|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ![]() |
Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ![]() |
Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก![]() |
Posted on 26 เมษายน 2009 by Mr.Pond

นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน พร้อมคาดหวังเดือนมิถุนายนไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนได้
ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคามจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า เพื่อใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม จนกระทบประเทศและประชาชน
ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้ ทุกมาตรการ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมอยู่ด้วย และให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง อยู่ภายใต้กฎหมาย ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิต ในส่วนของผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งดูแลแล้ว
นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วย รัฐบาลนี้ไม่มี 2 มาตรฐาน ได้ทุ่มเททำงานเพื่อทุกคน ทำงานเสมอกภาค ส่วนการทำคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมและการตัดสินเป็นอำนาจของตุลาการและหน่วย งานอิสระ จะยึดตามกฎหมาย จะไม่เอาอำนาจพิเศษไปกลั่นแกล้งหรือคุกคามผู้ใด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานที่รัฐบาลต้องเร่งทำขณะนี้ คืองานด้านเศรษฐกิจ และการเร่งจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ล่าสุด จากการประสานกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศต้องการให้ประชุมโยเร็ว เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกจึงหวังว่าในเดือนมิถุนายนนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพราะจะเป็นการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศได้อีกทางหนึ่ง
ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก
Posted on 24 เมษายน 2009 by Mr.Pond

นายกฯ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯวันนี้ ลั่นปล่อยทุกกลุ่มเคลื่อนไหวเต็มที่ แต่ขอ 2 ข้อปกป้องสถาบันฯ -หยุดการใช้ความรุนแรง ให้เวลา 2 สัปดาห์ให้ 3 ฝ่าย “รบ.-ค้าน-ส.ว.” ระดม แก้รธน.หวังสร้างกติกาใหม่ เผย พร้อมยุบสภาทันที
หากพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ต้องใช้หลักสากลทั่วไป เเต่พรรคการเมืองที่เคยประกาศทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เเต่ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชาชนนั้น ตนไม่ติดใจเเละทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เเต่ความขัดเเย้งเกิดจากการเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทำเพื่อตัวเองจนเกิดการชุมนุมประท้วง หากชุมนุมโดยสงบ อยู่ในกรอบกฎหมายก็เป็นสิทธิ เเต่สิ่งที่ผิดกฎหมายการล้อมสนามบินภาคใต้ หรือล้อมครม.ในการลงพื้นที่นั้น ตนเเสดงความไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด รวมทั้งเมื่อมีการบุกทำเนียบฯตนก็เเสดงความไม่เห็นด้วยไปเเล้ว
เเต่การทำงานรัฐบาลนำไปสู่ความขัดเเย้งเมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุก เฉินเพราะคน 2 กลุ่มปะทะกันก่อนถึงทำเนียบฯเเละหลายจัง หวัดก็ปะทะกัน ตนบอกว่าหากจุดหนึ่งที่รัฐบาลบริหารราชการไม่ได้ เเละมีคนต่อต้าน การยุบสภาเป็นทางที่ดี เเละพรรคประชาธิปัตย์น่าเสียเปรียบ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯในเรื่องขัดเเย้งของผลประโยชน์ไม่ใช่การทำกับข้าว สภาก็เลือกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ เเต่ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นเเละชุมนุมที่สนามบินจนมีการประกาศใช้พรก.ฉุก เฉิน ต่อมาประธานรัฐสภา เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาเจรจา ตนก็พร้อมเป็นคนกลาง นายสมชายขอบคุณตน เเต่รัฐบาลจะขอเเก้ปัญหาเอง
“ช่วงนั้นผมหลีกเลี่ยงการเรียกร้องให้นายกฯลาออก เพราะจะโดนกล่าวหาว่าเรียกร้องเพื่อตัวเอง เมื่อนายสมชายพ้นตำเเหน่ง จากการยุบพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนเเปลง สภาจะพิจารณาเลือกนายกฯใหม่ ในต่างประเทศนั้น เมื่อพรรคอันดับหนึ่งทำงานไม่ได้ก็ต้องให้สมาชิกในสภาเลือกนายกฯคนใหม่ ถามว่าผมมีความสุขในสภาวะเเบบนั้นหรือไม่ ผมไม่อยากให้มันเกิด เเต่มีมติสภาออกมาเเล้ว ผมก็ตั้งใจพิสูจน์ว่าจะทำงานให้ทุกคน ข้อกล่าวหารัฐบาลที่ว่าจะรักษาประโยชน์ให้บางกลุ่ม เเต่ 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลเลือกปฎิบัติอย่างไรบ้าง ไม่มี มีการสร้างกระเเสต่างๆมากมาย เร่งเเก้ปัญหาให้คนจนเเละด้อยโอกาส ก่อนรับมือวิดฤตเศรษฐกิจ กล่าวหาว่ารัฐบาลเกรงใจกองทัพ เเต่มันก็ไม่มี มันก็ช่วยให้การไม่ยอมรับลดลงไปบ้าง
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนไม่ปฎิเสธว่าคนจำนวนมากรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในการจากรัฐประหาร เเละคนในสังคมจำนวนมากคลางเเคลงใจการทำงาน ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เเละจัตัดตอนจุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ เว้นเเต่จะยอมรับตรงกัน การชุมนุมต้านผมภายใต้กฎหมาย ผมเปิดโอกาสเต็มที่และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ผมเคารพการใช้สิทธิ ก่อนประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินมันมีการเปลี่ยนเเปลง การลุกลามบานปลายที่พัทยานั้น เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากที่ทำเนียบฯไม่เห็นด้วย เเต่เเเกนนำบางคนบอกจะไปล้อม เเละขัดขวางการประชุม และอาสาไปจับตนด้วยเ เละต้องการให้เกิดเหตุเช่นนั้น
เมื่อรัฐบาลเลื่อนประชุมเเต่ผู้ชุมนุมบุกโรงเเรมไปค้นหาตน ก่อนหน้านั้นปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเเละอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตนบอกไปหลายครั้งว่าพยายามไม่ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินเเต่ปีที่เเล้วมีการ ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินไป 2 ครั้ง เเละนายกฯมีสิทธิประกาศเเละให้ครม.เห็นชอบภายใน 3 วัน ฉะนั้นมันจึงมีความชอบในการประกาศใช้พรก.ฉบับนี้เเต่บทบาทฝ่ายต่างๆไม่ เหมือนกัน เเละใช้ไม่ได้ผลหลังประกาศใช้พรก.ฉบับนี้นั้น นายสมัครเเต่งตั้งผบ.ทบ.เป็นผู้ดูเเล ผบ.ทบ.บอกว่าป้องกันไม่ให้ประชาชนปะทะกันได้เเล้ว เเละไม่มีหน้าที่ตัดสินใจ เเละเมื่อนายสมชายประกาศใช้ โดยมอบรมว.มหาดไทย ตำรวจบอกว่าการเข้าไปทำหน้าที่ในสนามบินนั้นมีความเสี่ยง เเละหลัง 7 ต.ค.2551 ตำรวจไม่เเน่ใจตัวบทกฎหมาย
“เมื่อผมประกาศใช้พรก.ฉบับนี้ก็มอบให้นายสุเทพดูเเล เมื่อมีทหารมาดูเเลก็มีความเสี่ยง ผมประชุมหลายครั้ง เเละกำชับความเข้าใจว่า ผมมีหน้าที่รักษากฎหมายเจ้าหน้าที่รัฐต้องหยุดสภาวะจลาจลเ เละผู้ที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้น เเละผมจะไม่ใช้กฎหมายนี้ เเละความเสี่ยงในการเสียชีวิต เเละไม่เหมาะสมจะย้อนมาที่ผม โดยผมย้ำไปหลายครั้งเเล้ว ทุกคืนผมจะรับรายงานการชุมนุมว่ามีประชาชนมาเท่าใด เเละตัดสินใจว่าไม่สลายการชุมนุมอื่นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองในการไล่ล่า ทหารบอกว่ามีการยิงกันเเล้วจะยิงตอบโต้ได้ไหม ผมบอกว่า ไม่ได้ เเละขอให้อดทน ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ ผมจะสั่งฆ่าประชาชน การปฎิบัติการต้องมีสื่ออยู่ด้วยทุกครั้ง เกิดอะไรขึ้นต้องตรวจสอบเเละสอบสวนทุกคดี เเม้กระทั่งผู้ทำผิดกฎหมาย ผมย้ำว่าทุกกรณีต้องทำตามกฎหมายเท่านั้น
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ตนขอเสนอว่า 1. รัฐสภาตั้ง กรรมการขึ้นมาโดยนำข้อมูลที่เเคลงใจมาพิสูจน์ให้ความจริงออกมา มันจะพิสูจน์ความจริง เเละเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอรบกวนวิปสามฝ่ายนำไปหารือด้วย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ตนเสียใจเล็กน้อยกับบางอย่างที่เกิดขึ้นเช่นกระทรวงมหาดไทยนั้น เสียงปืนดังหลังตนโดนล้อม 20 - 30 นาที ขับรถชนรั้วจึงรอดออกมาได้ ตนไม่เคยคิดทำร้ายใคร เเต่ภาพที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่สบายใจ 2.ข้อกล่าวหาต่างๆเช่นสองมาตรฐานนั้น มันมีหลายเรื่องเเต่ไม่เกิดในรัฐบาลตน เเต่กลับมารวมในรัฐบาลของตน ตนหนักใจเรื่องความพอดี คือ คดีความของการชุมนุมที่ต่างๆ หลายคนที่คิดว่าคดีช้าคือทำเนียบและสนามบิน เเต่มันเร็วกว่าที่หลายฝ่ายมองไว้ ยืนยันารัฐบาลเดินหน้าเร่งรัดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมต่อไป แต่จะแก้ด้วยการยุบสภาหรือลาออกโดยยังมีปัญหาทางกฎหมายเเบบนี้ มันก็ไม่จบ เเละความอยุติธรรมหลายเรื่องไม่ได้เกิดสมัยตน ส่วนจะลาออกหรือยุบสภาเพื่อรับผิดชอบ ตนก็พร้อมให้สภาตรวจสอบเมื่อมีข้อสรุปที่ชัดเจนก็รู้ว่าจะต้องตัดสินใจอย่าง ไร
ส่วนที่อ้างว่าการเลือกตั้งแล้วจะแก้ไขได้ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถ้ายุบสภาวันนี้เราใช้กติกาอะไร ก็ใช้กติกาซึ่งหลายคนบอกไม่ยอมรับ หากยุบพรรคกันอีก ก็ยิ่งซ้ำเติมวงจรที่เป็นปัญหาขณะนี้ ทั้งนี้การเลือกตั้งจะเป็นทางออกได้เมื่อบรรยากาศเอื้อที่จะหาเสียงโดย ปราศจากความรุนแรง และการข่มขู่ การดูว่าประเทศประชาธิปไตย หรือไม่ก็ดูจากการเลือกตั้ง ถ้ามีเลือดมีตีกันไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
“พวกเรามีภาระปรับสภาพการเมืองให้หลุดจาากสภาพการเมืองตรงนี้ก่อนไป เลือกตั้ง ผมได้ขอให้ทุกพรรคการเมือง รวมทั้งส.ว.ร่วมกันสรุปประเด็นในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่คิดว่าไม่เป็น ประชาธิปไตย เอามาวางตรงหน้าให้เห็นได้หรือไม่ ภายใน 2 สัปดาห์ แล้วให้ประธานสภาและวิป 3 ฝ่าย เอาข้อเสนอมาดูว่าจะให้ใครเป็นเจ้าภาพ จะเป็นกรรมการกลาง หรือการทำประชาพิจารณ์ ผมรับได้ทั้งสิ้น แล้วให้กลไกนี้ทำงานไป เมื่อแก้ไขกติกาเพื่อลดคามรุนแรง ถ้ามีกติกาใหมี่แล้วยุบสภา ผมก็ยินดี ไม่มีปัญหา เป็นทางออกเพื่อที่จะทำให้เราเดินไปข้างหน้า
นายกฯ กล่าวต่อว่า ผมขอประกาศยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.วันนี้ ขอยืนยันว่าผู้ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่มีการดำเนินการว่าฝ่าฝืนพ.ร.ก.แต่ถ้ามีผู้ใดยุยงให้ไปเผา ไปฆ่า ใช้ความรุนแรง ต้องว่าไปตามความผิดอาญา และเมื่อยกเลิกพ.ร.ก.สภาพการควงบคุมตัวตามพ.ร.ก.ต้องสิ้นสุดลงด้วย ยืนยันว่าตนตั้งใจว่าไม่เอาเรื่องนี้เอาชนะคะคานกวาดล้างหรือไล่ล่าทางการ เมืองใดๆทั้งสิ้น ผมอยากขอร้องใน 2 เรื่อง คือ 1. การปกป้องสถาบันฯ ไม่ว่าจะเป็นการจาบจ้วง หรือแอบอ้างต้องยุติด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย และต้องไม่สนับสนุน ล่าสุดอดีตนายกฯก็ยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ พาดพิงสถาบันฯซึ่งตนได้ตรวจสอบแล้วกับผู้ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าสิ่งที่อดีต นายกฯพูดไม่เป็นความจริง รวมทั้งผมได้กำชับกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าการปกป้องสถาบันฯต้องไม่ใช้ เสื้อน้ำเงิน เพราะทุกสีต้องปกป้องสถาบันฯด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนี้ในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ต้องทำให้ชัดเจนในขอบเขตและแนว ทางปฎิบัติเพื่อมิให้มีการดึงสถาบันฯนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2. คือความรุนแรง ล่าสุดนายจักรภพ เพ็ญแข ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่าต่อไปการเคลื่อนไหวอาจใช้อาวุธ ขอความกรุณาว่าถ้าหันหน้าเข้าหากันทุกคนทุกพรรคต้องไม่ยอมรับแนวทางนี้ ซึ่งถ้าตกลงได้ในเงื่อนไขนี้การชุมนุมแสดงออกได้อย่างเต็มที่เพื่อความสบาย ใจของทุกฝ่าย
“ผมติดตามการเตลื่อนไหวมาตลอด ไม่อยากให้คนจำนวนมากด้วยใจบริสุทธิ์มาต่อต้านความเป็นธรรม ถูกชี้นำโดยคนจำนวนเล็กๆที่พร้อมใช้ความรุนแรง มีการประกาศเป็นแผนคือทำให้เกิดความไร้ระเบียบเพื่อให้รัฐบาลอยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถจัดการได้ หรือยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้เพื่อให้รัฐบาลเกิดปัญหา ผมเห็นแผนชัดเจน เพราะขนาดหมอดูยังฟันธงว่าผมวาสนาหมดแล้ว ถ้าเราออกจากกรอบไปได้ผมว่าเราเดินหน้าต่อไปได้ และขอโอกาสให้กับประเทศแก้ตัวจัดอาเซียนให้สำเร็จในเดือนมิ.ย. เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงประเทศแล้ว ให้เวลากอบกู้เศรษฐกิจถ้าเราทำได้ สิ่งที่นายจตุพร พรหมพันธ์ บอกว่าอยากให้นักการเมืองได้ทำหน้าที่จริงๆก็จะเป็นไปได้ ถ้าทำได้ผมจะถือว่าเราได้ใช้ก้าวสำคัญผ่านกระบวนการสภานำความสงบสุขกลับคืน มา ผมเข้ามาทำงานการเมือง มีเป้าหมายเพื่อรับใช้ประชาชน แต่สุขไม่ได้ ไม่เคยให้ความสำคัญจะอยู่ในตำแหน่งนานแค่ไหนอย่างไร เพราะยึดถือตลอดว่าเมืองไทยมีคนเก่ง คนดีเยอะ เราต้องไม่สำคัญตนว่าต้องเราเท่านั้นจึงจะทำได้ เมื่อผมมีความรับผิดชอบใดจะทำสิ่งเหล่านั้นให้ดีที่สุด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้เวลาในการอภิปราย 1 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 01.00 น.นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดการประชุมโดยนัดประชุมสภาผู้แทนฯครั้งต่อไปในวันที่ 27 เม.ย. โดยการประชุมสองสภาครั้งนี้ใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 30ชั่วโมงเต็ม
ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก
Posted on 20 เมษายน 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน![]() |
Posted on 20 เมษายน 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก![]() |
Posted on 17 เมษายน 2009 by Mr.Pond

(17เม.ย.) เวลา 12.00 น. หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า หลังการประชุม ครม.ในวาระปกติเสร็จสิ้น ครม.ได้มีการประชุมเป็นการภายในเฉพาะ ครม.เลขาธิการ ครม.และผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมีการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาตนไม่สามารถประชุม ครม. เต็มคณะเพื่อตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางคนตามที่กฎหมายกำหนด และได้แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เลิกประชุม ครม.ที่พัทยาให้ที่ประชุม ครม.รับทราบในวันนี้ (17เม.ย.) ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด ประเด็นข้อสงสัยต่างๆก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจึงถือว่าวันนี้ ครม.ได้รับทราบเหตุการณ์และการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน ช่วงที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในประเด็นแรก คือ 1. การเยียวยา ซึ่งจะใช้หลักเกณฑ์และกลไกตามที่ได้กำหนดไว้เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ทั้งนี้ ได่สั่งการให้เร่งการเยียวยาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประชาชนหรือเจ้า หน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีงบประมาณพร้อมอยู่แล้ว
“2. ผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจที่หนักมากที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น ครม.จึงให้ความเห็นชอบว่าต่อไปนี้ต้องถือว่างานด้านการท่องเที่ยวเป็นวาระ แห่งชาติ ซึ่งทาง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปประมวลมาตรการที่ได้กำหนดเอาไว้ใหม่ เพื่อนำเสนอให้ยืดอายุมาตรการต่างๆ และ กำหนดให้มีการพบปะกับผู้ประกอบการซึ่งได้ทำไปแล้วรอบหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา และก่อนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติม และทบทวนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า 3. เรื่องการตัดสินใจที่จะคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องดูความจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบ ร้อยให้กลับคืนมาอย่างแท้จริง แม้ว่าปัญหาที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะไม่ปรากฎในขณะนี้ แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการและอำนาจบางส่วนของ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อดูแลและปรับสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีการยกเลิกแต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีรูปธรรมในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาโดยจะพยายามเข้าไปให้ ถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมให้ได้ ก็จะต้องมีการดำเนินการต่อไปใน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่มีความพยายามเผยแพร่ข่าวสาร เรื่องการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุมก็จะต้องชี้แจงต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดสภาในระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อให้ใครก็ตามที่ยังมีข้อสงสัยนำข้อมูลมาพูดคุยกัน รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟัง ตรวจสอบและชี้แจง เพื่อให้เกิดวามโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อในข้อ 2.ว่า เรื่องเงื่อนไขทางการเมือง หลังจากที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายค้านในการเดินหน้าปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในครม. ตนได้ขอให้รัฐมนตรีทุกคนที่สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ไปช่วยกันเร่งรัดกระบวนการที่จะทำให้ทุกพรรคการเมืองสามารถมาพูดคุย และตกลงกันในประเด็นเหล่านี้ได้ เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่ง
“ และ 3. ข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาว่ารัฐบาลใช้ 2 มาตรฐาน หรือไม่ นั้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องชี้แจงถึงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ 2 มาตรฐาน ข้อสงสัยบางประเด็น เช่น ทำไมกรณีปัจจุบันถึงมีการออกหมายจับแต่คดีในอดีตกลับไม่มีการออกหมายจับ ขอเรียนว่าที่จำเป็นต้องออกหมายจับหรือคัดค้านการประกันตัว หรือใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ในขณะนี้เนื่องจากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ยังจะไปดำเนินการในลักษณะที่เป็นปัญหากับความมั่นคง ซึ่งถ้าผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆในปีที่แล้ว มีพฤติกรรมแบบเดียวกันก็ขอยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมครั้งนี้กองทัพจึงเข้ามาดำเนินการ ขณะที่ปีที่แล้วมีอุปสรรค ก็ขอเรียนว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ปีที่แล้วมี 2 ครั้ง ครั้งแรกมอบให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต รมว.มหาดไทยเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะหนักไปทางการใช้ตำรวจ และอีกครั้ง มีการตั้งผบ.ทบ.รับผิดชอบ ซึ่งก็มีประเด็นว่าในครั้งนี้ไม่มีการแต่งตั้งใครรับผิดชอบ แต่มีการทำงาน
“ผมก็ขอเรียนว่าที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งใครก็เพราะผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้กำกับปฏิบัตงานตาม พ.ร.ก.ความจริงแล้วก็เป็นผู้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ซึ่งการที่ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และผมก็ต้องรับผิดชอบด้วยอยู่ตรงนั้น ก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการส่วนอื่นมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าถ้าปฏิบัติไปแล้วมีปัญหา อะไร ฝ่ายการเมืองจะ เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไปตั้งข้าราชการรับผิดชอบโดยตรงก็จะเหมือนกับโยนการตัดสินใจในเชิง นโยบายให้กับข้าราชการดำเนินการ ซึ่งเป็นอุปสรรค และนี่คือความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้เร่งรัดไปยัง ผบ.ตร.ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาว่าจะต้องเร่งสรุปคดีความของปีที่ผ่านมาที่อยู่ในความสนใจทั้ง หมด เพราะคงจะเป็นเรื่องแปลกหากคดีความในปัจจุบันดำเนินการได้เสร็จก่อน ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลจะไม่เอาผิดกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ แต่รัฐบาลจะดำเนินคดีเฉพาะกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย และเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ครม.จึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฤษฎีกาไปดูถึงความจำเป็นของ การที่จะมีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งจะไม่เป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่จะมีความชัดเจนที่จะช่วยให้เจ้า หน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อเกิดการชุมนุมแล้ววิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ถ้าการชุมนุมเริ่มออกจากแนวทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็จะมีการกำหนดว่าเจ้า หน้าที่สามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง จะได้ไม่ต้องรอการประกาศใช้พ.ร.ก.” นายอภิสิทธิ์แจง
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมีปัญหาในจุดใดที่ทำให้ต้องตัดสินใจคงพ.ร.ก. ต่อไปอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประเด็นอยู่ 2-3 จุดที่เป็นปัญหา แต่ขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก.คงเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างเงื่อนไข และเกิดการซ้ำรอยของสถานการณ์
เมื่อ ถามว่าจนถึงขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้กลับไปนอนที่บ้านพักหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เมื่อคืนผมนอนที่บ้านครับ ซึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ที่หย่อนยานของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบและได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าขณะนี้ตนไม่ มีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ
“ ไม่มีเรื่องความพ่ายแพ้หรือชนะของฝ่ายใด ไม่มีเรื่องการไปไล่ล่าใคร ขณะนี้ขอเพียงอย่างเดียวคือทุกคนต้องกลับมาเคารพกฎหมาย เอาความสงบกลับคืนมา และเราจะหาทางออกทางการเมืองต่อ ไป ซึ่งทางตำรวจก็ได้มายืนยันและผมก็เปิดโอกาสให้ตำรวจระดับสูงหลายๆท่านได้ เปิดใจว่ามีอะไรที่ยังไม่สบายใจ ไม่สนิทใจหรือค้างคาใจอยู่จากเหตุการณ์ไม่ว่าจะกี่ปีก็แล้วแต่ ได้มีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากันหมดแล้ว ซึ่งทางตำรวจเขาก็ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรียังไว้ใจให้ตำรวจทำหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนให้เกียรติเขาเพราะได้คุยกันแล้ว
ต่อข้อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไม่ ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็คงทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเร่งทำไม่ได้นิ่งเฉยในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งซ้ำเติม เข้าไปอีก
ขอบคุณข่าวจาก : คมชัดลึก
Posted on 31 มีนาคม 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ![]() |
Posted on 17 มีนาคม 2009 by nanamikawai
![]() |
นายก รัฐมนตรีเผย จากการหารือกับทีมเศรษฐกิจ ช่วงเช้าวันนี้ ทีมเศรษฐกิจกังวลภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐ จึงเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีกรอบระยะเวลา 2-3 ปี ซึ่งจะมีการกู้เงินจากต่างประเทศ และดูการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นกำหนดวงเงินลงทุนไว้ 1.4 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการขนาดเล็ก ไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) เช่น คมนาคม สาธารณสุข โรงเรียน โรงพยาบาล โดยเหตุผลที่ต้องเพิ่มเงินลงทุน เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ และการส่งออกมีปัญหา ขณะที่การจัดเก็บรายได้ก็จะต่ำกว่าเป้า จาก ประมาณการ 100,000 ล้านบาท เป็น 150,000 ล้านบาท หรือมากกว่า
นอก จากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทาง เสียง ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครอบคลุมทุกประเภท ทั้งการชดเชยให้ประชาชน และการปรับปรุงอาคารให้ได้รับผลกระทบน้อยลง ส่วนปัญหาการย้ายเที่ยวบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากท่าอากาศยานดอนเมืองกลับไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต เพื่อให้ศึกษาแนวทางให้รอบคอบ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการบินไทยเป็นผู้ดำเนินการ
ด้านนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ที่ ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้หารือเกี่ยวกับปัญหารายได้ของรัฐบาลที่ลดลงไป จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีหลายประเภท ที่ยังสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก รวมไปถึงการให้กรมที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี ติดตามรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนเงินกู้ 70,000 ล้านบาท จากสถาบันการเงินต่างประเทศ เมื่อผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว จะลงสู่ระบบเพื่อใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
Posted on 16 มีนาคม 2009 by Sukson.com

ที่ประชุม 3 ฝ่าย มีมติเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจไป 19-20 มีค. ขณะวิปรัฐบาลเตรียมตั้งทีมงานช่วยเหลือ รมต.
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล เปิดเผยภายหลังหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า มีการพิจารณาวันที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเห็นว่าวันที่ 19 - 20 มีนาคมนี้มีความเหมาะสมและให้ลงมติในวันที่ 21 มีนาคม
โดยจะประสานงานให้ฝ่ายค้านทราบอีกครั้ง ทั้งนี้เชื่อว่าการเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 10 คน เพื่อดูแลข้อมูลของรัฐมนตรีที่จะอภิปราย อีกทั้งหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนคณะทำงานชุดดังกล่าวก็จะช่วยชี้แจงต่อ ประชาชนให้ความชัดเจนด้วย
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานสภาเป็นคนขอมา เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการอภิปรายครั้ง นี้เป็นเพราะตรงกับวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่