตลื่อนไหวมาตลอด ไม่อยากให้คนจำนวนมากด้วยใจบริสุทธิ์มาต่อต้านความเป็นธรรม ถูกชี้นำโดยคนจำนวนเล็กๆที่พร้อมใช้ความรุนแรง มีการประกาศเป็นแผนคือทำให้เกิดความไร้ระเบียบเพื่อให้รัฐบาลอยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถจัดการได้ หรือยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้เพื่อให้รัฐบาลเกิดปัญหา ผมเห็นแผนชัดเจน เพราะขนาดหมอดูยังฟันธงว่าผมวาสนาหมดแล้ว ถ้าเราออกจากกรอบไปได้ผมว่าเราเดินหน้าต่อไปได้ และขอโอกาสให้กับประเทศแก้ตัวจัดอาเซียนให้สำเร็จในเดือนมิ.ย. เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงประเทศแล้ว ให้เวลากอบกู้เศรษฐกิจถ้าเราทำได้ สิ่งที่นายจตุพร พรหมพันธ์ บอกว่าอยากให้นักการเมืองได้ทำหน้าที่จริงๆก็จะเป็นไปได้ ถ้าทำได้ผมจะถือว่าเราได้ใช้ก้าวสำคัญผ่านกระบวนการสภานำความสงบสุขกลับคืน มา ผมเข้ามาทำงานการเมือง มีเป้าหมายเพื่อรับใช้ประชาชน แต่สุขไม่ได้ ไม่เคยให้ความสำคัญจะอยู่ในตำแหน่งนานแค่ไหนอย่างไร เพราะยึดถือตลอดว่าเมืองไทยมีคนเก่ง คนดีเยอะ เราต้องไม่สำคัญตนว่าต้องเราเท่านั้นจึงจะทำได้ เมื่อผมมีความรับผิดชอบใดจะทำสิ่งเหล่านั้นให้ดีที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้เวลาในการอภิปราย 1 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 01.00 น.นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดการประชุมโดยนัดประชุมสภาผู้แทนฯครั้งต่อไปในวันที่ 27 เม.ย. โดยการประชุมสองสภาครั้งนี้ใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 30ชั่วโมงเต็ม

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“มาร์ค”ขอเวลาพิสูจน์ โต้ข้อหา” 2มาตรฐาน”

Posted on 20 เมษายน 2009 by nanamikawai

หมาย เหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ออกอากาศทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์กระจายเสียงแห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 เมษายน

จำได้ว่าในรายการเชื่อมั่นฯ ครั้งที่แล้ว ผมได้บอกว่าสถานการณ์ขณะนั้นกำลังมีปัญหาในเรื่องความไม่สงบ ก็บอกว่าจะใช้เวลา 3-4 วัน

เพื่อ ทำให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งเหตุการณ์ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเลื่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนบวก 3 บวก 6 ออกไป เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมขัดขวางและบุกเข้าไปในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ที่รัฐบาลไทยใช้เป็นที่จัดประชุม ระหว่างนั้นก็เห็นแกนนำมีความมุ่งหมายสองอย่าง คือ 1.ต้องการให้เกิดสภาพโกลาหลเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุม สถานการณ์หรือบริหารแผ่นดินได้อีกต่อไป และ 2.ต้องการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในภาครัฐที่จะนำไปสู่ปัญหาระหว่างรัฐบาล กับมวลชน

ทั้งสองกรณี ผมไม่ได้มองว่าจะส่งผลต่อรัฐบาลที่มีผมเป็นผู้นำ แต่จะเป็นการดำเนินการที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวของรัฐบาลไทยหรือรัฐไทย ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล

ความ มุ่งหมายในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง เมื่อวันที่ 12 เมษายน และการปฏิบัติการหลังจากนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเอาชนะคะคานทางการเมือง

ผม ยังยืนยันว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมบริสุทธิ์ใจ ที่มีความเชื่อว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและข้อเรียกร้องหลายอย่างก็ มีเหตุผลสมควร แต่ลักษณะการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ไม่ได้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะหลังจากที่ผมแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย ก็ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งปิดล้อมกระทรวงมหาดไทยและทุบรถผม ผมเห็นด้วยตาตัวเองว่ามีความพยายามที่จะไล่ล่าทำร้ายถึงขั้นจะเอาชีวิตผม ส่วนคนอื่นๆ แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ถือเป็นโชคดีที่หลังจากล้อมกรอบประมาณ 15-20 นาที ผมก็ออกมาจากกระทรวงได้และไม่ถูกทำร้าย

ผม ได้ประชุมฝ่ายความมั่นคงเพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหา โดยให้นโยบายว่า ต้องการให้บ้านเมืองกลับมามีความสงบเรียบร้อยอย่างเร็วที่สุดและกำชับว่า ต้องระมัดระวังอดทนอดกลั้นมากที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง

เพราะ รู้ว่าผู้นำการชุมนุมประสงค์จะให้เกิดภาวะเช่นนั้น กระทั่งเช้าวันที่ 14 เมษายน แกนนำก็ประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อยุติการชุมนุมและมีการจับกุมเฉพาะแกนนำที่ เกรงว่าจะเกิดความปั่นป่วนเกิดขึ้นเหตุการณ์ไม่สงบในบ้านเมืองอีก ส่วนประชาชนที่มาชุมนุมแม้ว่าจะทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เราก็ไม่ได้จับกุม แม้จะมีการรวมกลุ่มเข้ามาใหม่บริเวณแยกวังแดงและสนามหลวงก็ไม่ได้จับกุม

เมื่อ เหตุการณ์สงบลง ไม่ใช่เรื่องฝ่ายใดชนะ ฝ่ายใดแพ้ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องการกลับมาสู่ความสงบสุขเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุก คนเพื่อให้รัฐบาลทำงานต่อได้

การปฏิบัติการเหล่า นี้ย่อมก่อให้เกิดอารมณ์ บางครั้งก็เป็นความเกลียดชัง หงุดหงิด อึดอัด ผมเข้าใจความรู้สึก หลายคนถามผมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนั้นผมรู้สึกอย่างไร ผมก็บอกว่าผมก็เป็นคนคนหนึ่ง เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ว่าใครที่ผ่านเหตุการณ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนผมก็เชื่อว่าต้องมีความรู้สึก แต่สิ่งที่ผมใช้ในการทำหน้าที่ คือ ต้องแยกและถอดความรู้สึกส่วนตัวออกไปและสวมหมวกการดำรงตำแหน่งหน้าที่ในการดูแลประชาชนอย่างเสมอภาค ถ้าประชาชนไม่ว่าจะคิดอ่านทางการเมืองอย่างไร ถ้าทำได้อย่างนี้จะเป็นหนทางที่นำความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านเมืองอย่างแท้จริง

ส่วน จุดยืนของรัฐบาลภายหลังเหตุการณ์ความวุนวายนั้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมาได้ประชุม ครม.วาระพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์และวางแนวทางแก้ไขปัญหา

ซึ่ง ครม.ได้มีมติเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยยึดถือหลักเกณฑ์การเยียวยาและกลไกเช่นเดียวกับการเยียวยาเหตุการณ์ 7 ตุลาฯ 2551 ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวนั้นเป็นเรื่องที่ รัฐบาลให้ความสำคัญมาก โดยรัฐบาลจะถือการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่จะเสริมนั้นก็จะนำเข้าสู่การประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า

หลังจากนี้เราจำเป็นต้องสร้างความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนจริงๆ ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

เรา คิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ต่างๆ ย้อนกลับมา โดยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายให้อยู่ในความสงบและให้ความ มั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ จะไม่มีการไล่ล่าหรือรุกคืบเอาชนะคะคานทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ประชาชนที่เคยมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล หากชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ผมจะฟังข้อเรียกร้องต่อไปและเรากำลังคิดอ่านเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องที่มีเหตุมีผล แต่ใครก็ตามที่ยังมีความพยายามสร้างความวุ่นวาย ข่มขู่คุกคาม พูดถึงการปฏิบัติการจากบนดินเป็นใต้ดิน ตรง นี้ขอเรียกร้องทุกฝ่ายว่าเราต้องบอกคนเหล่านี้ว่าเขากำลังทำร้ายประเทศชาติ ทำลายประชาธิปไตย กำลังนำประชาธิปไตยกลับไปสู่ความเสี่ยง ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมายแล้วจะเดินหน้าต่อไปได้ ครม.ได้พิจารณาว่าวันข้างหน้าเราต้องมีแนวทางที่จะต้องป้องกันไม่ให้การ ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญกลายเป็นเรื่องจลาจล จึงเห็นชอบในหลักการนำข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกกฎหมายเกี่ยวกับ การชุมนุมมาพิจารณา แต่ต้องไม่ใช่การลิดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ถ้าสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยิ่งดี

ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็ยังเป็นผมเหมือนเดิม ใช้โทรศัพท์เบอร์เดิมและมีผู้ชุมนุมหลายคนโทร.มา บางคนก็พูดจาด้วยเหตุผล บางคนพูดจาด้วยอารมณ์ที่อาจจะด่าทอด้วยถ้อยคำต่างๆ แต่ผมรับโทรศัพท์เหล่านั้นเพื่อรับฟังจริงๆ ซึ่งจากการได้รับข้อร้องเรียนก็พบข้อเรียกร้องหลายประการ

1.ประชาชน จำนวนมากที่เห็นว่า กติกาทางการเมืองปัจจุบันไม่เป็นธรรม สืบเนื่องจากการรัฐประหาร รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเรียกร้องนี้ผมให้ความสำคัญมาตลอด ก่อนเกิดเหตุการณ์ผมได้ริเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายและปฏิรูปทางการเมือง เพียงแต่เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้และออกมาเรียก ร้องในช่วงปีที่แล้วก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ย้อนกลับไปเหมือนปีที่แล้ว จึงเสนอให้สถาบันที่เป็นคนกลางมาดำเนินการ แต่ยังไม่ได้รับการขานรับจากพรรคฝ่ายค้านที่อาจจะระแวงว่าสถาบันนั้นเป็น กลางจริงหรือไม่ ดังนั้น ครม.และพรรคร่วมรัฐบาลจึงได้ตั้งหลักกันใหม่ว่าจะให้ทุกพรรคการเมืองให้สรุป ว่าความไม่เป็นกลางในรัฐธรรมนูญและความไม่เป็นประชาธิปไตยมีประเด็นใดบ้าง ภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นก็จะมาพิจารณาดูว่ามีกี่ประเด็นและจะได้รับฉันทามติจากสังคมว่า จะแก้ไขอย่างไรและพร้อมจะเดินหน้าแก้ไข ภายหลังการระดมความคิดเห็นของพรรคการเมืองแล้วก็จะเปิดกว้างต่อไป เชื่อว่าใช้เวลาไม่มากจนเกินไป ส่วนปัญหาความขัดแย้งนั้นเราต้องแยกความผิดทางการเมืองออกจากความผิดทางอาญา เช่น จลาจล การยุยงปลุกปั่นที่อยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกระทำผิดที่การใช้อำนาจรัฐ การทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น ไม่ควรนำมารวมกัน เพราะในส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด

2.ทราบ ดีว่าขณะนี้มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล อาจจะเห็นว่ามีการปิดสถานีวิทยุ เพราะสถานีเหล่านั้นไม่เป็นมิตรกับรัฐบาล ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การใช้สื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยสุจริตทำได้เต็มที่ แต่ที่ปิดนั้นเกิดขึ้นเฉพาะสถานีที่มีส่วนยุยงปลุกปั่น ปลุกระดมให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย

3.อาจจะเป็นสิ่ง ที่ค้างคาใจประชาชน เพราะอาจจะมองว่ารัฐบาลใช้สองมาตรฐานในการดำเนินคดีหรือไม่ โดยเฉพาะเปรียบเทียบการชุมนุมปีนี้กับปีที่แล้ว ต้องเรียนว่ารัฐบาลไม่มีสองมาตรฐาน แต่จะแก้ไขสิ่งที่ค้างคาใจประชาชน เช่น มีความพยายามพูดว่า กองทัพเข้ามาร่วมปฏิบัติการภายใต้ พ.ร.ก.ที่ผมประกาศใช้นั้นเป็นเพราะทหารเลือกข้าง แต่เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ทหารกลับไม่เข้าดำเนินการ ต้องยืนยันว่าทหารไม่มีข้าง ทหารและตำรวจไม่มีข้างทางการเมือง แต่ ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายและนโยบายโดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวม เห็นประชาชนทุกกลุ่มเป็นมิตรและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เพียงแต่มีข้อแตกต่างกัน เพราะที่ปีที่แล้วมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 ครั้ง ครั้งแรกได้มอบภารกิจหลักให้ตำรวจ ส่วนอีกครั้งหนึ่งแม้จะตั้งผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้กำกับงานในบริหารตาม พ.ร.ก. แต่ต่างจากผมได้ทำ ครั้งที่แล้วเมื่อได้มอบภารกิจให้กับ ผบ.ทบ.นั้นเป็นเหตุจากผู้ชุมนุมสองฝ่ายปะทะกัน เมื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.แล้วเหตุนั้นก็หมดไปจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องทำต่อ

อีก ทั้งก่อนประกาศ พ.ร.ก.ครั้งนี้ ได้สอบถามผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า เหตุใดการประกาศใช้ พ.ร.ก.ครั้งที่ผ่านๆ มา ทางกองทัพหรือเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ก็ได้รับคำตอบว่าขณะนั้นต้องการให้ฝ่ายประจำ ไม่ ว่ากองทัพหรือตำรวจตัดสินใจเองว่าจะทำอะไร ซึ่งผู้เกี่ยวข้องเขาไม่ใช่ฝ่ายนโยบาย ตอนผมประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ผมและรองนายกฯ จะต้องรับผิดชอบ ส่วนกองทัพและตำรวจมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามนโยบายเท่านั้น ดังนั้น นโยบายที่สั่งการออกไปต้องเป็นนโยบายที่ชอบเท่านั้น ไม่ใช่นโยบายที่ทำร้ายประชาชน

นอก จากนี้อาจจะมีผู้สงสัยอีกว่า เหตุใดการออกหมายจับแกนนำ แต่การชุมนุมเมื่อครั้งที่แล้วเหตุใดจึงไม่มีการออกหมายจับ ต้องเรียนว่า การออกหมายจับหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย

แต่ ความแตกต่างคือ ถ้าหากผู้ชุมนุมหรือแกนนำทำผิดกฎหมายแล้วพร้อมจะมาต่อสู้ตามกระบวนการ โดยไม่มีพฤติกรรมหลบหนีหรือกระทำความผิดซ้ำ โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงก็จะไม่มีการออกหมายจับ เหตุที่ออกหมายจับก็เป็นกลุ่มคนที่ยังประกาศว่าจะต่อสู้ต่อไป บาง คนบอกว่าเป็นการต่อสู้ใต้ดินที่เห็นได้ชัดว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ถ้าแกนนำที่ชุมนุมเมื่อปีที่แล้วยืนยันจะทำผิดกฎหมายเป็นภัยต่อความมั่นคง เราก็จะออกหมายจับบุคคลเหล่านั้นเช่นเดียวกัน ไม่มีสองมาตรฐาน ส่วนคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมปีที่แล้วก็ยอมรับว่าล่าช้าและได้กำชับว่าต้อง เร่งรัดไม่ใช่ว่าจะดำเนินเฉพาะคดีที่เกิดขึ้นในปีนี้หรือในช่วงที่ผมเป็น รัฐบาล

ขอเวลาให้ผมได้พิสูจน์ให้เห็นตรงนี้ ความตั้งใจเดิมของผมก่อนเกิดเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าเราสามารถจัดการประชุมอาเชียน เราก็จะสะสางปฏิรูปการเมืองและคดีความต่างๆ เพื่อเร่งสร้างความสมานฉันท์ ผมยังยืนยันว่าเราจะไม่ละเลยแน่นอน ขณะนี้ได้กำชับ ผบ.ตร. ต้องเร่งรัดทุกคดีโดยเร็ว แต่ขอให้ประชาชนทุกฝ่ายตั้งอยู่ในความสงบและให้มั่นใจว่าเราจะดำเนินการ ทุกอย่างอย่างเป็นธรรม

ทั้งหมด คือ แนวทางที่เราเร่งดำเนินการอยู่ เพื่อเป็นพื้นฐานคืนความสงบกลับคืนสู่ประเทศและเปิดโอกาสให้รัฐบาลเดินหน้า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการว่างงานและภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงภาระในการเป็นประธานอาเซียนในการดูแลให้เกิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ตามความมุ่งหมาย

ผมเข้ามาทำงาน 3-4 เดือนไม่เคยยึดเอาประโยชน์ตัวเองมาเป็นแนวทางในการทำงาน มีแต่ประโยชน์ส่วนรวมและสถานะของผมไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ถ้า หากการตัดสินใจต้องพ้นนายกฯ แล้วแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้จริง ผมไม่มีปัญหาครับ แต่การเรียกร้องให้ยุบสภาปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะถ้ายุบสภาขณะนี้หมายถึงการใช้กติกาเหมือน 2550 จะเกิดปัญหาตามมาอีกว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้วมีการทุจริตการเลือกตั้งนำไป สู่การยุบพรรคอีก ขณะเดียวกันอารมณ์ความ รู้สึกที่มีความขัดแย้งสูง การเดินไปสู่การเลือกตั้งก็มีความเสี่ยงสูงว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่นำไปสู่ ความรุนแรงก็จะเป็นการซ้ำเติมประชาธิปไตยอีกและภาพลักษณ์ ของการเป็นสังคมประชาธิปไตยเช่นเดิม ผมจึงขอเชิญชวนว่าวันนี้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความสงบก่อน เร่งปฏิรูปการเมือง เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เร่งสะสางคดีความต่างๆ ที่เห็นว่าความอยุติธรรมดำรงอยู่ในสังคมไทย อะไรที่มีความเหมาะสมทางการเมืองก็จะดำเนินการต่อไป

ยืนยันว่าผมฟังทุกเสียงอย่างแท้จริง ผมหวังจะเห็นความเป็นปกติของสังคม ซึ่งสิ่งนี้คงไม่ใช่ฝีมือของผม หรือรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น แต่จะเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน และขอให้ถอดความรู้สึกส่วนตัวออกไป แล้วคิดเสียว่าเราล้วนเป็นคนไทยคนหนึ่ง ทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อประเทศไทยและประชาชนคนไทย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“อภิสิทธิ์”แจงCNNชีวิตอยู่ในอันตราย

Posted on 20 เมษายน 2009 by nanamikawai

คมชัดลึก :นายกฯ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้สัมภาษณ์ CNN ยอมรับว่าชีวิตตกอยู่ในอันตรายและจะไม่ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินตอนนี้


(20เม.ย.) นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์แดน รีฟเวอร์ส ผู้สื่อข่าวของ CNN เมื่อวันศุกร์ว่า เขาจะไม่ยกเลิกพรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จนกว่าจะแน่ใจว่า ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่ก่อเหตุรุนแรงจนนำไปสู่การปะทะกันเมื่อสัปดาห์ก่อน จะไม่กลับเข้าไปในกรุงเทพฯ อีก การให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ มีขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน หลังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย ถูกยิงที่ศีรษะและต้องเข้ารับการผ่าตัด แพทย์ยืนยันอาการล่าสุดว่าปลอดภัยแล้ว

เมื่อแดน รีฟเวอร์ส ถามว่า การบังคับใช้ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะดำเนินไปอีกนานเพียงใด นายอภิสิทธิ์ตอบว่าอีกหลายวัน

และ จะไม่มีการยกเลิกจนกว่าจะแน่ใจได้ว่าความไม่สงบและความรุนแรงจะไม่กลับมาอีก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ก็คิดว่า ตอนนี้เรากำลังใช้แนวทางที่จะนำความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเสถียรภาพกลับคืนมา เราจะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้สามารถยกเลิกพรก.ฉุกเฉินได้


การ ประกาศ พรก.ฉุกเฉินเมื่อวันทิตย์ 12 เมษายน หลังจากผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ได้ขัดขวางการประชุมสุดยอดของบรรดาชาติผู้นำเอเชีย ที่พัทยา สร้างความอับอายให้รัฐบาล การใช้มาตรการฉุกเฉิน

เป็น การไฟเขียวให้ทางการจับกุมคุมขังผู้ประท้วง โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งศาล และจำกัดการชุมนุม ซึ่งหลังการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ผู้ประท้วงหลายสิบคน ได้บุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทยและรุมทุบรถของนายอภิสิทธิ์ด้วยก้อนหิน เก้าอี้ ธง กระถางต้นไม้ และไม้ ก่อนที่คนขับจะนำรถลุยฝ่าออกไปได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งนายอภิสิทธิ์ยอมรับระหว่างการให้สัมภาษณ์ รีฟเวอร์ว่า ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง และเชื่อว่าเขาอาจถูกสังหารในตอนนั้น


ผู้ประท้วงเสื้อแดงหลายหมื่นคน ได้จัดการชุมนุมเป็นเวลาหลายวัน เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออก

และยังกำหนดเส้นตายให้ลาออกอีกด้วย คนเหล่านี้อ้างว่า รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย และต้องการให้เขาจัดการเลือกตั้งใหม่

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่ใช้มาตรการที่แข็งกร้าวสลายการชุมนุมประท้วงให้เร็วกว่านี้ นายอภิสิทธิ์อธิบายว่า ผู้ประท้วงได้เริ่มชุมนุมกันอย่างสันติเมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งผมและรัฐบาลต่างก็เห็นชอบร่วมกันว่าจะอดกลั้นและพยายามหาทางเจรจา แต่เมื่อพวกเขาทำลายการประชุมสุดยอดสมาคมอาเซียน และกระทำในสิ่งที่พวกเขาทำกับผม สิ่งที่ผมคิดตอนนั้น ผมต้องหยุดพวกเขา เนื่องจากต้องลากเส้นแบ่งระหว่างสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ และการก่อความรุนแรงอย่างชัดแจ้งและจลาจล ง

CNN ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ทราบดีว่า เขาอาจใช้มาตรการรุนแรงในการกำราบผู้ประท้วง หลังการประชุมสุดยอดอาเซียนต้องยกเลิกไป แต่เขากลับมองว่า ถ้าใช้มาตรการที่เด็ดขาด ทุกอย่างก็อยู่ในความควบคุมได้ก็จริง แต่ก็ควบคุมอยู่ได้ภายใต้มาตรการที่เด็ดขาดเท่านั้น

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“มาร์ค”ยันมีปัญหา2-3จุดเหตุคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Posted on 17 เมษายน 2009 by Mr.Pond

bf856fkhb6cb9fdf6hb66

(17เม.ย.) เวลา 12.00 น. หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  แถลงว่า หลังการประชุม ครม.ในวาระปกติเสร็จสิ้น ครม.ได้มีการประชุมเป็นการภายในเฉพาะ ครม.เลขาธิการ ครม.และผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่สามารถประชุม ครม. เต็มคณะเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางคนตามที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เลิกประชุม ครม.ที่พัทยาให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันนี้ (17เม.ย.) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด ประเด็นข้อสงสัยต่างๆก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจึงถือว่าวันนี้ ครม.ได้รับทราบเหตุการณ์และการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน ช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในประเด็นแรก คือ 1. การเยียวยา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์และกลไกตามที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551  ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ทั้งนี้ ได่สั่งการให้เร่งการเยียวยาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชนหรือเจ้า หน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว

“2. ผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจที่หนักมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น ครม.จึงให้ความเห็นชอบว่าต่อไปนี้ต้องถือว่างานด้านการท่องเที่ยวเป็นวาระ แห่งชาติ ซึ่งทาง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปประมวลมาตรการที่ได้กำหนดเอาไว้ใหม่ เพื่อนำเสนอให้ยืดอายุมาตรการต่างๆ และ กำหนดให้มีการพบปะกับผู้ประกอบการซึ่งได้ทำไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา และก่อนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และทบทวนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า 3. เรื่องการตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องดูความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง แม้ว่าปัญหาที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะไม่ปรากฎในขณะนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการและอำนาจบางส่วนของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลและปรับสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีการยกเลิกแต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีรูปธรรมในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาโดยจะพยายามเข้าไปให้ ถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมให้ได้ ก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไปใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่มีความพยายามเผยแพร่ข่าวสาร เรื่องการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุมก็จะต้องชี้แจงต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดสภาในระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้ใครก็ตามที่ยังมีข้อสงสัยนำข้อมูลมาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ตรวจสอบและชี้แจง เพื่อให้เกิดวามโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อในข้อ 2.ว่า เรื่องเงื่อนไขทางการเมือง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านในการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในครม. ตนได้ขอให้รัฐมนตรีทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ไปช่วยกันเร่งรัดกระบวนการที่จะทำให้ทุกพรรคการเมืองสามารถมาพูดคุย และตกลงกันในประเด็นเหล่านี้ได้ เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่ง

“ และ 3. ข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาว่ารัฐบาลใช้ 2 มาตรฐาน หรือไม่ นั้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องชี้แจงถึงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ 2 มาตรฐาน ข้อสงสัยบางประเด็น เช่น ทำไมกรณีปัจจุบันถึงมีการออกหมายจับแต่คดีในอดีตกลับไม่มีการออกหมายจับ ขอเรียนว่าที่จำเป็นต้องออกหมายจับหรือคัดค้านการประกันตัว หรือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ในขณะนี้เนื่องจากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ยังจะไปดำเนินการในลักษณะที่เป็นปัญหากับความมั่นคง ซึ่งถ้าผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆในปีที่แล้ว มีพฤติกรรมแบบเดียวกันก็ขอยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมครั้งนี้กองทัพจึงเข้ามาดำเนินการ ขณะที่ปีที่แล้วมีอุปสรรค ก็ขอเรียนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ปีที่แล้วมี 2 ครั้ง    ครั้งแรกมอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต รมว.มหาดไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะหนักไปทางการใช้ตำรวจ และอีกครั้ง มีการตั้งผบ.ทบ.รับผิดชอบ ซึ่งก็มีประเด็นว่าในครั้งนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครรับผิดชอบ แต่มีการทำงาน

“ผมก็ขอเรียนว่าที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งใครก็เพราะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับปฏิบัตงานตาม พ.ร.ก.ความจริงแล้วก็เป็นผู้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย    ซึ่งการที่ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ    เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการส่วนอื่นมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าปฏิบัติไปแล้วมีปัญหา อะไร ฝ่ายการเมืองจะ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไปตั้งข้าราชการรับผิดชอบโดยตรงก็จะเหมือนกับโยนการตัดสินใจในเชิง นโยบายให้กับข้าราชการดำเนินการ ซึ่งเป็นอุปสรรค และนี่คือความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดไปยัง ผบ.ตร.ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่าจะต้องเร่งสรุปคดีความของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในความสนใจทั้ง หมด เพราะคงจะเป็นเรื่องแปลกหากคดีความในปัจจุบันดำเนินการได้เสร็จก่อน ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะไม่เอาผิดกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐบาลจะดำเนินคดีเฉพาะกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“ครม.จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฤษฎีกาไปดูถึงความจำเป็นของ การที่จะมีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่จะมีความชัดเจนที่จะช่วยให้เจ้า หน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อเกิดการชุมนุมแล้ววิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ถ้าการชุมนุมเริ่มออกจากแนวทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็จะมีการกำหนดว่าเจ้า หน้าที่สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องรอการประกาศใช้พ.ร.ก.” นายอภิสิทธิ์แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในจุดใดที่ทำให้ต้องตัดสินใจคงพ.ร.ก. ต่อไปอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประเด็นอยู่ 2-3 จุดที่เป็นปัญหา แต่ขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก.คงเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างเงื่อนไข และเกิดการซ้ำรอยของสถานการณ์
เมื่อ ถามว่าจนถึงขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับไปนอนที่บ้านพักหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนที่บ้านครับ ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ที่หย่อนยานของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบและได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าขณะนี้ตนไม่ มีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ

“ ไม่มีเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่มีเรื่องการไปไล่ล่าใคร ขณะนี้ขอเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องกลับมาเคารพกฎหมาย เอาความสงบกลับคืนมา และเราจะหาทางออกทางการเมืองต่อ ไป ซึ่งทางตำรวจก็ได้มายืนยันและผมก็เปิดโอกาสให้ตำรวจระดับสูงหลายๆท่านได้ เปิดใจว่ามีอะไรที่ยังไม่สบายใจ ไม่สนิทใจหรือค้างคาใจอยู่จากเหตุการณ์ไม่ว่าจะกี่ปีก็แล้วแต่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากันหมดแล้ว ซึ่งทางตำรวจเขาก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรียังไว้ใจให้ตำรวจทำหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนให้เกียรติเขาเพราะได้คุยกันแล้ว

ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไม่ ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คงทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเร่งทำไม่ได้นิ่งเฉยในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ    เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งซ้ำเติม เข้าไปอีก

ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

‘คนรักป๋า’ยื่นหนังสือถึงนายกฯ-’เสื้อแดง’ตจว.สลาย

Posted on 31 มีนาคม 2009 by nanamikawai

ผู้ สื่อข่าวรายงานวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า กลุ่มพลังมวลชนในจังหวัดสงขลานับหมื่นคน ในนามของ “กลุ่มคนรักป๋าเปรม” จากทั้ง 16 อำเภอ ของสงขลาพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลือง

รวม ตัวกันที่หน้าพิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ (พะธำมะรง) ในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เพื่อให้กำลังใจพล.อ.เปรม กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านวิดีโอลิงค์โจมตีว่า เกี่ยวข้องกับการเมือง และสั่งทำรัฐประหาร พร้อมกันนี้บรรดาแกนนำกลุ่มคนรักป๋า ได้ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเป็นชาวสงขลา ว่าเนรคุณต่อ พล.อ.เปรม พร้อมให้อภัย หากกราบขอโทษ พล.อ.เปรม แต่หากกลุ่มเสื้อแดงยังไม่หยุด ก็พร้อมที่จะนำมวลชนไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ

ทั้ง นี้ ก่อนเที่ยงวันนี้ กลุ่มคนรักป๋าเปรม จะเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของกลุ่มคนรักป๋าเปรม ให้กับนายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าฯ สงขลา

เพื่อผ่าน ไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อหยุดยั้งการใส่ร้ายป้ายสี โจมตีประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษทันที พร้อมทั้งตัดสัญญาณโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคม รัฐบาลต้องติดต่อสถานที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ซ่อนตัวอยู่ให้ส่งตัว ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน มาจำคุกตามคำพิพากษาของศาล และให้จับกุมแกนนำคนเสื้อแดง 3 เกลอหัวขวดมาดำเนินคดี


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ประกาศเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  วันเดียวกันนี้

พิธีกร บนเวทีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงตามศาลากลางในต่างจังหวัดทุกจังหวัดทราบว่า ให้สลายการชุมนุมไปก่อน เพื่อเก็บกำลังไว้เดินทางมาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

รัฐบาลเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ

Posted on 17 มีนาคม 2009 by nanamikawai

นายก รัฐมนตรีเผย จากการหารือกับทีมเศรษฐกิจ ช่วงเช้าวันนี้ ทีมเศรษฐกิจกังวลภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐ จึงเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีกรอบระยะเวลา 2-3 ปี ซึ่งจะมีการกู้เงินจากต่างประเทศ และดูการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นกำหนดวงเงินลงทุนไว้ 1.4 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการขนาดเล็ก ไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) เช่น คมนาคม สาธารณสุข โรงเรียน โรงพยาบาล โดยเหตุผลที่ต้องเพิ่มเงินลงทุน เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ และการส่งออกมีปัญหา ขณะที่การจัดเก็บรายได้ก็จะต่ำกว่าเป้า จาก ประมาณการ 100,000 ล้านบาท เป็น 150,000 ล้านบาท หรือมากกว่า

นอก จากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทาง เสียง ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครอบคลุมทุกประเภท ทั้งการชดเชยให้ประชาชน และการปรับปรุงอาคารให้ได้รับผลกระทบน้อยลง ส่วนปัญหาการย้ายเที่ยวบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากท่าอากาศยานดอนเมืองกลับไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต เพื่อให้ศึกษาแนวทางให้รอบคอบ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการบินไทยเป็นผู้ดำเนินการ

ด้านนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ที่ ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้หารือเกี่ยวกับปัญหารายได้ของรัฐบาลที่ลดลงไป จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีหลายประเภท ที่ยังสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก รวมไปถึงการให้กรมที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี ติดตามรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนเงินกู้ 70,000 ล้านบาท จากสถาบันการเงินต่างประเทศ เมื่อผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว จะลงสู่ระบบเพื่อใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:”ข่าวเข้ม ฉับไว เป็นกลาง”

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

ศึกซักฟอกลงตัว ที่ประชุมเห็นพ้องเริ่ม 19-20มีค.นี้

Posted on 16 มีนาคม 2009 by Sukson.com

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่ประชุม 3 ฝ่าย มีมติเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจไป 19-20 มีค. ขณะวิปรัฐบาลเตรียมตั้งทีมงานช่วยเหลือ รมต.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า มีการพิจารณาวันที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเห็นว่าวันที่ 19 - 20 มีนาคมนี้มีความเหมาะสมและให้ลงมติในวันที่ 21 มีนาคม

โดยจะประสานงานให้ฝ่ายค้านทราบอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าการเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 10 คน เพื่อดูแลข้อมูลของรัฐมนตรีที่จะอภิปราย อีกทั้งหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนคณะทำงานชุดดังกล่าวก็จะช่วยชี้แจงต่อ ประชาชนให้ความชัดเจนด้วย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานสภาเป็นคนขอมา เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการอภิปรายครั้ง นี้เป็นเพราะตรงกับวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่

Continue Reading

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check