Tag Archive | "นปช"

Tags: , , , ,

“จตุพร”ซัดกลุ่มหยุดทำร้ายฯ ตอนยึดสนามบินหายไปไหน

Posted on 06 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม กรณีที่องค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศร่วมแสดงพลังในโครงการหยุดทำร้าย ประเทศไทย ว่า

ถือเป็น เรื่องดีที่ประเทศไทยจะเลิกแบ่งสี ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง หรือสีน้ำเงิน แต่อยากขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ต้องมีความจริงใจใน การคืนความเป็นธรรมให้กับสังคม นอกจากนี้ ทหารควรกลับกรมกอง รวมไปถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะต้องถอยกลับมาเป็นกรรมการคอยดูผู้เข้าแข่งขัน เหมือนเดิม ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้แข่งขันเสียเอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า

ไม่ ทราบว่าช่วงเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 และเหตุการณ์ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มหยุดทำร้ายประเทศไทยไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ออกมาต่อต้าน หรือประณามการกระทำดังกล่าว หากอยากหยุดทำร้ายประเทศไทยจริงคนกลุ่มนี้ก็ควรหยุดทำตัวเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลชุดนี้ได้แล้ว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“เสื้อแดง”บุกทำเนียบเผาทีวีประชดรัฐบาล

Posted on 06 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


คมชัดลึก :คนเสื้อแดงบุกทำเนียบเผาทีวีประชดรัฐบาล 2 มาตรฐาน


(6พค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น.นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช.รุ่นที่ 2 นำคนเสื้อแดงราว 500 คน มาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

เรียกร้องให้รัฐบาลคืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่น เว็ปไซด์ต่างๆที่ถูกสั่งปิดไปในช่วงรัฐบาลประกาศ พรก.ฉุกเฉิน จาก นั้นเวลา 12.30 น.คนเสื้อแดงทั้งหมดเคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่ประตู 4 หน้าทำเนียบรัฐบาล และจุดไฟเผาโทรทัศน์ขนาด 21 นิ้ว เป็นการประท้วง โดยระบุว่าโทรทัศน์เครื่องนี้เปิดแต่ช่อง เอเอสทีวี พร้อมั้งให้ชายแต่งชุดเลียนแบบทหารทุบโทรทัศน์ที่ติดสติกเกอร์ดีสเตชั่นทิ้ง อีก 1 เครื่องด้วย


นายสมยศ กล่าวว่า จะยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหากนายกฯไม่มารับหนังสือเรียกร้องฉบับนี้ พวกตนจะกลับมาทวงข้อเรียกร้องในสองสัปดาห์ข้างหน้า

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

นปช. เล็งเปิด ดีสเตชั่น

Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai


นาย อดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น แถลงข่าววันนี้ (30 เม.ย.) ที่สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นว่า รัฐบาลใช้อำนาจสั่งการปิดสถานีโทรทัศน์และวิทยุดีสเตชั่นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นวิธีการของรัฐบาลเผด็จการทรราชและปฏิบัติ 2 มาตรฐาน โดยหลังจากนี้ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ประธาน สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น กล่าวต่อว่า อีก 2 สัปดาห์จะเปิดสถานีนิวดีสเตชั่นพร้อมกับทีวีผ่านดาวเทียมเพิ่มร้อยช่องพัน ช่องเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารไปยังประชาชน

ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รุ่น 2 กล่าวว่า ในวันพุธที่ 6 พ.ค. นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมกันที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า หลังจากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงคืนสถานีโทรทัศน์ดีสเต ชั่น

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

เงื่อนไข(ไม่)ปรองดอง เดิมพันสูงลิบ”เพื่อไทย”

Posted on 30 เมษายน 2009 by nanamikawai

“กลุ่มเสื้อ แดง” ถูกตั้งคำถามต่างๆ นานา จาก “สังคม” ภายหลังเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครและพัทยา จ.ชลบุรี ในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เห็นผ่านหน้าสื่อขัดแย้งกับคำว่า “สันติ อหิงสาและปราศจากอาวุธ” ตามหลักการของ “คนเสื้อแดง” ที่ประกาศตลอดมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อเครดิต “แกนนำสำคัญ” หลายคนให้ลดลง แทบสิ้นความน่าเชื่อถือ จนอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อการเคลื่อนไหวต่อสู้ของ “คนเสื้อแดง” ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “เรียกร้องประชาธิปไตย” หรือ “ขับไล่เผด็จการ” ไปจนถึง “ล้างระบอบอำมาตยาธิปไตย” จนปัจจุบันแทบจะไม่รู้ว่าจะหาเหตุใดๆ มาอ้างกับสังคมได้อีก

ส่งผลให้หนทางการต่อสู้ที่ตีบตันลงของ “คนเสื้อแดง” พานส่งผลกระทบกับการต่อสู้ทางการเมืองของ “พรรคเพื่อไทย” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้จะพยายามสร้างภาพว่า “แยกกันเดิน” เพียงไรก็ตาม เพราะหนที่สุดแล้วก็พิสูจน์ว่าคนเพื่อไทยอาศัยจมูก “คนเสื้อแดง” หายใจมาตลอด

การต่อสู้ของ “เพื่อไทย” แน่นอนว่าต้องโฟกัสไปที่ภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปร่วมต่อสู้ผ่านกระบวนการตรากฎหมายเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่หนที่สุดแล้วก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ลำพังฝีมือ “เพื่อไทย” แต่ฝ่ายเดียวนั้นไม่สามารถล้ม “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ได้

” กระแสเสื้อแดง” จึงเป็นตัวช่วยที่สร้างความหวังให้เพื่อไทยได้พลิกสถานการณ์การเมืองของตัว เองบ้าง แต่วันนี้ “เสื้อแดง” แทบจะไม่เหลือราคาอะไรอีกแล้ว!!

การ เร่งรีบตั้งกำหนดจุด-ตั้งเวทีปราศรัยในช่วงสัปดาห์หน้า ของ “แกนนำเสื้อแดง” ทันทีที่หลุดพ้นพันธนาการทางกฎหมาย โดยอ้างเรื่องการพูดคุยเพื่อ “สรุปสถานการณ์” และกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวต่อไปเท่านั้น ไม่ได้เป็นเริ่มเคลื่อนไหวชุมนุม แต่ลึกๆ ก็คือเริ่มหาหนทางในการซ่อมแซมกระแสเสื้อแดง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามครั้งใหม่นั่นเอง

สอดรับกับเกมการเคลื่อนไหวของเพื่อไทยในฐานะพรรคฝ่ายค้าน

ดัง จะเห็นได้จากความพยายาม “เล่นแง่” ตั้งเงื่อนไขในการส่งรายชื่อตัวแทน 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ และ 9 ส.ส. มาร่วมเป็น “คณะกรรมการแก้ปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ตามมติของวิป 3 ฝ่าย ที่ได้ประชุมร่วมกันกับ “ชัย ชิดชอบ” ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ล้มการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อสอบข้อเท็จจริงเรื่องการสลายม็อบเสื้อแดง “เพื่อไทย” ก็อ้างดุ่ยๆ ลุยน้ำครำไปเลยว่า “สภาผู้แทนราษฎร” ควรเป็นหลักในการสืบหาข้อเท็จจริง ในเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในช่วง 8-15 เมษายนที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน จากนั้นก็ค่อยมาพูดเรื่องการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ ??

เป็น ที่มาของการพลิกตัวแบบ 360 องศาของ “เพื่อไทย” ในการฟื้นข้อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการสลายการชุมนุมวันที่ 13 เมษายน”

ก่อน ขยับเข้าสู่โหมดการทำงานของคณะกรรมการแก้ปัญหาการเมืองฯ ตามเกมที่ “ประชาธิปัตย์” และ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้กำหนดไว้ โดยมีคำขาดที่ยื่นให้แล้วว่า ถ้าไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบการสลายม็อบ “เพื่อไทย” ก็จะไม่ร่วมสังฆกรรมใดๆ กับสภา

เพราะความหวาดระแวงและไม่เคยไว้วางใจ เชื่อใจกันของนักการเมือง การเคลื่อนจากฝ่ายรัฐบาลที่ “ไฟเขียว” ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หาทางปลดล็อควิกฤตการเมืองนั้น ถูกพรรคเพื่อไทย แปลรหัสว่า เป็น “อุบาย” ของ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นความชาญฉลาดของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี และพรรคพวก ที่จะดึงเพื่อไทยให้กลับเข้ามาคุยในเวทีสภาและยุติการปลุกปั่นพลพรรคเสื้อแดง

เมื่อ มองกันลึกๆ ในประเด็น “ดีกรีความต้องการ” แก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแล้ว ที่ชัดเจนคือ “ป๋าเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เร่งวันเร่งคืนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมบรรดาสมาชิกบ้านเลขที่ 111+109 โดยด่วน แต่ก็ปรากฏว่า ในบางซีกของพรรคแกนนำรัฐบาลกลับประกาศขวางเต็มที่เพราะไม่อยากให้ “ผีไทยรักไทย” ฟื้นชีพ

เช่นเดียวกันกับ “ภูมิใจไทย” พรรคร่วมรัฐบาลอันดับรองก็ไม่ประสงค์เช่นกัน เพราะ นั่นเท่ากับว่าฐานอำนาจจะถูกสั่นคลอนจากพันธมิตรเก่า มีคนพูดกันว่า บรรดาผู้ถูกตัดสิทธิทั้งหลายกำลังมีความสุขกับการบัญชาการอยู่หลังม่าน และเก็บเกี่ยวดอกผลเงียบๆ โดยไม่ถูกตรวจสอบ เพราะมีลูกน้องออกหน้ารับแทนเป็นอย่างมาก ??

เมื่อ ไม่ได้เป็นผู้กำหนดกติกาเอง “เพื่อไทย” จึงไม่ผลีผลามที่จะกระโดดร่วมวง ซึ่งเป็นที่มาของความพยายามที่จะพลิกเกมให้มาเป็นของตัวเองด้วยการเสนอตั้ง “กรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการสลายการชุมนุมฯ” แลกกับการเข้าร่วม “คณะกรรมการแก้ปัญหาการเมืองฯ” ของประชาธิปัตย์

เมื่อ ไปอยู่ในเกมของตัวเองได้ “เพื่อไทย” ก็หวังจะใช้ “ความจริงในมุมแดง” มาซ่อมและสร้างกระแสมวลชนของตนให้กลับมาติดลมบนอีกครั้ง เมื่อเจอ “หมัดสวน” แบบนี้ ต้องวัดใจพรรคสะตอว่าจะการ์ดตกหรือเปล่า !!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

“จดหมายรัก คนเสื้อแดง”

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


สีแดง เป็นสีที่มีความหมาย หมายถึงประชาชนคนไทย 65 ล้านคน คนไทยทุกคน มีเลือดสีแดง มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย (สีแดง) มีหลักธรรมและคุณธรรม (สีขาว) และมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ เป็นศูนย์รวมดวงใจ (สีน้ำเงิน) ร่วมกัน คนไทยทั้ง 65 ล้านคน จึงพึงรักสามัคคีกัน โดยเฉพาะผู้นำประเทศ พึงนำประชาชนให้ไปสู่ความรักสามัคคีของคนในชาติ ไม่มีความแตกแยก

จดหมายรัก “คนเสื้อแดง” ฉบับนี้ จึงขอแสดงความรักผ่านแง่คิดมุมมองบางประเด็น ดังต่อไปนี้

1. คนไทยพึงรักสามัคคีกัน ทุกคน ทุกสี : จะมีประโยชน์อันใด หากคนไทยไม่รักกัน แบ่งเป็นสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน คนเสื้อแดงไม่ยอมซื้อของจากคนเสื้อเหลือง คนเสื้อเหลืองไม่ยอมขึ้นแท็กซี่ของคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลืองกับคนเสื้อแดงต้องทะเลาะกันเมื่อพบกัน สังคมที่ไม่รักสามัคคีกัน จะมีพลังได้อย่างไร หากสังคมแตกแยกถึงขั้นสร้างความลำบากต่อกัน ทำร้ายกัน สร้างอันตรายถึงชีวิตกันจนบ้านเมืองอาจวอดวาย เราและลูกหลานเราจะมีสันติสุขอย่างวันดีๆที่คนไทยเราเคยมีตลอดมาได้อย่างไร

สังคมจะรักและเข้าใจกันเพียงใด เริ่มที่การชี้นำของผู้นำ เราจึงอยากเห็นผู้นำที่ไม่สร้างความแตกแยก ไม่เติมไฟในความขัดแย้ง และประชาชนไม่ต้องมีสีที่แตกต่าง ความแตกต่างทางการเมืองก็ดำเนินการผ่านสภา ความแตกต่างทางคดีก็ดำเนินการในศาล และประชาชนก็ติดตามเอาใจช่วยด้วยเสรีภาพที่มีตามระบอบประชาธิปไตย แต่ยังรักสามัคคีกัน ไม่ต้องทะเลาะกัน

2. ให้ความรักชนะความโกรธ : ในทุกระดับของสังคม ครอบครัว ที่ทำงาน หรือประเทศชาติ ความโกรธไม่สามารถจบสิ้นได้ ที่ฝ่ายหนึ่งกำราบอีกฝ่ายหนึ่งให้หมดสิ้นขวากหนาม แต่พึงเอาความรักชนะความโกรธ

เราโชคดี ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำที่ไม่สร้างความรู้สึกแตกแยก ไม่เติมไฟในความขัดแย้ง เราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงจากทีวีรัฐที่เชียร์แต่ผู้นำเสื้อแดง เย้ยหยันคนเสื้อเหลือง แล้วเปลี่ยนเป็นทีวีรัฐที่เชียร์แต่ผู้นำเสื้อเหลือง หรือเสื้อน้ำเงิน เราไม่เห็นความเย้ยหยันคนไทยด้วยกัน

และที่ สำคัญ นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้แสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ ด้วยชีวิตของท่านเอง ท่านถูกมุ่งทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ เมื่อติดไฟแดงที่พัทยา ท่านถูกความพยายามทำให้เสียหน้า ด้วยการลงทุนถึงทำลายศักดิ์ศรีของประเทศด้วยการทำลายประชุมผู้นำอาเซียน ท่านถูกมุ่งทำร้ายอีกครั้งที่กระทรวงมหาดไทย หากถูกจับตัวได้คล้ายๆ คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ก็อาจหัวแตกเหมือนกัน หรือยิ่งกว่านั้น ท่านก็เป็นปุถุชน ย่อมมีความรู้สึกได้

ใน ขณะที่ท่านมีอำนาจในมือ มีกำลังทหารที่พร้อมด้วยอาวุธ และในขณะที่มีภาพกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก่อความวุ่นวาย ปิดการจราจรจนผู้คนมากมายไม่พอใจ เอารถแก๊สมาตั้ง ทำให้คนมากมายหวาดกลัว เผารถเมล์ เผายางทำให้บ้านเมืองเกิดบรรยากาศลุกเป็นไฟ ขณะที่มีคนไทยบางส่วน เอาใจช่วยคนเสื้อแดง ก็มีคนไทยจำนวนมาก อยากเห็นรัฐบาลใช้อำนาจเด็ดขาด เพื่อเอาผิดกลุ่มเสื้อแดงผู้สร้างความเดือดร้อนเหล่านี้ ย่อมเป็นเหตุให้นายกฯ อภิสิทธิ์แสดงอำนาจบารมี ตอบโต้คนเสื้อแดงอย่างเด็ดขาดได้ คนจะได้กลัว และไม่กล้าทำร้ายท่านอีกต่อไป

แต่ท่านกลับ ใช้วิธีแห่งความรัก ความให้อภัย ความเข้าใจ ความถ่อม การใช้กำลังยุติการชุมนุม ทำด้วยความใจเย็น ไม่มุ่งทำลายประชาชนคนไทยร่วมชาติ เพียงหวังให้ผู้เข้าใจผิดและไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ด้วยวิธีการรุนแรงแยก ย้ายกันกลับบ้าน ท่านไม่โกรธ ท่านไม่เติมไฟความโกรธ ท่านเป็นแบบอย่างของผู้นำที่จะสร้างความรักความสามัคคีให้คนไทยกลับมารัก สามัคคีกันได้ต่อไปอย่างแท้จริง่อมเป็นเหตุให้นายกฯ อภิสิทธ

3. คดีว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม : คนไทยทุกคน ควรอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มี 2 มาตรฐาน รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ควรให้มีการบังคับใช้กับทุกคนเหมือนกัน การที่อดีตนายกฯ ทักษิณ กล่าวอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งด้วย “กระบวนการยุติความเป็นธรรม” นั้น แต่ท่านก็ไม่เคยหาหลักฐานมาหักล้าง

เช่น คดีที่ดินรัชดา ท่านมักจะบอกว่า ภรรยาซื้อที่ดินธรรมดา แต่ไม่สามารถกลบเกลื่อนหลักฐานว่า รอบก่อนหน้าภรรยาท่านประมูล ราคากลางอยู่ที่ 870 ล้านบาท วางมัดจำ 10 ล้านบาท มีผู้วางมัดจำ 10 ล้านบาทแล้ว 3 รายแต่กลับไม่ได้ยื่นซอง และในการจัดประมูลรอบใหม่ ยกเลิกราคากลาง เพิ่มมัดจำเป็น 100 ล้านบาท และภรรยาท่านซื้อไปที่ 772 ล้านบาท หลังจากนั้น มีการเปลี่ยกฎแก้ไขข้อจำกัดความสูงของอาคารเอื้อประโยชน์ต่อภรรยาท่าน ท่านไม่ได้ชี้แจงอธิบายใดๆเรื่องนี้

ท่าน มักจะบอกว่า ถูกกลั่นแกล้งจาก คมช. หรือ คตส. แต่หลักฐานที่เขาพบเช่น วันที่ 31 สิงหาคม 2543 นาย พานทองแท้ ต้องทำหนังสือสัญญาใช้เงิน 4,500 ล้านบาท ให้แม่ 1 วัน ก่อนโอนหุ้นชินฯให้ในวันที่ 1 กันยายน 2543 ท่านมักจะบอกว่าเป็นการโอนหุ้นในครอบครัวธรรมดา แล้วหนี้ 4,500 ล้านบาท คือหนี้ค่าอะไร ท่านไม่เคยตอบ แกนนำทุกคนไม่เคยให้คำตอบ แต่มันเป็นหลักฐานว่า เอาหุ้นไปเก็บไว้เฉยๆ เลี่ยงรัฐธรรมนูญ (ฉบับ 2540) เพื่อให้นายกฯอยู่ในตำแหน่งได้ เอื้อประโยชน์ได้นับหมื่นนับแสนล้านบาท เช่น การลดส่วนแบ่งรายได้รัฐกรณีบัตรพรีเพด และการให้ภาระภาษีสรรพสามิต เป็นของ ทศท. ฝ่ายเดียว เป็นต้น และอีกหลายกรณี

ท่าน ไม่ควรสู้คดี ด้วยการหลอกให้คนสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่ควรสู้ด้วยหลักฐานในศาล ประชาชนก็รักความเป็นธรรม ติดตามการพิสูจน์หลักฐานให้กระจ่างดีกว่า สังคมจะได้ไม่อยู่ในความเท็จต่อไป

4. เรื่องการเมือง ว่ากันตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ : ต่างกับในที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ตอบกระทู้ในสภา ยุบสภาเมื่อจะมีการซักฟอกกรณีหุ้นชินคอร์ปฯ ในสมัย นายกฯ อภิสิทธิ์ ท่านเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่าง ฝ่ายค้าน (ระดับดาวสภาฯ) ซักถาม ซักฟอกเต็มที่ ไม่มีความจำเป็นต้องต่อสู้ทางการเมืองนอกสภาอีกต่อไป ประชาชนย่อมสามารถใช้สิทธิผ่านผู้แทนของเราในสภาได้

5. ประเมินผู้นำให้กระจ่าง : มีความจริงหลายเรื่องที่ทุกคนควร “รู้ความจริง” ให้ตรงกัน

… จริงหรือที่ทักษิณเป็นผู้กู้ชาติจากวิกฤต 2540 : ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่กู้ IMF ก็คือรัฐบาลชวลิต ซึ่งท่านทักษิณสนับสนุนมาโดยตลอด ในวันที่ 14 สิงหาคม 2540 และท่านก็เข้าไปเป็นรองนายกฯในวันที่ 15 สิงหาคม 2540 และก่อนหน้านี้ ท่านก็ส่ง นาย ทนง พิทยะ เป็นรัฐมนตรีคลังเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งเสนาะกล่าวหาว่า ท่านรวยเพราะค่าเงิน เหมือนเผาบ้านเมืองเอาประกัน และทักษิณมักจะฟ้องผู้ใส่ร้ายท่านเสมอ แต่ไม่เคยฟ้องหมิ่นประมาทเสนาะเรื่องนี้เลย

… จริงหรือที่ทักษิณ “ไม่กู้เงิน” : ยุครัฐบาลชวลิต ที่ท่านเข้าเป็นรองนายกฯ ก็ สร้างหนี้รัฐโดยรับหนี้เอกชนจาก 56 ไฟแนนซ์เป็นหนี้รัฐหลายแสนล้านบาท ในยุคท่าน ทั้งสร้างหนี้ภาคประชาชนเพิ่มเติม ซ่อนหนี้เพิ่มเติม เช่น กองทุนศูนย์ราชการ ก็ซ่อนหนี้ในรูปภาระการจ่ายค่าเช่า กองทุนวายุภักย์ ก็ซ่อนภาระในการซื้อคืนกองทุนใน 10 ปีข้างหน้า ฯลฯ นอกจากนั้น ท่านยังขายและพยายามขายทรัพย์สินชาติมากมาย เช่น หุ้น ปตท. หุ้น กฟผ. ฯลฯ

… จริงหรือที่ทักษิณเป็นผู้นำรักษาประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ : ท่านอ้างว่าต่อต้าน คมช. ทั้งๆที่ รัฐบาลขิงแก่ก็ลงจากอำนาจแล้ว แต่ จริงๆ ท่านเคยขอสัมปทานจากเผด็จการ รสช. และเมื่อท่านมีปัญหา ท่านก็หารือ พลเอกสุจินดา และท่านเป็นผู้นำอย่างไร ยุยงจากต่างประเทศ แต่ครอบครัวหนีไปก่อนสร้างความวุ่นวาย แล้วใครจะรับผิดชอบคนเสื้อแดงที่ออกมาด้วยใจบริสุทธิ์ ท่านอ้างว่า “วันใดเสียงปืนแตก ท่านจะกลับมานำประชาชน” แล้วท่านอยู่ไหนครับ มันวุ่นวายน้อยไปหรือครับ ท่านจึงยังไม่กลับมา

เราคนไทย ไม่ต้องโกรธกัน รักกันได้เสมอ เรื่องการเมืองเดินผ่านสภาฯ เรื่องคดีสู้ด้วยหลักฐานและความจริง บ้านเมืองก็สงบสุขครับ

คนไทยสีใดๆ ก็รักสามัคคีกันครับ บ้านเมืองจะได้สันติสุขคืนมา เรารักคนเสื้อแดง เหลือง น้ำเงิน และทุกๆสีครับ

***************************************************************************
หมายเหตุ : ไทย ทนขอชวนท่านผู้อ่าน โหลดข้อมูล หรือทำสำเนาออกแจกจ่าย ให้แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ ตอนชำระเงิน ด้วยความรัก ไทยทนเชื่อว่า การสร้างความรัก ความสามัคคีกลับคืนมา เป็นหน้าที่ของเราคนไทยร่วมชาติทุกคนครับ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

สุเทพสั่งจับตาเข้มทักษิณปลุกกลุ่มซ้ายจัดเคลื่อนไหวร่วมเสื้อแดง

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าววันนี้ (28 เม.ย.) ก่อนการประชุมครม. ถึง ท่าทีของรัฐบาลต่อการที่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย

มี มติตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จริง ๆ เป็นข้อเสนอของนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา ตอนท้ายสุดของการประชุมร่วมรัฐสภา ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาได้คัดเลือกคณะกรรมการที่จะมาประมวลเหตุการณ์การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.-15 เม.ย. คณะกรรมการชุดนี้จะได้ทำให้ทุกอย่างมีความชัดเจนขึ้น ใครสงสัยติดใจตรงไหนจะได้เอาหลักฐานหรือข้อสงสัยไปบอกคณะกรรมการให้ช่วยชำระ สะสางให้ได้ ความจริงจะได้ปรากฎและมีความเห็นที่ตรงกัน

“ส่วนเรื่อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนายกฯได้เสนอแล้วว่า ให้รัฐสภาโดยประธานรัฐสภาและวิปของทั้ง 3 ฝ่ายปรึกษากันเพื่อกำหนดประเด็นที่เห็นว่า สมควร ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญและวิธีการที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วนำมาเสนอ ต่อสภา จะเห็นว่า รัฐบาลเปิดกว้างมาก ไม่ได้ไปจำกัดอะไร ถ้าดำเนินการตามแนวนั้นก็จะได้ข้อสรุปที่ตรงกับที่หลายฝ่ายพยามยามเรียกร้องอยู่” นายสุเทพ กล่าว

และ เมื่อถามว่า การนำการแก้ปัญหากลับเข้ามาสู่สภาอีกครั้ง เป็นแนวทางออกที่ดีกว่าการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีระบบอยู่ ก็ควรจะเดินตามแนวทางที่เป็นระบบ เพราะแนวทางนี้เป็นหนทางที่จะนำปสู่การยอมรับของทุกฝ่ายได้

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ถ้าผลสรุปออกมาเป็นอย่างไรรัฐบาลพร้อมที่จะทำตามข้อเสนอของสภาฯหรือไม่ แม้กระทั่งที่จะให้เลือกตั้งใหม่โดยเร็ว นายสุเทพ รีบตอบทันทีโดยไม่รอฟังคำถามให้จบ ว่า “ถูกต้อง ๆ รัฐบาลเคารพเสียงส่วนใหญ่ของสภาฯอยู่แล้ว และนายกฯก็ได้เรียนต่อสภาฯชัดเจน”

เมื่อ ถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงปรับทัพและท่าทีใหม่เลิกนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นหัวขบวนนำ นายสุเทพ กล่าวว่า? ตนยังไม่ชัดเจนในท่าที ยังตอบไม่ได้ เพียงแต่ได้ฟังข่าวตามปตกิ ก็ต้องดูกันต่อไป

เมื่อ ถามถึง การที่คนเสื้อแดงมีการผลักดันคนอดีตเดือนตุลาฯออกมาเคลื่อนไหวมีการจับตา มองอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจว่าตัวบุคคลจะเป็นใคร แต่คอยติดตามดูว่าขบวนการทั้งหลายอย่าให้ได้เป็นพิษภัยต่อระบอบการปกครองและ ความสงบสุขของบ้านเมือง แม้บุคคลเหล่านั้น จะเคยอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณเราก็ต้องติดตามดูไปก่อน ส่วนจะทำให้เพิ่มความุรนแรงขึ้นหรือไม่ ตนยังไม่คาดการณ์อะไรไปไกลขนาดนั้น เพียงแต่มีหน้าที่ที่จะติดตามและพยายามหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้มีการกระทำใดๆที่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตย

กรณีการ เสียชีวิตของของพลทหารอภินพ เครือสุข ทหารเกณฑ์รับใช้ภายในบ้านพักของ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่างที่นายอภิสิทธ์ เข้าไปพัก นายสุเทพ

กล่าวว่า มีความพยายามทำให้เกิดข้อสงสัยการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี พร้อมขอร้องพรรคเพื่อไทยอย่าสร้างสถานการณ์ เพราะไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะฆาตกรรมอำพราง พลทหารที่ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , ,

แม่พลทหารร้อง ผ่าศพลูก ตายในบ้านแม่ทัพ

Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai


แม่ พลทหารที่ตายปริศนาในบ้านพักแม่ทัพภาค 1 ส่งศพลูกชายให้นิติวิทยาศาสตร์ผ่าพิสูจน์ หลัง”จตุพร”จุดประเด็นเสียชีวิตหลังจากที่”มาร์ค-เทือก”ไปเก็บตัวในบ้านแม่ ทัพภาค 1 แค่วันเดียว ไม่เชื่อเป็นอุบัติเหตุลื่นหกล้มตาย ชี้ลูกชายแข็งแรงไม่น่าจะตายง่ายๆ โวยโดนให้เร่งเผาศพ ส่วนแม่ทัพภาค 1 เห็นด้วยให้ผ่าศพพิสูจน์ ขณะที่ตำรวจชุดทำคดี 2 ศพการ์ดนปช.โดนฆาตกรรมแน่นอน ม็อบแดงคึกคักพรึ่บสนามหลวง หลังรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีแม้วโฟนอิน ร่วมจุดเทียนไว้อาลัยผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม แต่นัดชุมนุมใหญ่ 17 พ.ค.นี้จี้แก้รธน. ตร.1กองร้อยอารักขามาร์ค ชวรัตน์เย้ยม็อบแดงแค่ฉายหนังซ้ำ

ตร.1กองร้อยอารักขา”มาร์ค”

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ บางเขน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ครั้งที่ 10 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการมาร่วมงานดังกล่าวถือเป็นงานนอกสถานที่งานแรกของนายกฯ หลังจากประกาศยกเลิกการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อเที่ยงวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยในบริเวณงานยังคงเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 1 กองร้อย ทั้งจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สน.บาง เขน และสน.พื้นที่ใกล้เคียง ที่มาตรวจวัตถุระเบิดพื้นที่โดยรอบอาคาร และเฝ้ารักษาความปลอดภัยประจำจุดตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนกระทั่งเลิกงาน และมีตรวจตรา สังเกต การณ์ผู้มาร่วมงานอย่างเคร่งครัด ส่วนการรักษาความปลอดภัยของตัวนายกฯนั้นยังใช้ขั้นเตรียมความพร้อมขั้นสูง สุดเช่นเดิม

เวลา 10.40 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่ท้องสนามหลวงว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานข่าวอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งตนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลให้เกิดความ สงบเรียบร้อย และการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ติดตามสถาน การณ์ หรือไม่เฝ้าระวังเหตุการณ์ต่างๆ เพียงแต่จะไม่มีการใช้อำนาจพิเศษเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ เราทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปอาจทำให้มีอารมณ์ตกค้างอยู่บ้าง จึงพยายามทำความเข้าใจและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆคลี่คลายสถานการณ์ ตนกำชับเจ้าหน้าที่ว่าขอให้ช่วยดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อย

ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง

เมื่อ ถามถึงศาลให้ประกันตัว 3 แกนนำนปช.แล้วคิดว่าจะทำให้การชุมนุมมีปัญหารุนแรงอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตนบอกแล้วว่าเรามีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปไล่ล่าหรือไม่ให้ใช้สิทธิทางการเมือง แต่เป็นการใช้พ.ร.ก.เพื่อให้เกิดความสงบ หลังเกิดเหตุการณ์จลาจล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราหวังว่าทุกคนจะเคารพกฎหมาย เพราะทุกคนมีบทเรียนมาแล้วว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันสร้างความเสียหาย ไม่ใช่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความเครียด ความรู้สึกของคนไทยได้รับผลกระทบ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาแก้ปัญหาที่อาจค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุการณ์หรือการเดินไปข้างหน้า ขอให้ไปใช้เวทีตรงนั้นเป็นหลัก ส่วนการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นทำได้ แต่ควรคำนึงถึงการช่วยกันทำให้บ้านเมืองไม่ย้อนกลับไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ยังตามล่าตัว”จักรภพ”อยู่

เมื่อ ถามว่ารัฐบาลมีแนวทางดำเนินการกับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. ที่หลบหนีหมายจับอย่างไร เพราะยังไปเคลื่อนไหวด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโจมตีประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังติดตามตัวอยู่ แต่ไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโดยที่เราไม่ทราบว่าตัวอยู่ที่ไหน เมื่อถามว่าในเรื่องการเคลื่อน ไหวใต้ดินที่แกนนำ นปช.ประกาศนั้นมีการรายงานข่าวจากหน่วยข่าวหรือไม่ว่าจะมีอะไรที่รุนแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามข่าวและคลี่คลายสถานการณ์

ผู้ สื่อข่าวถามว่า รายงานข่าวดังกล่าวระบุจะมีการใช้ความรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานข่าวเฉพาะเจาะจงในลักษณะนั้น มีเพียงการให้สัมภาษณ์ของแกนนำเท่านั้น

ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงว่าการ ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ จะลุกลามบานปลายอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราติดตามอย่างใกล้ชิดและเชื่อว่าทุกคนที่มาชุมนุมจะทราบว่าวันนี้สังคมไทย และคนไทยส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศต้องการอะไร

เมื่อถามถึงผู้นำประเทศ คู่เจรจาที่จะมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ยังไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยที่จะเดินทางมาร่วมประชุมอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องไปพูดคุยปรึกษาหารือกับทั้ง 16 ประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นใจ และคิดว่าที่ผ่านมาจนถึงช่วงนี้ เราจะทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม และจะจัดการประชุมต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันประชุมได้ เนื่องจากต้องรอความสะดวกในเรื่องเวลาของผู้นำแต่ละประเทศก่อน แต่ขณะนี้แน่นอนว่าเดือนพ.ค.นี้ คงไม่สามารถจัดการประชุมได้ ต้องรอไปถึงเดือนมิ.ย.

ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงอย่างไรในเดือนมิ.ย. นี้ต้องจัดการประชุมให้ได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกประเทศต้องการให้จัดการประชุมโดยเร็ว เพราะมีประเด็นที่อยากประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่จะเป็นผลดีกับทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ยังไม่แน่-ร่วมวันแรงงาน

เมื่อ ถามว่าการออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ในวันนี้หลังเกิดเหตุความรุนแรง แสดงว่ามั่นใจในความปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนจะพยายามปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ช่วงนี้จะคล้ายกับช่วงแรกเมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่ง ทำให้เราต้องทบทวนเรื่องมาตรการต่างๆ และต้องเสียเวลากับการประชุมในส่วนกลางค่อนข้างมาก แต่จะพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบ คลุม ครบถ้วน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่านายกฯจะไปร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 1 พ.ค.นี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องขอดูกำหนดการอีกครั้งหนึ่ง

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลนั้นได้ปรับลดอัตรา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลงจำนวนมาก ส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับที่ตั้งและหน่วยต้นสังกัด เหลือเพียงไม่ถึง 100 นายที่ยังคงปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ที่สำคัญ ทั้งนี้เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวที่ถือว่ายังไม่นิ่งเท่านั้น

เทือกลั่นจับอีก-ถ้าแดงป่วน

เวลา 12.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในเย็นวันนี้ ที่สนามหลวงว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดูแล หากมีการทำผิดกฎหมายหรือขึ้นเวทีแล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย คงต้องจับกุมตัวทันที ตนพยายามมองในแง่ดีว่าเหตุการณ์เย็นวันนี้จะไม่มีอะไรรุนแรง เพราะนายกฯแสดงแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาบ้านเมืองแล้ว

เมื่อถาม ว่า ภายหลังจากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วจะยกเลิกการออกหมายจับในคดีต่างๆหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องคดีความต่างๆ ต้องแยกออกเป็น 2 ประเภท 1.คดีอาญา เช่น การบุกรุกสถานที่ราชการ ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทุบรถนายกฯ พยา ยามฆ่า หรืออื่นๆ ต้องดำเนินการต่อไป 2.คดีที่เป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ระหว่างการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนที่แกนนำคนเสื้อแดงเรียกร้องให้คืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่น นั้น ตำรวจจะพิจารณาว่าสถานีโทร ทัศน์ดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อ ถามถึงแกนนำคนเสื้อแดงยื่นข้อเสนอว่าหากยกเลิกคดีทั้งหมดจะยุติการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า การทำผิดกฎหมายไม่มีเงื่อนไขการต่อรอง ผิดต้องว่าไปตามผิด ไม่ผิดก็คือไม่ผิด ซึ่งนายกฯพูดชัดแล้วว่ารัฐบาลไม่มีความประสงค์จะไปไล่ล่าใคร ดังนั้นใครไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกังวลใจ

นายสุเทพ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช.ในต่างประเทศว่า หากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี

ปชป.ชี้ยังมีการปลุกระดม

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุท รักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองคลี่คลายและดีขึ้นตามลำดับ มั่นใจว่าหากทุกฝ่ายช่วยกัน สามารถรักษาบรรยากาศของความสงบที่ดีและประเทศจะได้เดินหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้พรรคสนับสนุนแนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯที่ยกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉิน และวางแนวทางสมานฉันท์ และขอบคุณผู้นำของ 3 องค์ประกอบในรัฐสภาที่แสดงความพร้อมหารือเรื่องดังกล่าว และหวังว่าวันที่ 27 เม.ย.นี้ จะบรรลุแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการประมวลข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และเริ่มกระบวน การสร้างความสมานฉันท์ในการปฏิรูปการ เมือง และการมีส่วนร่วมได้

โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประเมินว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่อย่างน้อย 4 ด้าน คือ 1.การบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะนำเสนอหลักฐานที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มาที่ชัดเจน ทั้งเรื่องผู้บาดเจ็บ การกระทำของเจ้าหน้าที่ และการให้ข้อมูลผู้เสียชีวิต จากการควบคุมสถานการณ์เมื่อกลางเดือนเม.ย. รวมถึงการปล่อยข่าวว่ามีการปิดบังและทำลายหลักฐานผู้เสียชีวิต 2.การเคลื่อนไหวปลุกระดมผ่านสื่อแขนงอื่น คือ อินเตอร์เน็ต และใบปลิว โดยระบุข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ ชื่อ รูป ของบุคคลในรัฐบาลและครอบครัว รวมถึงครอบครัวของนายกฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดการคุกคามต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น เรื่องนี้พรรคเป็นห่วงแต่มั่นใจว่ารัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์จาก การปลุกระดมเคลื่อนไหวผ่านการใช้สื่อวิธีดังกล่าว

จี้ตามจับ”ทักษิณ-จักรภพ”

โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 3.การประกาศชุมนุมของกลุ่มนปช.อีกครั้งในเย็นวันที่ 25 เม.ย. ต้องขอบคุณที่ประกาศว่าจะไม่สวมเสื้อสีใดสีหนึ่ง และไม่ใช้วิธีโฟนอิน ซึ่งน่าจะลดบรรยากาศการเผชิญหน้าได้ในระดับหนึ่ง หวังว่าผู้ชุมนุมจะไม่ยื่นคำขาดที่จะนำไปสู่เงื่อนไขการเผชิญหน้าเพิ่มเติม และขอให้ระวังว่าแกนนำนปช.เดิม ที่หลบหนีการจับกุมตัวอยู่ จะมาแทรกซึมหรือสร้างเหตุความรุนแรง รวมทั้งขอเรียกร้องประชาชนในละแวกใกล้เคียง อย่าออกมาชุมนุมในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะอาจเสี่ยงเกิดการเผชิญหน้า เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับชุมชนนางเลิ้งได้ และ 4.การเคลื่อนไหวในต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. ที่มีสัญญาณว่าจะเดินทางต่อไปยังอีกหลายประเทศนั้น พรรคขอให้รัฐบาลเร่งแสวงหาความร่วมมือจากประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ช่วยเฝ้าระวังและรายงานความเคลื่อนไหวของคนทั้งสองและพวก กรณีที่อาจจกระทบต่อรัฐบาล ประเทศชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

” มั่นใจว่า ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ข้อจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง หากดำเนินการใน 3 ด้านอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1.มีกระบวนการสะสางข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประมวลเหตุ การณ์ความเสียหาย ต้องมีกระบวนการและกลุ่มบุคคล เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายว่าเป็น กลาง ตรงไปตรงมา และเปิดเผยข้อมูลให้ ทราบเป็นระยะ 2.เริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อเปิดช่องสู่การสร้างความสมาน ฉันท์ 3.เร่งฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศไทยต่อประชาคมโลก โดย 1 เดือนนี้ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญอย่างมาก ในการเร่งสร้างความมั่นใจ เพื่อจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และประเทศคู่เจรจาครั้งใหม่ในเดือนมิ.ย.นี้ และการจัดเตรียมการประชุมเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคง ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนก.ค. ซึ่งนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยืนยัน ตอบรับการเข้าร่วมแล้ว”น.พ.บุรณัชย์ กล่าว

มาร์คขึ้นคัตเอาต์ขอบคุณ

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิป) กล่าวถึงการประชุมวิป 3 ฝ่าย วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ ว่า จะหารือในภาพรวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุเจ้าหน้าที่ผลักดันผู้ ชุมนุม โดยกรรมการจะประกอบด้วยตัวแทนจากองค์กรเอกชน สถาบันนิติ วิทยาศาสตร์และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าร่วม แต่ยังไม่ได้กำหนดตัวประธาน เชื่อว่าได้ข้อสรุปในวันดังกล่าว

ส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ผลักดัน ผู้ชุมนุมว่า ในการประชุมวิป 3 ฝ่าย วันที่ 27 เม.ย. คงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีใครมาทำหน้าที่บ้าง เพียงแต่จะวางกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการว่าจะเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ กระทำผิดได้หรือไม่ เพราะหากเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวก็ไม่เป็นประโยชน์ เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ และหากเป็นเช่นนี้ก็มีกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากวิป 3 ฝ่ายเข้าไปตรวจสอบ แต่หากจะตั้งก็ควรมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิจากอัยการสูงสุด และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำการขึ้นป้ายขนาดใหญ่ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง หน้าสนามม้านางเลิ้งและเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยป้ายดังกล่าวเป็นตัวหนังสือสีขาว พื้นสีฟ้า มีตราสำนักนายกรัฐมนตรี และข้อความว่า “ผมขอขอบคุณความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวไทยและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ช่วย กันทำให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ลงชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี”

ชวรัตน์ชี้นปช.ฉายหนังซ้ำ

ก่อน หน้านี้ ที่โรงแรมเดอะไซน์ พัทยา จ.ชลบุรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง วันที่ 25 เม.ย. ว่า ไม่ห่วง เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์ดูแลการชุมนุมมาแล้วก่อนที่แกนนำคนเสื้อแดงจะถูกจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองรู้วิธีดูแลอย่างดี ส่วนที่คนเสื้อแดงจะนำคลิปวิดีโอการสลายการชุมนุมมาเปิดให้ผู้ร่วมชุมนุมดู นั้น ไม่น่าห่วงเพราะคลิปส่วนใหญ่ได้เปิดเผยในที่ประชุมร่วม 2 สภา ซึ่งประชาชนได้เห็นหมดแล้ว ถ้าจะเปิดในที่ชุมนุมเป็นเพียงการฉายหนังซ้ำเท่านั้น นอกจากนี้การประกันตัวของแกนนำคนเสื้อแดงกับการประกาศยกเลิกบังคับใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นเรื่องต่อเนื่องกันเพราะเมื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถขอประกันตัวได้ทันทีเพราะรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ก่อนประกาศยกเลิก ว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะมีเหตุอะไร

“การชุมนุมของคนเสื้อแดงผมคิดว่าไม่ มีอะไรเลวร้ายกว่าที่ผ่านมา ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลขอวิงวอนไม่ให้มีการชุมนุมเพื่อสร้างความวุ่นวายในบ้าน เมือง เพื่อให้บ้านเมืองได้ทำงานบ้าง”นายชวรัตน์กล่าว

คาดแม้วโฟนอินเรื่องเดิมๆ

นาย ชวรัตน์ กล่าวว่า ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะโฟนอินในการชุมนุมที่สนามหลวงหรือไม่นั้น ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหม่เพราะที่ผ่านมามีการโฟนอินเข้ามากว่า 10 ครั้ง ซึ่งเมื่อมีการโฟนอิน สภาพัฒนาฯและกระทรวงการคลังจะออกมาระบุเศรษฐกิจ จะติดลบลงเรื่อยๆ

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะให้ความมั่นใจในสังคมได้อย่าง ไรว่าไม่มีการดำเนินการ 2 มาตรฐาน นายชวรัตน์กล่าวว่า คำว่า 2 มาตรฐานพูดยาก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน การกำหนดว่าเป็นมาตรฐานเดียวหรือ 2 มาตรฐานเป็นเรื่องยาก ด้วยความสัตย์จริงรัฐบาลไม่เคยคิดว่าจะช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือว่าทุกฝ่ายมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด เพราะประชาชนคนไทยที่ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน

ส่วน การโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดที่มีปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดง จากการประสานจากพรรคร่วมรัฐบาลให้มีการโยกย้ายนั้น นายชวรัตน์กล่าวว่า ผู้ว่าฯที่ย้าย ก็ทำงานได้ดีและมีวุฒิภาวะอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการโยกย้ายนอกฤดูกาลหรือไม่ นายชวรัตน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

กทม.ทำบุญใหญ่5ศาสนา

ม. ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุง เทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานในพิธีทำบุญเมืองกรุงเทพมหานคร ด้วยการประ กอบพิธีกรรมทางศาสนาสำคัญ 5 ศาสนา ประกอบด้วย ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อิสลาม คริสต์ ซิกข์ และพุทธ ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. เริ่มด้วยพิธีบวงสรวงเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ในเวลา 07.09 น.โดยมีพระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ ประกอบพิธี

จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จุดเทียนบูชา เทพเทวา ถวายเครื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกทม. ได้แก่ พระพุทธนวราชบพิตร จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนาอิสลาม คริสต์ ซิกข์ และพุทธ โดยนิมนต์พระราชาคณะ 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งพิธีแล้วเสร็จทั้งหมดในเวลา 12.00 น.

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การทำบุญเมืองในครั้งนี้ เพื่อผนึกกำลังสร้างขวัญ กำลังใจ สะเดาะเคราะห์ และล้างซวย เพื่อเรียกขวัญประชาชนคนกรุงเทพฯให้กลับคืนมา หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่วนที่มีผู้มองว่าการทำบุญจะแก้ไขเรื่องร้ายได้จริงหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าอย่างน้อยช่วยได้ทางใจ ส่วนจะให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงและยั่งยืน ขึ้นอยู่กับทุกคนต้องหันหน้ามาร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ด้าน พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครถือเอาวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเป็นวันตั้งศาลหลักเมือง เป็นวันเกิด ปีนี้มีอายุ 227 ปี แต่การทำบุญเมืองครั้งนี้ ทำบุญโดยยึดว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยในเดือน 5 ตามคติความเชื่อในการเริ่มต้นทำความดีด้วยกุศลจิต จากแรงศรัทธาที่กล้าแข็งของคนทุกศาสนาที่มาร่วมในพิธี

เสื้อแดงโคราชเริ่มเข้ากรุง

จ. นครราชสีมา เวลา 10.30 น. ที่บริเวณหน้าวัดป่าสาลวัน ถนนสืบศิริ อ.เมืองนคร ราชสีมา กลุ่มนปช.โคราชนำโดยนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ และนายลออ เปียทอง พร้อมสมาชิกจำนวน 20 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถส่วนตัวเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ที่ท้อง สนามหลวง โดยนายฉลองกล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงนครราชสีมา ได้ส่งตัวแทนไปร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนประ มาณ 30 คน โดยใช้รถส่วนตัวและรถบัสโดยสาร โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ มีวัตถุ ประสงค์เพื่อร่วมเวทีประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม นปช.ยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ, นายกฯต้องลาออก-ยุบสภา และเอารัฐธรรม นูญปี 2540 กลับมาใช้ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.จนทำให้ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มนปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็น การสวมเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมืองนครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, หนองคาย, ชัยภูมิ, สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 150 คน

สันติบาลรายงานแดงพรึ่บ

นาย สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในเย็นวันนี้ ตนไม่ได้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากตนจะต้องเดินทางกลับนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมตัวเข้ามอบตัวกับพล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ. จว.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ตนเข้ามอบตัวในคดีมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และคดีร่วมกันบุกโรงแรมที่พัทยา ทั้งสองคดีนี้ก็ไม่ได้มีความผิดอะไรมากมาย แต่ตนก็ทำไปตามหน้าที่พลเมืองของประเทศไทย จะได้พิสูจน์กันว่าอะไรเป็นอะไร เจตนาของตนเป็นอย่างไร เชื่อในกระบวนการยุติธรรมให้โอกาสตน

ศูนย์ เอกภพ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รายงานผลการติดตามสถานการณ์ การ ชุมนุมนปช.กลุ่มจังหวัดในภาคตะวันตกที่มีความเคลื่อนไหว จะออกเดินทางจากพื้นที่เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของนปช.ที่สนามหลวง ในช่วงเวลา 17.00 น. ดังนี้ จ.นคร ปฐม นายสุที วังถนอมศักดิ์ จำนวน 50 คน แยกย้ายเดินทางเวลา 16.00 น. จ.กาญจนบุรี น.ส.ณัฐนันท์ รจนากร จำนวน 100 คน โดยรถบัส 1 คัน และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 13.00 น. จ.สมุทรสาคร นายสุเมธ บุญสิริ จำนวน 100 คน รถยนต์ตู้และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 17.00 น. จ.สมุทรสงคราม ด.ต.ทวีศักดิ์ โฉมทัพ จำนวน 200 คน รถบัส 2 คัน และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 16.00 น. จ.สุพรรณบุรี พ.ท.พรพงศ์ สุขวงศ์จันทร์ จำนวน 50 คน รถยนต์ส่วนตัว เวลา 16.00 น. จ.ราชบุรี นายพงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล และนางเนริสา จำนวน 50 คน รถยนต์ส่วนตัวเวลา 16.00 น.

กองทัพพร้อมช่วยงานตร.

พ. อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันนี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานมายัง 3 เหล่าทัพ เพื่อขอกำลังทหารสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะเป็นจุดที่เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ หน่วยงานด้านสาธารณูปโภค ซึ่งเหล่าทัพได้ให้การสนับสนุนกำลังในส่วนของสารวัตรทหาร และกำลังทหารจากกอง ทัพภาคที่ 1 ปราศจากอาวุธ โดยการดูแลในภาคกลางคืนจะเข้มข้นกว่าภาคกลางวัน เนื่องจากให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก

” การดูแลการชุมนุมจะใช้กฎหมายปกติ ตำรวจเป็นผู้ดูแล ที่ผ่านมาความรู้สึกของแต่ละฝ่ายอาจยังไม่ลงตัว แต่ทุกฝ่ายก็ได้บทเรียนกันมาแล้ว ใครคิดจะทำอะไร ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก อย่าทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ชุมนุมตามกรอบของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ทหารคงติดตามสถานการณ์ไป คิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรงที่ผ่านมา พยายามอะลุ้มอล่วยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็อดทนกันไป เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้” โฆษกกองทัพบกกล่าว

สาทิตย์โบ้ยสั่งปิดดีสเตชั่น

นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้เปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่นอีกครั้ง หลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ดีสเตชั่นไม่ได้ถูกปิดโดยอำนาจของพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่ถูกปิดโดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนของคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ส่วนการยุติการส่งสัญญาณดาวเทียม ของบริษัท ไทยคม จำกัด มาจากความสมัครใจของบริษัทเองที่ยอมตัดสัญญาณหลังกทช.ส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้ แจงว่าสถานีดังกล่าวได้ทำการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ในทางปฏิบัติจึงถือว่าดีสเตชั่นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าใครต้องการขอเปิดดีสเตชั่นอีกก็ต้องยื่นคำร้องต่อกทช.ตามกระบวนการ เนื่อง จากทราบว่ามีการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการเปิดทีวีดาวเทียมและวิทยุชุมชน เสร็จแล้ว

เมื่อถามว่าข้อบังคับดังกล่าวจะครอบคลุมถึงสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้ อย่างเอเอสทีวี และเนชั่นทีวีหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องไปดูข้อบังคับของกทช.ก่อน เพราะเป็นการออกมาชั่วคราวก่อนที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่จะมีผล บังคับใช้

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมบอกตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ คิดว่าจำนวนคนที่มาร่วมชุมนุมไม่น่าจะมาก แต่รัฐบาลต้องดูสถานการณ์ เพราะรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะมีแนวทางยุติปัญหา เสื้อแดงที่มาด้วยอุดมการณ์แกร่งกล้า หรืออีกส่วนที่มาโดยไม่มีกระบวนการจัดการมาก็ไม่น่าจะมีจำนวนมาก คิดว่าฝ่ายความมั่นคงมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูอยู่ ส่วนการประกันตัวของแกนนำเสื้อแดงรุ่นแรก ศาลให้ประกันตัวก็ต้องตั้งเงื่อนไขไว้ ไม่น่าจะกลับไปยั่วยุผู้ชุมนุมให้เกิดความรุนแรงอีก แต่การชุมนุมขณะนี้น่าจะเป็นการนำของแกนนำเสื้อแดงรุ่น 2 หากจะทำให้เกิดความรุนแรงอีกผู้ที่มาร่วมชุมนุมก็ไม่ควรจะมาร่วมด้วย ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯ ก็บอกแล้วว่าใครที่จะมาชุมนุมทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

ตร.ชี้2การ์ดนปช.โดนฆ่า

ผู้ สื่อข่าวรายงาน หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพ 2 การ์ดนปช.คือนายชัยพร กันทัง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287/2 บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ กับนายณัฐพงศ์ ปองดี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่2 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ถูกฆ่าทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้งสน.บวรมงคล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส. น.7 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนบช.น. และตำรวจกองปราบปราม เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาหลักฐานต่างๆ รวมทั้งได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับทางน้ำระบุถึงที่มาของผู้ตายทั้ง 2 ว่า ผู้เสียชีวิตถูกกลุ่มคนร้ายฆ่าแล้วโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเชื่อว่าจุดที่โดนฆ่าอยู่ไม่ใกล้จากจุดที่พบศพ เนื่องจากว่าบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงนั้น เป็นช่วงกระแสน้ำวน เมื่อโดนฆ่าแล้วนำศพทิ้ง ศพจะเจออยู่ที่บริเวณนั้น เสมือนกับศพของฝรั่งที่ฆ่าตัวบนสะพานพระราม 8 แล้วพบศพอยู่แถวนั้นไม่มีการลอยไปไกล เนื่องจากสภาพน้ำบริเวณน้ำเป็นสภาพน้ำวน

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการอะไรมากนักเนื่องจากเป็นที่ ทราบกันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นการ์ดของนปช.และน่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามฆ่า ส่วนคดีทางผู้ใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงมุ่งเน้นไปที่คดีของนายสนธิที่ถูกลอบยิง เพียงคดีเดียว

แม่พลทหารจี้พิสูจน์ศพ

วัน เดียวกัน นางศิริมนต์ มาเพ็ด มารดาพร้อมพี่ชายของพลทหารอภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ที่เป็นทหารรับใช้ของ พลโทคณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ติดต่อกับญาติครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 14 เม.ย. โดยในใบมรณบัตรจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกส่วนคอหัก เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง แต่มารดาและญาติยังสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของบุตร เนื่องจากเป็นคนสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ดังนั้น นางศิริมนต์ จึงได้นำศพของบุตรชายมาชันสูตรพลิกศพใหม่ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ภายในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ร่วมเป็นพยานในการชันสูตรพลิกศพใหม่อีกครั้งในวันที่ 26 เม.ย.นี้ด้วย

นาง ศิริมนต์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกชายจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ จึงต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่เป็นกลางเข้ามา ชันสูตรศพ เพราะที่ผ่านมาบุตรชายเป็นคนที่นิสัยดี ร่าเริง ไม่เกเร และเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิต ลูกชายได้โทรศัพท์มาหาตามปกติ คุยเรื่องทั่วๆ ไป ไม่มีเรื่องการเมือง พอเช้าวันที่ 15 เม.ย. มีทหารโทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกเสียชีวิตแล้ว จากนั้นก็มีคนโทรฯมาบอกให้รีบเผาศพ

แม่ทัพ1เห็นด้วยให้ผ่าศพ

สำหรับ กรณีการเสียชีวิตของพลทหารอภินพนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นคนนำไปเปิดเผยในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่าพลทหารอภินพเสียชีวิตหลังจากที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพไปอยู่ที่ บ้านพล.ท. คณิตช่วงที่มีการสลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง โดยพลทหารอภินพได้ส่งเอสเอ็มเอสไปถึงแม่บอกว่านายกฯอยู่ที่บ้านแม่ทัพภาค 1 ด้วย ซึ่งนายสุเทพชี้แจงในสภาว่า การที่พลทหารเสียชีวิตที่บ้านของแม่ทัพภาค 1 ซึ่งเป็นช่วงที่ตนกับนายกฯไปนอนในระหว่างวันที่ 12-13 เม.ย.นั้นก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพียงแต่พลทหารนายนั้นเกิดลื่นล้มในห้องน้ำ และเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันถัดมา โดยเพื่อนทหารเห็นว่ามีการนอนที่ผิดปกติจึงรีบนำส่งร.พ.และพบว่าได้เสีย ชีวิตแล้ว

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงเรื่องพิสูจน์ศพพลทหารอภินพ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้พิสูจน์ให้ชัดเจนตามกระบวนการ ทั้งนี้ตนไม่ห่วงว่าเรื่องจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นการเมือง เพราะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ อีกทั้งยังมีทหารที่ทราบเหตุการณ์ด้วยอีก 2 นาย ซึ่งสามารถเป็นพยานได้ ขณะนี้ควรให้ระบบดำเนินการไป อย่างไรก็ตามบ้านหลังนั้น ตนยังไม่ได้เข้า ไปพักอาศัยเลย

ม็อบแดงสนามหลวงคึกคัก

เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากท้องสนามหลวงว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เริ่มคึกคัก มีกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งที่สวมเสื้อสีแดง และเสื้อหลากสีทยอยร่วมชุมนุม ประมาณ 4,000 คน โดยมีการตั้งเวทีปราศรัย ภายใต้ชื่อ “เรียกร้องความยุติธรรม ทวงคืนเสรีภาพ อย่าเหวี่ยงแหกวาดล้างประชาชน” บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการตั้งโต๊ะจำหน่าย อุปกรณ์เท้าตบ หัวใจตบ และวีซีดีบันทึกการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เคยวิดีโอลิงก์เข้ามาในการชุมนุมครั้งก่อนๆ

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำนปช.รุ่น 2 กล่าวว่า เป้าหมายการชุมนุมวันนี้ เพื่อยืนยันว่าคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย และหวังว่ารัฐบาลจะทบทวนตัวเองในการ สร้างประชาธิปไตย โดยการคืนสิทธิในการเปิดสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำการปิดสถานีดังกล่าว รวมทั้งยึดอุปกรณ์ไปจำนวนมาก หากรัฐบาลไม่ดำ เนินการ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะกดดันถึงที่สุด หรือหากยังนิ่งเฉยอีกจะยื่นฟ้องต่อประชาคมโลก

นัดชุมนุมใหญ่17พค.จี้แก้รธน.

แกน นำ นปช. รุ่น 2 กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้เราชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์ โดยในเวลา 19.30 น.จะมีการปล่อยลูกโป่งและจุดเทียนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลาย การชุมนุมของรัฐบาล ทั้งนี้ การชุมนุมของเราบริเวณท้องสนามหลวงจะดำเนินการภาย ในคืนเดียวและปิดเวที 23.00 น. จากนั้นก็จะเดินสายตระเวนไปจัดชุมนุมตามต่างจังหวัดโดยเริ่มที่ จ.อุดรธานี วันที่ 2 พ.ค. จากนั้นสัญจรไปที่จังหวัดใหญ่ๆ อาทิ เชียงใหม่ ลพบุรี รวมถึงภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช พัทลุง โดยจะตั้งเวทีทุกวันเสาร์ และหลังจากนั้นจะเดินขบวนชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 17-20 พ.ค. เพื่อกดดันรัฐบาลรวมถึงการรำลึกถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

นายสมยศ กล่าวว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณคงจะยังไม่มี แต่จะมีการโฟนอินจากประชาชนเสื้อแดงที่พักพิงในอเมริกา โดยจะโฟนอินมายังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อบอกเล่าถึงความเป็นประชาธิปไตย ส่วนการชุมนุมครั้งนี้จะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หรือบ้านเลขที่ 111 หรือส.ส.เพื่อไทยหรือไม่ นั้นยังไม่มีการประสาน แต่หากจะขึ้นเวทีด้วยก็ไม่มีปัญหา

ม็อบร่วมจุดเทียนไว้อาลัย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก บนเวทีมีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลโดยเฉพาะเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในช่วงสงกรานต์จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีแกนนำสลับกันปราศรัย อาทิ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อย่างไรก็ตาม การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เข้มงวดเหมือนครั้งที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมายืนสังเกตการณ์เพียงเล็กน้อย แต่บริเวณด้านหลังเวที การ์ดนปช.จะดูแลอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ ได้มีส.ส.พรรคเพื่อไทยคือ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. มาร่วมสังเกตการณ์ด้านหลังเวที โดยนายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนมาให้กำลังใจ ส่วนส.ส.คนอื่นมีเจตจำนงว่าจะไม่ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ แต่จะใช้เวทีสภามาอภิปรายเพื่อกดดันรัฐบาล

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายราชการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย โดย “ศูนย์ดำรงธรรม” ได้เปิดรับเรื่องร้องเรียนกรณีบุคคลบาดเจ็บ สูญหาย จากการผลักดันผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ปรากฏว่ายังไม่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด ทางกระทรวงมหาดไทยยังเปิดโอกาสให้ประชาชนร้องเรียนได้ตลอด 24 ช.ม.

ต่อ มาเวลา 19.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงได้ปล่อยลูกโป่งสีขาวและจุดเทียนเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้ชุมนุม ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาล

ในเวลาเดียวกัน ที่บริเวณถนนคั่นกลางสนามหลวง ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต่างวิ่งกรูไปที่รถถ่ายทอดสดของ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 กล่าวหาว่ารายงานยอดผู้ชุมนุมมาเพียง 500 คน ส่งผลให้ทีมงานของช่อง 9 ต้องถอนทีมถ่ายทอดสดออกจากสนามหลวง

ม็อบเหลืองชุมนุมที่ระยอง

เวลา 18.00 น. พันธมิตรฯ จัดคอนเสิร์ตการเมืองขึ้นที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง จ.ระ ยอง พร้อมทั้งมีประชาชนมาร่วมจำนวนมาก มีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ พลตรีจำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ฯลฯ ผลัดกันขึ้นปราศรัย ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรึงพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย

พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จ. ระยอง กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย ตำรวจอาสา คุมพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 800 นาย โดยจัดกำลังเป็น 3 ชั้น ในการป้องกันเหตุร้าย และมีการค้นอาวุธก่อนเข้างาน จึงทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุร้ายอย่างแน่นอน

ต่อมาพิธีกรได้นำคลิ ปวิดีโอของนายสนธิ ลิ้มทองกุล มาเปิดให้พี่น้องประชาชนได้ดู ซึ่งนายสนธิกล่าวเพียงว่า ปลอดภัยแล้ว อาการบาดเจ็บดีขึ้นมาก

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , ,

สอบเครียด4แกนนำผู้ชุมนุมเสื้อแดง

Posted on 14 เมษายน 2009 by Sukson.com

แกนนำ นปช.

ผบ.ตร.นำ 4 แกนนำนปช.สอบสวนเครียดที่ บช.น.เตรียมแจ้งข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน สุพร ระบุ ยุติชุมนุมเป็นมติแกนนำ ไม่มีขัดแย้ง ขณะที่ จักรภพ-จตุพร หายตัว

(14เม.ย.) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงศ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้นำนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายสุพร อัตถาวงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. มาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพี่อดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน โดยนำตัวทั้ง 4 คนไปสอบสวนที่ห้องประชุมปารุสกวัน โดยมี พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.ร่วมทำการสอบสวน โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตุการณ์

นายสุพร กล่าวก่อนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การยุติการชุมนุมครั้งนี้เป็นมติแกนนำ ซึ่งเหตุผลที่ยุติการชุมนุมเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งทหารมาทำร้ายประชาชน จนประชาชนเสื้อแดง ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายไม่ต่ำ 200- 300 คน เราชุมนุมต่อสู้กันมากว่า 20 วัน เป็นการชุมนุมตามกรอบกฎหมาย ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ บนถนนสาธารณะ ไม่ได้มีการบุกรุกสถานที่ราชการเหมือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความขัดแย้งระหว่างแกนนำในการยุติการชุมนุม นายสุพร กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งเป็นมติแกนนำที่ประชุมร่วมกัน โดยเหตุผลสำคัญคือการรักษาชีวิตของประชาชน ไม่ให้เกิดการสูญเสีย หากการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปจะมีการสูญเสียมากกว่านี้ และการเลิกชุมนุมไม่ ได้เป็นการแพ้ เพราะประชาธิปไตยไม่เคยแพ้ แต่ตอนนี้หันปากกระบอกปืนใส่ประชาชนทำให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แต่ที่มากไปกว่ารัฐคือกลุ่มโจรนอกเครื่องแบบไม่ว่าจะเสื้อเหลืองเสื้อ น้ำเงิน ซึ่งมีใครก็ไม่รู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง เป็นกองโจรที่มายิง ทำร้ายการ์ดของนปช.

“วันนี้เราไม่ได้แพ้ แต่วันนี้เราต้องรักษาชีวิตร่างกายของประชาชน ไม่ให้บาดเจ็บสูญหายไป เราไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง หรือเกิดกรียุคขึ้น เรายังต้องการประชาชน ส่วนจะมีประชาชนบางส่วนไปรวมตัวที่สนามหลวงนั้นตนเองก็ไม่ทราบเพราะสั่งไม่ ได้เนื่องจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นเรื่องเท่าเทียมกัน ส่วนจะมีแกนนำรุ่นสองหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของประชาชนที่จะตั้งขึ้นมา “นายสุพร กล่าว

นายสุพร กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องคดีนั้นตนยังไม่ทราบเพราะยังไม่มีการออกหมายจับ ยังไม่รู้เรื่องคดี และเราก็ไม่ได้ทำผิดอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนำ 4 แกนนำมาสอบปากคำนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดประตูหน้าและหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อป้องกัน ไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาก่อความวุ่นวาย

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก็สามารถส่งตัวผู้ชุมนุมเสื้อแดงกลับ ภูมิลำเนาได้เรียบร้อยไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น สำหรับการดำเนินดคีกับแกนนำนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ร้ายแรง กรณีชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำแกนนำอย่างเคร่งเครียด แต่น่าสังเกตุว่า นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.ได้หายตัวไป ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและไม่ได้อยู่ระหว่างการส่งตัวกลุ่มเสื้อแดงขึ้นรถกลับบ้าน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Tags: , , , , ,

ตร.ค้นเต็นท์นปช.สนามหลวง เจอซุกบึ้ม-อาวุธอื้อ

Posted on 16 มีนาคม 2009 by Sukson.com

09-03-16

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.อ.ขิง วิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก. (ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 50 นาย และเจ้าหน้าที่เทศกิจ 30 นาย เข้าตรวจค้นเต็นท์กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ท้องสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร จำนวน 5 เต็นท์

พบของกลางเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ชนิดขวด จำนวน 2 ลูก ระเบิดปิงปอง 2 ลูก มีดปลายแหลม 7 ด้าม คัตเตอร์ 2 เล่ม แป๊ปกลมยาว 1 เมตร จำนวน 5 อัน ไม้ด้ามธงยาว 1 เมตร 1 อัน เสื้อกั๊กสีแดงใส่ฉนวนเหล็กทำเป็นเสื้อเกราะ 1 ตัว หนังสติ๊ก 2 อัน หน้ากากกันแก๊สน้ำตา 1 อัน กระบอกทรงกลมอะลูมิเนียม 2 ขวด เศษนอตซึ่งคาดว่าเตรียมนำไปใช้เป็นสะเก็ดระเบิด 20 ชิ้น

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.ต.พงศธร เฉลาประโคน ผบ.1 สน.ชนะสงคราม รับแจ้งมีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดที่เต็นท์เก็บของผู้ชุมนุมจึงไปตรวจสอบคาด ว่าเป็นประทัดยักษ์ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและพบของกลางดังกล่าว

ด้าน นายศักดา นพสิทธิ์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดงจ.ชลบุรี 51 และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการรวมพลคนเสื้อแดงในวันที่ 17 มี.ค. จ.ชลบุรีว่า หลังจากจัดงานรวมพลคนเสื้อแดงที่จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.จันทบุรี โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินเข้ามา จากการประเมินถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากการเข้าถึงประชาชนในการจัดงานรวมพลคนเสื้อแดง

ดังนั้นในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่ข้างอบจ.ชลบุรี จะมีแกนนำคนเสื้อแดงทั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข มาร่วมเวทีปราศรัย พร้อมจะมีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้ามาด้วย ที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์โฟนอินทุกที่ที่จัดงาน

โดยเน้นพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อแนะนำรัฐบาล และการปกครองภายใต้หลักนิติรัฐ การได้อำนาจรัฐของรัฐบาลที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม และเมื่อได้อำนาจแล้วกลับไม่สนใจปัญหาประชาชน สนใจแต่ประโยชน์ของพวกพ้อง เชื่อมั่นว่าภายใน 3 เดือนนี้จะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลจนทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก
ข่าวสด

Share/Save/Bookmark

Comments (0)

Advertise Here
Advertise Here

Recent News

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ “ชัยนาท”ส่อทุจริต

ลือ... »
“แม้ว”ปลอบ”อุ๊งอิ๊ง”อีกไม่นานได้อยู่พร้อมหน้า

คมชัดลึก :"ทักษิณ” อวยพรวันเกิด... »
“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

“เชษฐา”ชี้อภิสิทธิ์มีอำนาจแต่งตั้งผบ.ตร.

คมชัดลึก : “เชษฐา”ชี้“อภิสิทธิ์"... »
โฆษกชทพ.ชี้บ้านเมืองแตกแยกเกินกว่าจะใช้หลักนิติศาสตร์แก้”พงศ์เทพ”แบะท่าบอก”เหลือง-แดง”ต้านแค่แกนนำ

นาย วัชระ กรรณิการ์... »
คลี่ข่าวคลายปม-หาก”ทักษิณ”เป็นมิตรแท้-”สนธิ”ไม่ใช่ศัตรูถาวร ?

คมชัดลึก : ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่... »
‘อภิสิทธิ์”ยันชื่อ’ปทีป’ยังไม่ตกเสนอได้อีก

คมชัดลึก :นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ... »
“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

“อ้อม” พร้อมแล้ว ตื่นเต้นรอฤกษ์พระราชทาน

หลัง... »
3 รัก อลเวง

3 รัก อลเวง

3รักอลเวง ปู... »
ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ข้าวโพดคั่วให้ประโยชน์กว่าที่คิด

ภาพประกอบจาก Internet ... »
ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย

ขู่วางบึ้มสนามบินเชียงราย ผู้สื่อ... »

Page Rank Check