|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก![]() |
Posted on 04 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก![]() |
Posted on 01 พฤษภาคม 2009 by nanamikawai
|
|||
|
|||
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ![]() |
Posted on 29 เมษายน 2009 by nanamikawai
ช็อค! ผู้บริหารของบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่สหรัฐฆ่าตัวตายปริศนาไม่ทราบสาเหตุ เผยก่อนตายได้รับเงินโบนัสจากบริษัทกว่า 8 แสนดอลลาร์ นับเป็นผู้บริหารรายล่าสุดที่ปลิดชีพตัวเองจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเดวิด เคอร์เลอร์แมน เจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินสูงสุดของบริษัท เฟรดดี้ แม็ค วัย 41 ปี ได้ก่อเหตุฆ่าตัวตายในบ้านพักในรัฐเวอร์จิเนีย โดยเสียชีวิตในห้องใต้ดินของบ้านพักในสภาพผูกคอตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย แต่จะเดินหน้าตรวจสอบต่อไป
สำหรับนายเดวิด ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินสูงสุดหรือซีเอฟโอ ของเฟรดดี้ แม็ค ตั้งแต่เดือนก.ย.หรือนับตั้งแต่ที่รัฐบาลสหรัฐเข้าควบคุมกิจการแห่งนี้เพื่อ ป้องกันจากภาวะล้มละลาย
ด้าน เฟรดดี้ แม็ค ได้ออกแถลงการณ์ไม่ทราบเรื่องการเสียชีวิตปริศนาของนายเดวิด ขณะที่นายจอห์น คอสกิเน็น รักษาผู้บริหารของเฟรดดี้ แม็ค ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของนายเดวิด พร้อมทั้งสรรเสริญว่าเขาเป็นผู้มีพรสรรค์ในจริยธรรมการทำงานอย่างน่าทึ่ง ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคคลที่ทำงานร่วมกับเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว เฟรดดี้ แม็ค สร้างความไม่พอใจให้แก่นักการเมืองสหรัฐ หลังจากจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานจำนวน 92 คน เป็นจำนวนรายละ 1 แสนดอลลาร์ ขณะที่นายเดวิด เคอร์เลอร์แมน ได้รับเงินโบนัสจำนวน 8 แสนดอลลาร์
รายงานระบุว่า นายเดวิดไม่ได้เป็นบุคคลรายแรกที่ฆ่าตัวตายจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว นายเธียร์รี่ เมกอน ผู้จัดการกองทุนฝรั่งเศสประจำกรุงนิวยอร์ก ก่อเหตุเชือดข้อมือเสียชีวิต เพราะนำเงินลูกค้าจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์บริหารผิดพลาดในกองทุนลวงโลกของ นายเบอร์นาร์ด มาดอฟฟ์ และในเดือนม.ค. นายอดอลฟ์ เมอร์เคิล กระโดดให้รถไฟทับตาย หลังจากสูญเงินในตลาดหุ้น รวมทั้ง นายวิลเลี่ยม ปาเร็นเต้ ทนายความก่อเหตุฆ่าภรรยาและลูกสาวสองรายก่อนยิงตัวตาย เชื่อว่าเพราะปัญหาเรื่องหนี้สิน
Posted on 17 มีนาคม 2009 by nanamikawai

ก่อน หน้านี้ได้มีข่าวการฆ่าตัวตายของนักแสดงดาวรุ่งแดนกิมจิ จาง จายอน ซึ่งทำเอาบรรดาคนบันเทิงต่างพากันเศร้าใจไปตาม ๆ กัน และดูเหมือนเรื่องจะจบลงที่เธอฆ่าตัวตายเพราะอากาซึมเศร้า แต่ที่ไหนได้ เรื่องไม่จบง่าย ๆ เมื่อมีหลักฐานชิ้นใหม่ ระบุว่าเธอถูกคุกคาม
เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงหลังมานี้นักแสดงชื่อดังแดนโสมพากันฆ่าตัวตายหนีปัญหากันเป็นว่าเล่น อย่างเช่นในกรณีล่าสุด จาง จายอน หนึ่งในนักแสดงซีรี่ย์เรื่องดัง “Boys Over Flowers “ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเกาหลี ซึ่งการตายของเธอตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเพราะอาการซึมเศร้า แต่ล่าสุดดูเหมือนทางตำรวจต้องสรุปดคีเสียใหม่แล้ว เพราะไม่แน่ว่าการฆ่าตัวตายของเธออาจจะมาจากแรงกดดันจากทางต้นสังกัด
เพราะ ล่าสุด ผู้จัดการยู ของเธอได้ออกมาแสดงหลักฐานสำคัญที่เธอมอบให้เขาก่อนที่จะเสียชีวิต โดยในเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของเธอเอง ใจความสำคัญในเอกสารดังกล่าวนั้นได้ระบุว่า ที่ ผ่านมาเธอถูกบังคับให้เสิร์ฟเหล้า รวมทั้งยังถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับผู้กำกับอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเธอถูกข่มขู่ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานไม่ว่าจะเป็นการโทรข่มขู่ หรือการทำร้ายร่างกาย
โดย ที่ผ่านมาใช่ว่า เธอจะนิ่งเฉย เธอเคยขอร้องให้ทางต้นสังกัดหยุดให้เธอทำเรื่องเช่นนี้แต่เธอกลับถูกข่มขู่ ว่าให้ก้มหน้าก้มตายอมรับมันซะเถอะ แถมยังโดนทำร้ายร่างกายอีกด้วย
ซึ่งในเอกสารที่ทางผู้จัดการของจายอนนำมามอบให้ทางตำรวจนั้นระบุว่า ที่เธอต้องทำเช่นนั้นเป็นเพราะเธอประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ทำให้เธอไม่มีทางเลือก จำยอมต้องทำตามที่ต้นสังกัดบังคับ ซึ่งผู้จัดการยูกล่าวว่าเธอได้เดินทางมามอบเอกสารนี้ให้กับมือเขาเอง โดยเธอระบุว่าเอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารสำคัญและเป็นความลับอย่างมาก
ทันทีที่มีข่าวออกไปทางด้านตัวแทนของต้นสังกัดของจายอนนั้นได้ออกมาปฏิเสธว่า เรื่องราวทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งเรื่องบังคับให้กินเหล้า บังคับใไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้กำกับ คาดว่าเป็นเรื่องที่ทางผู้จัดการของเธอกุเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของบริษัท เพราะตอนนี้เองทางผู้จัดการของเธอเองก็มีคดีติดตัวอยู่ถึง 4 ด้วยกัน
ทาง ด้านตำรวจได้ดำเนินการติดต่อให้ทั้งทางญาติและทางต้นสังกัดมาให้ปากคำเพิ่ม ถึงกรณีที่เกิดขึ้น หลังจากที่มีการสอบปากคำผู้จัดการของจา จางยอนนานกว่า 5 ชั่วโมงไปก่อนหน้าแล้ว
